LASTEST NEWS

แฉ!!กลโกงสอบครู(ตอน1)

  • 29 เม.ย. 2557 เวลา 11:47 น.
  • 10,347 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แฉ!!กลโกงสอบครู(ตอน1)

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แฉ!!กลโกงสอบครู(ตอน1) : กมลทิพย์ ใบเงินรายงาน
 
               "ผมมั่นใจ สพฐ.ต้องตั้งกรรมการสอบวินัย ผอ.ร.ร.ซี 8 ที่เข้าสอบครูผู้ช่วย อย่างแน่นอน" จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวหลังจากสื่อปูดข่าวการสอบแข่งขันคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยกรณีทั่วไป ครั้งที่ 1 ปี 2557 หรือการสอบครูผู้ช่วย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ระหว่างวันที่ 19-20 เมษายน ใน 89 เขตพื้นที่การศึกษาและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) พบพิรุธมีครูระดับบริหารสมัครสอบด้วย ขณะที่รับได้จำนวน 1,888 อัตรา จาก 40 กลุ่มสาขาวิชาเอก มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 104,066 คน แต่มีผู้เข้าสอบจริงจำนวน 91,577 คน คิดเป็น 88% มีผู้ขาดสอบ 12,489 คน คิดเป็น 12%
 
               ดูเหมือนว่าการสอบครูผู้ช่วย ภาค ก และ ภาค ข ได้ทยอยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบภาค ก และภาค ข ไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน มีการสอบสัมภาษณ์ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน และจะประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2557
 
               ว่ากันว่าเบื้องหลังการสอบครูผู้ช่วยครั้งล่าสุดนี้ มีการทุจริตในการสอบเหมือนเช่นทุกครั้ง เพียงแต่รูปแบบกลโกงแตกต่างจากการสอบครูผู้ช่วยเมื่อเดือนมกราคม 2556 ที่ใช้ระบบสั่นสะเทือน
 
               มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นแห่งชาติ(ภตช.) เปิดเผยกลโกงสอบครูต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า การสอบครูผู้ช่วย เดือนมกราคมปี 2556 โดยมือปืนรับจ้างสอบใช้เครื่องสั่นสะเทือนส่งสัญญาณภายใน-นอกห้องสอบในรัศมี 300-500 เมตร ไปยังลูกทีมหรือผู้เข้าสอบ โดยอาศัยช่วงเข้าห้องน้ำปฏิบัติการ
 
               ที่น่าตกใจ !! การสอบครูผู้ช่วยปี 2557 มีความหละหลวมมาก อย่างน้อย 4 ขั้นตอน ไล่เรียงมาตั้งแต่ 1.ขั้นตอนออกข้อสอบ มีแค่ชุดเดียวทั่วประเทศ ไม่มีการสลับข้อ ไม่มีสอบข้อเขียน เป็นข้อสอบปรนัยทั้งหมด ควรปรับสัดส่วนข้อสอบปรนัยกับอัตนัยเป็น 60 ต่อ 40 2.ขั้นตอนการรับสมัคร ไม่มีข้อห้ามไม่ให้ข้าราชการครูสมัครสอบ ทำให้ครูบางกลุ่มฉวยโอกาสสมัครสอบ เพื่อล่วงรู้ข้อสอบ และนำข้อสอบมาจัดติว
 
               "ผมถือว่าครูที่มาสมัครสอบครูผู้ช่วยซึ่งเป็นคุณวุฒิที่ต่ำกว่าครูระดับ ผอ.ร.ร. สะท้อนเจตนาพิเศษเพื่อล่วงรู้ข้อสอบเพื่อเปิดติว ซึ่งไม่ใช่หน้าที่หลักของข้าราชการครู ครูควรไปดูแลนักเรียน ไม่ใช่เบียดบังเอาเวลาราชการไปทำประโยชน์ส่วนตัว อย่าลืมข้าราชการทำงานวันจันทร์-ศุกร์ก็จริง แต่ลูกศิษย์เรียกครูทุกๆ วันไม่มีวันหยุด ควรตระหนักในข้อนี้"
 
               3.ขั้นตอนการสอบไม่มีการกระจายที่นั่งสอบ เป็นจุดอ่อนให้มือปืนรับจ้างง่ายในการสมัครสอบเพื่อให้ได้ที่นั่งสอบติดกัน ทำให้สะดวกต่อการยิงรหัสข้อสอบให้แก่ผู้สอบหรือลูกค้า ควรปรับวิธีการสมัคร ควรให้ลาออกจากราชการก่อนสมัครสอบ เหมือนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม., การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ฯลฯ
 
               "ในมุมกลับกัน ข้าราชการระดับซี 7 ซี 8 ซี 9 ที่มาสอบครูผู้ช่วยแล้วได้คะแนนต่ำ แสดงว่าเป็นคนไม่มีคุณภาพ น่าจะมีบทลงโทษ อีกทั้งควรมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพครู คุณภาพการสอน คุณภาพการพัฒนาของครู ควรจะมีการทดสอบคุณภาพครูผู้สอนทุกๆ 2 ปี ถึงจะเป็นการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง"
 
               4.ขั้นตอนการคุมสอบ จัดข้าราชการมาคุมสอบ มีการทุจริตตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงเก่า ที่พัวพันกับการทุจริตสอบครูผู้ช่วยปี 2556 ยังเป็นทีมงานเก่า แต่ครั้งนี้เปลี่ยนวิธี จากการส่งสัญญาณ มาเป็นการส่งรหัสลับผ่านอวัยวะต่างๆ แทน
 
               ว่ากันว่า ถ้าผู้สมัครสอบที่สำคัญมากๆ มือปืนจะเข้าสอบแทน ด้วยการฝนรหัสกับกระดาษคำตอบ กรณีดังกล่าวจะใช้เงินประมาณ 6-8 แสนบาทต่อราย ในการเข้าไปทำข้อสอบให้แล้วเขียนชื่ออีกคน ตรวจสอบยาก เพราะในห้องสอบไม่มีระบบสแกน และไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีการสแกนข้อสอบ และไม่มีการสแกนเมื่อส่งข้อสอบ แต่ตรวจสอบในขั้นตอนการเซ็นชื่อว่าเป็นของใคร เวลาเซ็นรับกระดาษคำถามและกระดาษคำตอบว่าลายมือตรงกันหรือไม่ และตอนส่งกระดาษคำตอบต้องเป็นคนเดียวกัน
 
               เหนืออื่นใด การยิงรหัสลับผ่านอวัยวะมือปืนได้ผลประโยชน์สูงมาก เป็นวิธีการใหม่ที่วงการสอบบรรจุข้าราชการครูเริ่มนำมาใช้เมื่อ 13-14 ปีมาแล้ว วิธีการส่งรหัสใช้อวัยวะในร่างกาย อาทิ  ใช้เทคนิคจับใบหู แยก 4 ตำแหน่ง เพื่อระบุคำตอบข้อ ก. ข. ค. ง. หรือใช้สัญลักษณ์ด้วยการขยับตำแหน่งของเท้า อาทิ การยกเท่าขึ้น ตอบข้อ ก., การยกเท้าไปทางขวา ตอบข้อ ข., การยกเท้าไปทางซ้าย ตอบข้อ ค. และการยกส้นเท้า ตอบข้อ ง.
 
               สมมุติว่ามีข้อสอบ 150 ข้อ มือปืนต้องส่งรหัสข้อสอบ 150 ครั้ง แบ่งเป็นชุด ชุดละ 5 ข้อ เวลาส่งห่างกัน 5 วินาที เมื่อส่งครบ 5 ข้อ มือปืนจะเขย่าหัวเข่า 1 ครั้ง เพราะฉะนั้นจะมีการเขย่าหัวเข่า 30 ครั้ง เพื่อส่งรหัสข้อสอบให้ครบ 150 ข้อ เมื่อส่งรหัสข้อสอบครบ มือปืนจะทำอุปกรณ์ เช่น ปากกา ดินสอ ยางลบ ตกพื้น เพื่อส่งสัญญาณให้ลูกค้าทราบว่า "ส่งเสร็จแล้วนะ" กระบวนการดังกล่าวลูกค้าจะต้องไม่ละสายตาจาก "มือปืน"
 
               ว่ากันว่า เพื่อความมั่นใจ 100% ว่าจะทำข้อสอบได้ จะมีการทดสอบการส่งรหัสข้อสอบล่วงหน้า 7 วัน หลังจากประกาศเลขที่นั่งสอบแล้ว รู้ตำแหน่งที่นั่งสอบของลูกค้า ที่สำคัญลูกค้าต้องจ่ายเงินมัดจำ "3 ขั้นตอน" ดังนี้
 
               ขั้นตอนที่ 1 จ่ายค่าติวข้อสอบกับหัวหน้าทีมติว(มือปืน) ตกหัวละ 6-8 แสนบาท แต่แยกจ่าย เมื่อถึงวันสมัครสอบต้องไปต่อแถวเรียงกันเพื่อให้ได้เลขที่นั่งสอบใกล้เคียงกันหรือสอบห้องเดียวกัน แต่ก่อนลงสนามสอบจริงจะซักซ้อมป้องกันความผิดพลาดในการยิงรหัสเหมือนสอบจริง ด้วยการเช่าสถานศึกษาที่มีห้องประชุมอเนกประสงค์ขนาดใหญ่
 
               ขั้นตอนที่ 2 ก่อนสอบซึ่งจะมีการยิงรหัส ต้องจ่ายเงินมัดจำงวดแรก 2 แสนบาท เมื่อสอบเสร็จต้องจ่ายเงินงวดที่ 2 อีก 2-3 แสนบาทแล้วแต่ตกลงกัน และเมื่อรู้ผลแน่ชัดว่าสอบติดครูผู้ช่วยก็จ่ายงวดที่ 3 ในวงเงินที่เหลือให้ครบ
 
               การส่งรหัสต่อให้มีการเปลี่ยนข้อสอบ สลับข้อสอบ กลุ่มผู้แสวงผลประโยชน์จากการสอบจะอาศัยมือปืนจำนวนมาก กระจายทุกสนามสอบ เขาจะไม่รู้จักกัน ส่วนใหญ่จะพักใกล้กันนัดเดินทางมาด้วยกัน
 
               "ผมมีความเชื่อว่า กระบวนสอบครูผู้ช่วยจะทุจริตไม่ได้ หากเป็นข้อสอบข้อเขียน อาทิ สอบเลขเป็นตัวเลข มีทศนิยม, สอบเคมี หรือสอบฟิสิกส์ ก็ไม่ได้ วิชาสังคมก็กำหนดคำตอบอยู่ในกรอบ เช่นการก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มากี่ปีแล้ว ซึ่งการสอบครูผู้ช่วย สพฐ.สมมุติว่ามีลูกทีมที่ต้องการใช้วิธีพิเศษเป็นข้าราชการ 3,000 คน นั่นหมายถึงเม็ดเงินกว่า 1,800 ล้านบาท ที่มือปืนกลุ่มนี้ได้รับ" เลขาธิการ ภตช. กล่าว
 
               ติดตามตอน 2 "บิ๊กศธ.เอี่ยวโกงสอบครู"
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แฉ!!กลโกงสอบครู(ตอน1)

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^