LASTEST NEWS

21 พ.ค. 2561คุรุสภาแจงรายละเอียด เอกสารเกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่สามารถนำไปสมัครสอบบรรจุข้าราชการครู 21 พ.ค. 2561ไม่ค้านสอบรับตั๋วครู แต่ไม่อยากเร่งสอบ 21 พ.ค. 2561ด่วน! กรมการปกครอง เปิดสอบเข้ารับราชการ 310 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 31พ.ค.-25มิ.ย.61 21 พ.ค. 2561"ไม่คิดทิ้งนักเรียนแม้เงินน้อย"เปิดใจหนุ่มป.โทเริ่มชีวิตครูด้วยเงินเดือน2,500 21 พ.ค. 2561สกอ.เปิดรับครูคืนถิ่นเพิ่มแล้วอัตราบรรจุ 2,244 คน 21 พ.ค. 2561ก.ค.ศ. กำหนดหลักเกณฑ์ฯ การสอบบรรจุครูผู้ช่วย 21 พ.ค. 2561องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เปิดสอบแข่งขันเข้าเป็นพนักงาน 50 อัตรา 20 พ.ค. 2561แนวข้อสอบครูผู้ช่วย ปี2561 ดาวน์โหลดฟรี มีเฉลย จาก..คัมภีร์เทวดา..4.0 19 พ.ค. 2561สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสอบตร.455อัตรา สมัครผ่านเว็บไซต์ 1-22 มิ.ย. 2561 19 พ.ค. 2561โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ รับสมัครู 3 ตำแหน่ง

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E)

usericon

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีจุดมุ่งหมายดังนี้ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อทดลองใช้และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 โรงเรียนตากพิทยาคม จำนวน 50 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง 6 ชุด แบบประเมินสำหรับผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความเหมาะสมในองค์ประกอบต่าง ๆของนวัตกรรมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
สรุปผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 79.02/78.11 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
thawanrat2521 17 เม.ย. 2560 เวลา 23:23 น. 0 138
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^