LASTEST NEWS

เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก

  • 24 เม.ย. 2557 เวลา 07:41 น.
  • 960 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก
 
"เอแบคโพล"เผยผลสำรวจระบบการศึกษาไทย ระบุเด็กไทยเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่เรียนแล้วนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เด็กเกินครึ่งเห็นว่าการเรียนพิเศษเป็นสิ่งจำเป็น เกลียดวิชาคณิตและอังกฤษมากที่สุด
 
วันนี้( 23 เม.ย.)ดร.ปรีชา เมธาวัสรภาคย์ ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพล สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า เอแบคโพล ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ทำการสำรวจเรื่อง เด็กและเยาวชนไทยอยากเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงจากการศึกษาไทย โดยสำรวจเด็กและเยาวชนอายุ 14-18 ปี ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 4,255 คน ระหว่างวันที่ 1-15เม.ย.2557 ผลปรากฏว่า ร้อยละ 58.9 เห็นว่าโอกาสและมาตรฐานทางการศึกษาของไทยไม่เท่าเทียมกัน ร้อยละ 58.7 เห็นว่าเด็กไทยเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่ไม่สามารถนำความรู้ในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ได้ ร้อยละ 54.8 เด็กไทยไม่ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ร้อยละ 53.1 เห็นว่าการเรียนการสอนเริ่มต้นจากความรู้ในหนังสือและจบลงที่ข้อสอบ ร้อยละ 30.7 ระบุว่าความรู้ที่ใช้สอบได้จากการเรียนกวดวิชา ร้อยละ 25.0 อยากถามครูเกี่ยวกับวิธีการสอนของครู เช่น ทำไมครูไม่หาวิธีการสอนที่สนุก และไม่น่าเบื่อ, ทำไมสอนต้องอ่านตามหนังสือ ทำไมสอนในห้องเรียนไม่รู้เรื่อง แต่สอนพิเศษรู้เรื่อง เป็นต้น
 
ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับวิชาที่เด็กที่เรียนสายสามัญไม่ชอบเรียนมากที่สุดคือ คณิตศาสตร์ร้อยละ 27.7 รองลงมาคือ ภาษาอังกฤษร้อยละ 27.4 ขณะที่เด็กที่เรียนสายอาชีพ ร้อยละ 33.3 ไม่ชอบวิชาภาษาอังกฤษ รองลงมาคือ คณิตศาสตร์ร้อยละ 32.2 สำหรับแรงบันดาลใจในการไปเรียนมากที่สุดคือ พ่อแม่ร้อยละ 71.4 และยังพบว่าพ่อแม่เสียเงินค่าเรียนพิเศษมากกว่าค่าเทอมที่โรงเรียนถึงร้อยละ 25.2 นอกจากนี้พบว่าร้อยละ 65.1 เห็นว่าการเรียนพิเศษเป็นสิ่งจำเป็น ร้อยละ 69.4 อยากให้เปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และเปิดโอกาสให้คนได้เรียนอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนเรื่องการเรียนต่อพบว่า ร้อยละ 66.7 ตั้งใจเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 14.4 เรียนสายอาชีพ ขณะที่อาชีพที่ต้องการที่สุดในอนาคต คือ แพทย์ ร้อยละ 20.4 รองลงมาคือ ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย ร้อยละ 16.3 และ ครู/อาจารย์ ร้อยละ 12.5
 
ด้าน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รองประธานคณะกรรมการ สสค.คนที่ 2 กล่าวว่า ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมของเด็กไทยเปลี่ยนไป ดังนั้นครูต้องเปลี่ยนวิธีการสอน จะสอนแบบยืนหน้าห้อง และพูดตามหนังสือต่อไปไม่ได้แล้ว อีกทั้งต้องรู้จักใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก หรือ ไลน์ มาสื่อสารเพื่อดึงเด็กไว้ ส่วนที่ผลวิจัยระบุว่าเด็กไม่ชอบวิชาภาษาอังกฤษมากที่สุดนั้น เป็นสิ่งที่น่าห่วงมาก เราจึงต้องเปลี่ยนทัศนคติว่า ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาต่างประเทศ แต่เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต เหมือนการใช้เทคโนโลยี หรือไอทีในชีวิตประจำวัน โดยสาเหตุที่เด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ผล เพราะเราเรียนเพื่อสอบได้หรือสอบตก ซึ่งตนเห็นว่าต้องยกเลิกวิธีการประเมินดังกล่าว เพื่อให้เด็กได้เรียนภาษาอังกฤษ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างได้ผลจริงๆ
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^