LASTEST NEWS

17 ต.ค. 2561ด่วน! วิทยาลัยนาฏศิลป รับสมัครครูอัตราจ้าง 44 อัตรา 17 ต.ค. 2561โรงเรียนบ้านทุ่งกว้าง เปิดสอบธุรการโรงเรียน สมัคร 16-20 ต.ค.2561 17 ต.ค. 2561"ยกเครื่องหลักสูตรครู" ฟันธงเรียนแค่4ปี เริ่มปี62 15 ต.ค. 2561กศจ.แพร่ เรียกบรรจุ 11 อัตรา ขอใช้บัญชีกศจ.อื่น 3 อัตรา (รายงานตัว 25 ต.ค.61) 15 ต.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ. มิติการดำเนินงานของสำนักงาน ก.ค.ศ.  15 ต.ค. 2561เปิดรายชื่อ 37 หลักสูตร "13สถาบัน"คุณภาพดีมาก 15 ต.ค. 2561ครูเขียนบันทึกภาระงานขอวิทยฐานะได้ 14 ต.ค. 2561เพิ่งบรรจุเป็นข้าราชการแต่อยากกลับไปทำงานเอกชนเหมือนเดิม 14 ต.ค. 2561โรงเรียนวัดท่าตลาด รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 15-28 ต.ค.2561 14 ต.ค. 2561โรงเรียนเทศบาลท่าตูม รับสมัครครูอัตราจ้าง 8 อัตรา สมัคร 15-19 ต.ค.2561

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E)

usericon

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีจุดมุ่งหมายดังนี้ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อทดลองใช้และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 โรงเรียนตากพิทยาคม จำนวน 50 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง 6 ชุด แบบประเมินสำหรับผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความเหมาะสมในองค์ประกอบต่าง ๆของนวัตกรรมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วิชาฟิสิกส์พื้นฐาน เรื่องการเคลื่อนที่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
สรุปผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 79.02/78.11 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
thawanrat2521 17 เม.ย. 2560 เวลา 23:23 น. 0 179
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^