LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 08 ธ.ค. 2559ด่วน!! บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดรับสมัครวุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา จำนวนมาก

93 องค์กรขึ้นเงินเดือนสวนทาง ศก. "อุตฯเคมีภัณฑ์-อิเล็กทรอนิกส์" แชมป์

  • 05 เม.ย. 2557 เวลา 08:31 น.
  • 1,338 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
93 องค์กรขึ้นเงินเดือนสวนทาง ศก. "อุตฯเคมีภัณฑ์-อิเล็กทรอนิกส์" แชมป์

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เป็นประจำทุกปีที่ บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน (ประเทศไทย) ทำการสำรวจเรื่องแนวโน้มทรัพยากรบุคคลและประเด็นท้าทายของอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศไทย (Thailand Flash Survey, HR Trends and Challenging Issues) โดยในแต่ละปีจะมีประเด็นสำคัญอยู่ที่ การเปิดเผยแนวโน้มการขึ้นเงินเดือนของอุตสาหกรรมในประเทศ อัตราการเข้า-ออกของพนักงาน และโจทย์ที่ท้าทายของฝ่ายทรัพยากรบุคคล 
 
เคมีภัณฑ์-ไฮเทค แชมป์ขึ้นเงินเดือนสูง
 
ล่าสุดจากการสำรวจเรื่องแนวโน้มทรัพยากรบุคคลและประเด็นท้าทายของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของประเทศไทย ในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ซึ่งได้ดำเนินการช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม โดยมีบริษัทต่างๆ เข้าร่วม 93 บริษัท พบว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยมีการปรับอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 6% 
 
ขณะเดียวกันก็พบว่า ไตรมาส 1 ที่ผ่านมามีการชะลอการจ้างงาน เนื่องมาจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมือง ทำให้ตัดสินใจการลงทุนล่าช้า ซึ่งอาจจะส่งผลไปในไตรมาสที่ 2 และ 3 หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ 
 
"พิชญ์พจี สายเชื้อ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาวเวอร์ วัทสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากรายงานผลสำรวจเรื่องแนวโน้มทรัพยากรบุคคลและประเด็นท้าทายของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทย ไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ระบุว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทยมีการปรับอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้น 5.4% ในปี 2556 และสำหรับปี 2557 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็น 6% ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการเงิน ธุรกิจประกันภัย โรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนนิกส์ อุตสาหกรรมไฮเทค และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์
 
สำหรับปี 2557 จากการคาดการณ์อุตสาหกรรมที่มีอัตราเงินเดือนเพิ่มสูงมากที่สุด อันดับที่หนึ่ง คืออุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.2% และรองลงมาคือ อุตสาหกรรมไฮเทค อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และโรงงานอุตสาหกรรม เฉลี่ยที่ 6%
 
ทั้งนี้แม้ความวุ่นวายจากสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย และภาพรวมเศรษฐกิจของไทยที่ไม่สดใสนัก และอาจจะส่งผลถึงอัตราการขึ้นเงินเดือนอยู่มาก ซึ่งจากการสำรวจดังกล่าวนี้จะเป็นเพียงค่าเฉลี่ย แต่ปัจจัยสำคัญจะอยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง และเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศ และขึ้นอยู่กับบริษัทหรืออุตสาหกรรมนั้น ๆ ว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด


 
 
วิศวกร-นักวิจัย เงินเดือนสตาร์ตสูง
 
นอกจากนี้ "พิชญ์พจี" กล่าวอีกว่า จากข้อมูลอัตราเงินเดือนของพนักงานระดับเริ่มต้น ปี 2556 พบว่า กลุ่มผู้ที่จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และสาขาด้านการวิจัยและพัฒนา มีอัตราเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยสูงสุดที่ 18,000 บาทต่อเดือน โดยตำแหน่งวิศวกรเริ่มต้นที่ 19,200 บาทต่อเดือน ตำแหน่งงานวิจัยและพัฒนา 17,900 บาทต่อเดือน ตำแหน่งงานด้านไอที 17,500 บาทต่อเดือน 
 
ส่วนในแง่ของแนวโน้มอัตราเงินเดือนอาจจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเข้าไปทำงานในบริษัทต่าง ๆ ได้แก่ ตำแหน่งวิศวกร การขาย และบัญชี นอกจากนี้ตำแหน่งงานที่ความต้องการในการจ้างงานที่มากขึ้นในอนาคตของประเทศไทย ประกอบด้วย ตำแหน่งวิศวกร การขาย บัญชี โรงงานอุตสาหกรรม วิจัยพัฒนา
 
ทั้งนี้ ตำแหน่งงานในอนาคตที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง คือ ตำแหน่งวิจัยและพัฒนา เนื่องจากความต้องการในการพัฒนา คิดค้นสินค้า และการควบคุมคุณภาพ การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ จึงทำให้ตำแหน่งงานนี้มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งเป็นผลมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและการควบคุมคุณภาพในการส่งออก
 
ประกัน-การเงิน เทิร์นโอเวอร์สูง
 
จากผลการสำรวจชิ้นนี้ยังระบุด้วยว่า อัตราการเข้า-ออกของพนักงาน (Turnover Rate) มากที่สุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจประกันภัย 20% ตามด้วยกลุ่มธุรกิจด้านการเงิน 18% และกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 17.3% โดยค่าเฉลี่ยอัตราการเข้า-ออกของพนักงานอยู่ที่ 9.35% ในช่วงปี 2551 ถึงปี 2554 ซึ่งมีปัจจัยมาจากการแข่งขันที่สูง และมีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา 
 
ปัญหาที่สำคัญที่ทำให้อัตราการเข้า-ออกของพนักงานสูงขึ้นมาจากผู้บริหารและหัวหน้างาน โดยที่เขาเหล่านั้นไม่มีความเข้าใจตัวของพนักงานอย่างแท้จริง อีกทั้งความเห็นพ้องในด้านวิสัยทัศน์ไม่ตรงกัน ด้วยเหตุนี้ผู้บริหารและหัวหน้างานต้องมีบทบาทในการเป็นผู้นำที่ดี รวมถึงการเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคลไปในตัว เพื่อเรียนรู้และสร้างความเข้าใจกับพนักงาน 
 
อย่างไรก็ตามจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยและโรงงานอุตสาหกรรมมีความต้องการสูง เนื่องจากขาดแคลนพนักงาน ด้วยมีการเข้าออกของพนักงานที่สูง
 
นอกจากนี้จากผลสำรวจยังพบว่า สาขางานด้านวิศวกรรมศาสตร์ และงานขาย เป็นกลุ่มที่บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญกับประเด็นเรื่องการดึงดูดและการรักษาพนักงานมากที่สุด ซึ่งทำให้การรักษาคนเก่งจึงเป็นประเด็นที่ท้าทายอันดับหนึ่งของฝ่ายทรัพยากรบุคคลติดต่อกันในปี 2556 และ 2557
 
ประเด็นที่สำคัญของการดึงดูดและการรักษาพนักงานให้อยู่กับบริษัทมากที่สุด คือการเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีความสามารถได้มีการเติบโตทางด้านสายงาน ซึ่งการลงทุนในการรักษาพนักงานเอาไว้จะคุ้มค่ากว่าการรับพนักงานใหม่ อีกทั้งควรมีอัตราฐานเงินเดือนที่สูง รวมถึงความท้าทายของงานที่จะสามารถดึงดูดความสนใจในการทำงาน เนื่องจากบุคลากรที่มีศักยภาพสูงนั้นหายาก จึงเป็นความท้าทายของแต่ละองค์กรในการบริหารจัดการคนเก่ง เพื่อให้องค์กรมีขีดความสามารถที่จะแข่งขันได้
 
เข้มภาษี-พัฒนาผู้นำรับเปิดเออีซี
 
นอกจากนี้ บริษัทต่าง ๆ ยังได้เผยถึงกลยุทธ์ในการรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาทิ สถานการณ์รุนแรงทางการเมือง และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งในส่วนนี้ "พิชญ์พจี" กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลสำรวจ 3 อันดับแรกของกลยุทธ์ในการรับมือ ได้แก่ ทบทวนกลยุทธ์ทางการตลาด (45%), ทบทวนนโยบายด้านความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหาในการทำงาน (44%) และอนุมัติการทำงานนอกสถานที่ (42%) ในขณะที่บริษัทส่วนน้อยเพียง 7% เลือกการปลดพนักงานออก
 
ปัจจุบันบริษัทต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการประเมินปัจจัยภายนอกมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นการวางแผนกลยุทธ์จึงมีความสำคัญมาก สำหรับการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดเพื่อให้แน่ใจได้ว่า พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง
 
ขณะเดียวกันการสำรวจยังสอบถามถึงกลยุทธ์การรักษาคนเก่งของบริษัทต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015 ที่จะถึงนี้ โดยผลสำรวจที่มาเป็นอันดับหนึ่งถึง 65% คือ การจัดอบรมทางภาษาให้แก่พนักงาน ตามด้วยอันดับสอง 58% คือ การพัฒนาความพร้อมของผู้นำ ซึ่งเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศมากขึ้น 
 
สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริหารคือต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ
 
ในตอนท้าย "พิชญ์พจี" ยังกล่าวอีกว่า สำหรับปี 2015 อัตราเงินเดือนเฉลี่ยคงอยู่ในอัตรา 5.6-6% แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเดือนเปลี่ยนแปลงไป คือ ความมั่นคงของเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ อุปสงค์อุปทานของคนในประเทศ และอัตราการว่างงาน
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : 93 องค์กรขึ้นเงินเดือนสวนทาง ศก. "อุตฯเคมีภัณฑ์-อิเล็กทรอนิกส์" แชมป์

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^