LASTEST NEWS

18 ม.ค. 2560(ร่าง) ปฏิทินสอบครูผู้ช่วย สพฐ. กรณีทั่วไป ปีพ.ศ.2560 รับสมัคร24-30มี.ค.60 18 ม.ค. 2560แชร์แปะไว้เลย! (ร่าง)กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 สมัคร14-20กุมภาพันธ์2560 18 ม.ค. 2560ว่าด้วยเรื่อง ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่กำลังเปิดรับสมัครตอนนี้ 18 ม.ค. 2560สพฐ.รอศาลก่อนคืนสิทธิ์"ครูจอมทรัพย์" 18 ม.ค. 2560"ประยุทธ์" เร่งสอบคดีครูจอมทรัพย์ "เเพะหรือเเกะ" วอนอย่าใช้กระเเสโทษตำรวจ ให้รอการตัดสิน 18 ม.ค. 2560"กรมบัญชีกลาง" จ่ายเงินเดือนตรงสพฐ. ม.ค.นี้ 18 ม.ค. 2560ปฏิรูปล่าช้า "ปนัดดา"เร่งตั้งอกศจ. 18 ม.ค. 2560รับแค่สาขาละ30รับรองครูมีคุณภาพ 18 ม.ค. 2560สำรวจความต้องการบุคลากรสายสนับสนุน และแจ้งอัตราว่างพนักงานราชการ ตามกรอบรอบ 4 18 ม.ค. 2560เปิดรายชื่อสาขาวิชาเอกตัวเต็ง สอบเข้ารับราชการครูผู้ช่วย ท้องถิ่น ปี2560

การปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

  • 15 เม.ย. 2557 เวลา 09:46 น.
  • 1,034 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
การปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 92/2557
การปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย
 
ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในการปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย
 
รมว.ศธ.กล่าวว่า การสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย เป็นนโยบายสำคัญที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องระบบการสอบคัดเลือก เพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียม รวมถึงปัญหาการสอบคัดเลือกที่ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานและการเรียน ทั้งในแง่ของเวลาและความสนใจต่อเนื้อหาที่เรียนในระบบโรงเรียน จึงได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือ และจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย
 
จากข้อสรุปล่าสุด ได้เห็นชอบในหลักการสำคัญของการจัดระเบียบการรับตรงที่มีข้อสรุปที่สำคัญคือ ให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเรียนจบ ก่อนเริ่มกระบวนการสอบคัดเลือก โดยการสอบรับตรงจะต้องดำเนินการในช่วงเวลาเดียวกัน ใช้ข้อสอบกลางและสอบครั้งเดียวในแต่ละวิชา ซึ่งนอกจากจะใช้คะแนนสอบในการสอบคัดเลือกแล้ว สามารถใช้ GPAX, O-Net และสมุดพกความดี ประกอบในการคัดเลือกได้อีกด้วย
 
ส่วนระบบโควตาก็จะมีอยู่ แต่ต้องไม่มีการสอบแข่งขัน เมื่อมีรายชื่อผู้ได้รับโควตาแล้ว ให้ส่งรายชื่อไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก่อนกระบวนการสอบภายในเดือนเมษายน เพื่อรวบรวมรายชื่อเหล่านี้ให้เป็นรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ขอกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) แล้วแต่กรณี เพื่อให้มหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือ
 
  โดยกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ซึ่งสามารถดำเนินการได้เพราะมีการเลื่อนเวลาเปิดรับสมัครของมหาวิทยาลัย และจะเริ่มใช้ระบบดังกล่าวได้ในปีการศึกษาถัดไป การเปลี่ยนระบบการสอบคัดเลือกสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะเป็นการจัดระเบียบการรับตรง ซึ่งไม่กระทบกับระบบ Admission การกำหนดร่วมกันในเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบในทางที่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ จึงไม่ต้องประกาศล่วงหน้า
 
นอกจากเห็นชอบในหลักการสำคัญร่วมกันแล้ว ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยได้รับหลักการ และจะประชุมอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อสรุปการดำเนินงาน ซึ่งคาดว่าจะหาข้อยุติได้ทั้งหมด เมื่อมีความเห็นร่วมกันชัดเจนแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องเสนอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพียงแต่จะทำให้เป็นประกาศข้อสรุปร่วมกัน หรืออาจให้เป็นบันทึกหรือข้อสรุปการประชุมที่เวียนให้ทราบต่อไป
 
ทั้งนี้ หากจัดระเบียบการสอบคัดเลือกได้เป็นระบบแล้ว เรื่องสำคัญที่จะต้องทำต่อไป คือการพัฒนาการออกข้อสอบ โดยจะต้องคำนึงถึงการตอบสนองความต้องการของมหาวิทยาลัยในการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย และทำให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) จะต้องร่วมดูแลด้วย อีกทั้งจะต้องเชื่อมโยงถึง GPAX, O-Net และความสอดคล้องกับหลักสูตรที่เรียนในระดับพื้นฐาน หากข้อสอบไม่สามารถตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้ ก็จะเกิดเป็นปัญหา ดังนั้นคณะกรรมการดูแลเรื่องระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการพัฒนาข้อสอบ จัดระบบพัฒนาข้อสอบ ที่สำคัญต้องให้ทางมหาวิทยาลัยร่วมมือกับ สทศ. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อทำให้เกิดความสอดคล้องกับหลักสูตร และความเป็นมาตรฐานของข้อสอบด้วย
 
แนวดำเนินการ ตามข้อสรุปจากการประชุมคณะกรรมการการดูแลระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย
 
>> ในหลักการให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายเรียนจบก่อนเริ่มกระบวนการสอบคัดเลือก
>> ให้การสอบทั้งหลายดำเนินการร่วมกันในห้วงเวลาเดียวกัน
>> กระบวนการสอบจะเริ่มในเดือนเมษายน รายวิชาที่จะสอบขึ้นกับความต้องการของแต่ละหลักสูตร
>> ข้อสอบเป็นข้อสอบกลางที่สอบครั้งเดียวในแต่ละวิชา
>> เมื่อสอบแล้วจะรายงานผลคะแนนที่สอบได้ในเดือนพฤษภาคม แล้วเข้าสู่กระบวนการเลือกลำดับหลักสูตรที่นักเรียนต้องการ
>> นักเรียนเมื่อทราบคะแนน ก็จะคะเนได้ว่าควรเลือกหลักสูตรไหนของมหาวิทยาลัยใด แต่ละหลักสูตรจะกำหนดกติกาการรับนักศึกษาได้เอง
>> นอกจากคะแนนสอบแล้ว ยังสามารถใช้ GPAX, O-Net และสมุดพกความดีประกอบในการคัดเลือก
>> ในขณะเดียวกันก็จะสมัครลำดับโดยใช้กติกา Admission เดิมด้วย โดยให้เวลาในการเลือกประมาณ 2-4 สัปดาห์ (อาจมีระบบรายงานจำนวนผู้สมัครในแต่ละหลักสูตรแบบ Real Time เพื่อให้นักเรียนประเมินความเสี่ยงเอง และเปลี่ยนใจได้ระดับหนึ่ง) แล้วจะคัดเลือกพร้อมกันตามลำดับที่เลือกไว้
>> รายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะส่งให้ สกอ.
>> ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกก็จะเข้าสู่ระบบรับตรงอิสระของแต่ละมหาวิทยาลัยที่ยังมีที่ว่าง โดยจะให้เวลาอีก 1 เดือนเพื่อรับให้เรียบร้อย และส่งชื่อให้ สกอ.
>> อาจมีบางมหาวิทยาลัยเปิดรับระบบโควตา ซึ่งจะต้องไม่มีการสอบแข่งขัน และต้องส่งชื่อให้ สกอ. ก่อนกระบวนการสอบในเดือนเมษายน
>> สกอ.จะใช้มาตรการรวบรวมรายชื่อเหล่านี้ไว้เป็นรายชื่อผู้มีสิทธิ์ขอกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) แล้วแต่กรณี เพื่อให้มหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือ
>> กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 4 เดือน และการรับนักศึกษาจะเสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนในปีการศึกษาถัดไป
>> กระบวนการนี้เป็นเพียงการจัดระเบียบการรับตรงโดยไม่กระทบกับระบบ Admission เดิม จึงไม่ต้องประกาศล่วงหน้า
>> ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสมาคมอุดมศึกษาเอกชนร่วมประชุมด้วยซึ่งรับในหลักการ จึงให้กลับไปเข้าที่ประชุมของแต่ละแห่งเพื่อยืนยันและเสนอแนะอีกครั้ง
>> นัดประชุมในเดือนพฤษภาคมเพื่อสรุปการดำเนินการต่อไป
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : การปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^