LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

ชงปรับวิธีเข้ามหา’ลัยต้องสอบน้อยที่สุด

  • 05 เม.ย. 2557 เวลา 08:15 น.
  • 573 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ชงปรับวิธีเข้ามหา’ลัยต้องสอบน้อยที่สุด

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สกอ.จับเข่าคุยตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาทุกองค์กร เห็นตรงกันในหลักการปรับปรุงวิธีเข้ามหาวิทยาลัยต้องดำเนินการหลังเด็กเรียนจบแล้วเท่านั้น และให้สอบน้อยที่สุด โดยแต่ละวิชาที่สอบสามารถนำคะแนนไปใช้สมัครได้ทุกประเภทการคัดเลือก
 
วันนี้(4เม.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ได้มีการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาครั้งที่1/2557 โดยมี รศ.นพ.กำจร  ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธาน ซึ่งรศ.ดร.กำจร  เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมเห็นตรงกันในประเด็กนหลักการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องดำเนินการหลังจากที่เด็กจบการศึกษาแล้วเพื่อแก้ปัญหาเด็กไม่ตั้งใจเรียน  และควรที่จะให้มีการสอบวิชาต่างๆน้อยที่สุดโดยใช้ข้อสอบกลางที่จัดสอบพร้อมกัน เพื่อเด็กจะได้ไม่ต้องวิ่งรอกสอบหลายแห่ง และในแต่ละวิชาก็ควรจะต้องสอบเพียงครั้งเดียวแต่สามารถนำคะแนนไปใช้ในการคัดเลือกได้ทุกประเภท
 
 
รศ นพ.กำจร  กล่าวต่อไปว่า สำหรับระบบการคัดเลือกที่ดำเนินการจะประกอบด้วย ระบบโควตาที่มหาวิทยาลัยจะต้องไม่จัดสอบวิชาต่างๆขึ้นใหม่ แต่ให้ใช้คะแนนต่างๆที่เด็กมีอยู่แล้วมาพิจารณาคัดเลือกเช่น คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลาย หรือ จีพีเอเอ็กซ์   คะแนนผลการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือแกต  คะแนนการทดสอบความถนัดทางวิชาการหรือวิชาชีพ หรือแพต   คะแนนสอบ 7 วิชาสามัญ  หรือ สมุดพกความดี เป็นต้น   นอกจากนี้ยังจะมีการคัดเลือกด้วยระบบรับตรงผ่านเคลียร์ริ่งเฮ้าส์  และระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางหรือแอดมิชชั่น  ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้จะให้ดำเนินการไปพร้อมกัน และถ้านักเรียนยังไม่มีที่เรียนก็อาจจะเข้าระบบรับตรงได้อีกครั้ง  
 
 
 “ จากการหารือผู้แทนของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)  ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ(ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(ทปอ.มทร.) และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย(สสอท.)  ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว เพราะจะช่วยแก้ปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบหลายแห่งซึ่งทำให้ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายแพง อย่างไรก็ตามตัวแทนกลุ่มต่างๆ จะนำข้อเสนอนี้ไปหารือกันในกลุ่มเพื่อรับฟังความคิดเห็น จากนั้นจะสรุปข้อเสนอและนำกลับมาเข้าที่ประชุมอีกครั้งซึ่งหากทุกฝ่ายเห็นด้วยก็น่าจะสามารถดำเนินการได้ในปีการศึกษา 2558  ทันที แต่ถ้ายังเห็นไม่ตรงกันก็อาจต้องนำเรื่องเสนอรมว.ศึกษาธิการพิจาณาว่าจำเป็นจะต้องออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือไม่” รศ.นพ.กำจรกล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ชงปรับวิธีเข้ามหา’ลัยต้องสอบน้อยที่สุด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^