LASTEST NEWS

24 ม.ค. 2561สพป.ตาก เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 30 อัตรา สมัคร25-31ม.ค.2561 23 ม.ค. 2561ใครเป็นบ้างครับ ลูกหนี้ยืมเงิน เลื่อนชำระหนี้ แต่อัพรูปเที่ยวกิน ชีวิตดี๊ดี... 23 ม.ค. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีแม่สาย รับสมัครครูผู้สอน 7 อัตรา (สมัครบัดนี้-31ม.ค.61) 23 ม.ค. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีแม่สาย รับสมัครครู 7 อัตรา (สมัครบัดนี้-31ม.ค.61) 23 ม.ค. 2561โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ รับสมัครครู 6 อัตรา วุฒิป.ตรี เงินเดือน 16,500-18,720บาท 23 ม.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครสอบแข่งขัน ตำแหน่งธุรการการเงิน (สมัคร22-26ม.ค.61) 23 ม.ค. 2561มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 20 อัตรา 23 ม.ค. 2561ธนาคาร ธ.ก.ส. เปิดรับสมัครงาน 33 อัตรา สมัคร22-25ม.ค.61 22 ม.ค. 2561คุรุสภาประกาศแนวทาง ส่งเสริมเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครู 22 ม.ค. 2561ขู่ตัดงบฯ"หลักสูตรห่วย"ฝืนเปิดรับนศ.

ชงปรับวิธีเข้ามหา’ลัยต้องสอบน้อยที่สุด

  • 05 เม.ย. 2557 เวลา 08:15 น.
  • 604 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ชงปรับวิธีเข้ามหา’ลัยต้องสอบน้อยที่สุด
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สกอ.จับเข่าคุยตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาทุกองค์กร เห็นตรงกันในหลักการปรับปรุงวิธีเข้ามหาวิทยาลัยต้องดำเนินการหลังเด็กเรียนจบแล้วเท่านั้น และให้สอบน้อยที่สุด โดยแต่ละวิชาที่สอบสามารถนำคะแนนไปใช้สมัครได้ทุกประเภทการคัดเลือก
 
วันนี้(4เม.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ได้มีการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาครั้งที่1/2557 โดยมี รศ.นพ.กำจร  ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธาน ซึ่งรศ.ดร.กำจร  เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมเห็นตรงกันในประเด็กนหลักการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องดำเนินการหลังจากที่เด็กจบการศึกษาแล้วเพื่อแก้ปัญหาเด็กไม่ตั้งใจเรียน  และควรที่จะให้มีการสอบวิชาต่างๆน้อยที่สุดโดยใช้ข้อสอบกลางที่จัดสอบพร้อมกัน เพื่อเด็กจะได้ไม่ต้องวิ่งรอกสอบหลายแห่ง และในแต่ละวิชาก็ควรจะต้องสอบเพียงครั้งเดียวแต่สามารถนำคะแนนไปใช้ในการคัดเลือกได้ทุกประเภท
 
 
รศ นพ.กำจร  กล่าวต่อไปว่า สำหรับระบบการคัดเลือกที่ดำเนินการจะประกอบด้วย ระบบโควตาที่มหาวิทยาลัยจะต้องไม่จัดสอบวิชาต่างๆขึ้นใหม่ แต่ให้ใช้คะแนนต่างๆที่เด็กมีอยู่แล้วมาพิจารณาคัดเลือกเช่น คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลาย หรือ จีพีเอเอ็กซ์   คะแนนผลการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือแกต  คะแนนการทดสอบความถนัดทางวิชาการหรือวิชาชีพ หรือแพต   คะแนนสอบ 7 วิชาสามัญ  หรือ สมุดพกความดี เป็นต้น   นอกจากนี้ยังจะมีการคัดเลือกด้วยระบบรับตรงผ่านเคลียร์ริ่งเฮ้าส์  และระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางหรือแอดมิชชั่น  ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้จะให้ดำเนินการไปพร้อมกัน และถ้านักเรียนยังไม่มีที่เรียนก็อาจจะเข้าระบบรับตรงได้อีกครั้ง  
 
 
 “ จากการหารือผู้แทนของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)  ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ(ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(ทปอ.มทร.) และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย(สสอท.)  ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว เพราะจะช่วยแก้ปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบหลายแห่งซึ่งทำให้ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายแพง อย่างไรก็ตามตัวแทนกลุ่มต่างๆ จะนำข้อเสนอนี้ไปหารือกันในกลุ่มเพื่อรับฟังความคิดเห็น จากนั้นจะสรุปข้อเสนอและนำกลับมาเข้าที่ประชุมอีกครั้งซึ่งหากทุกฝ่ายเห็นด้วยก็น่าจะสามารถดำเนินการได้ในปีการศึกษา 2558  ทันที แต่ถ้ายังเห็นไม่ตรงกันก็อาจต้องนำเรื่องเสนอรมว.ศึกษาธิการพิจาณาว่าจำเป็นจะต้องออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือไม่” รศ.นพ.กำจรกล่าว
 
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ชงปรับวิธีเข้ามหา’ลัยต้องสอบน้อยที่สุด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^