LASTEST NEWS

23 ม.ค. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีแม่สาย รับสมัครครูผู้สอน 7 อัตรา (สมัครบัดนี้-31ม.ค.61) 23 ม.ค. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีแม่สาย รับสมัครครู 7 อัตรา (สมัครบัดนี้-31ม.ค.61) 23 ม.ค. 2561โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ รับสมัครครู 6 อัตรา วุฒิป.ตรี เงินเดือน 16,500-18,720บาท 23 ม.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครสอบแข่งขัน ตำแหน่งธุรการการเงิน (สมัคร22-26ม.ค.61) 23 ม.ค. 2561มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 20 อัตรา 23 ม.ค. 2561ธนาคาร ธ.ก.ส. เปิดรับสมัครงาน 33 อัตรา สมัคร22-25ม.ค.61 22 ม.ค. 2561คุรุสภาประกาศแนวทาง ส่งเสริมเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครู 22 ม.ค. 2561ขู่ตัดงบฯ"หลักสูตรห่วย"ฝืนเปิดรับนศ. 22 ม.ค. 2561ตะลึง! ศธ.ปล่อยครูกู้ยาวถึงอายุ 126 ปี ผ่อนชำระหนี้ 519 งวด 22 ม.ค. 2561วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร22-26มกราคม2561

ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา

  • 07 มี.ค. 2557 เวลา 09:16 น.
  • 10,833 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา
 
          นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยการปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพครู ตามข้อบังคับของคุรุสภา ว่า คุรุสภาได้มีการปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพ โดยได้ออกเป็น ข้อบังคับ คุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556 ซึ่ง เพิ่มมาตรฐาน วิชาชีพครูเป็น 11 มาตรฐาน จากเดิมมี 9 มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ ประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตร ทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2557 ที่มีผลให้นิสิต นักศึกษาคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ จะไม่ได้สิทธิใบประกอบวิชาชีพครูโดยอัตโนมัติเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่จะต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ ทางคุรุสภาชี้แจงว่าทางสภาคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศ เห็นด้วยกับแนวทางนี้แล้ว ขณะเดียวกัน ประกาศดังกล่าวยังเพิ่มเติมในส่วนของการรับรองหลักสูตรระดับปริญญาโท และเอกด้วย จากเดิมที่คุรุสภา จะรับรองเฉพาะหลักสูตรระดับปริญญาตรีเท่านั้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงหลักสูตรการบริหารการศึกษาของผู้บริหาร ซึ่งคุรุสภากำหนดว่า ต่อไปนี้หลักสูตรต่างๆ ต้องผ่านการรับรองจากคุรุสภาจึงจะเปิดได้ และต่อไปสถาบันที่เปิดจะต้องรับนักศึกษาตามกำหนด โดยมีสัดส่วนอาจารย์ 1 คน ต่อนักศึกษา 30 คน และมีสัดส่วนอาจารย์นิเทศก์ 1 คน ต่อนักศึกษา 100 คน โดยที่ การขออนุมัติเปิดหลักสูตรต้องขอภายใน 60 วัน ทั้งนี้ คุรุสภาชี้แจงว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวก็เพื่อการพัฒนาและยกระดับวิชาชีพครูซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูง
 
          ปลัดศธ.กล่าวอีกว่า การสอบขอรับใบอนุญาตวิชาชีพครูนี้ จะเปิดกว้างให้กับกลุ่มนักศึกษาที่มีความเก่ง เฉพาะด้าน แต่ต้องการเป็นครู เช่น จบวิศวกรรมศาสตร์ ได้ด้วยหรือไม่ หรือจะให้สอบเฉพาะนิสิต นักศึกษา ที่จบในหลักสูตร/สาขาจากคณะครุฯ/ศึกษาฯ รับรองเท่านั้น เพราะในส่วนของการรับรองหลักสูตรมีความเป็นห่วงว่า จะเป็นการซ้ำซ้อนกับการรับรองของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หรือไม่ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ใหม่ ดังนั้น รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ จึงขอให้คุรุสภาไปจัดประชุมรับฟังความเห็นและสร้างความเข้าใจ และให้ประสานกับองค์กรหลักเพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็น แล้วนำผลกลับมาเสนอที่ประชุมศธ.เพื่อจัดทำให้เป็นระบบยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุรุสภาไปทบทวน เพียงแต่ขณะนี้ประกาศคุรุสภาฯ ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเพียงการ ลงนามโดยประธานกรรมการคุรุสภาเท่านั้น ซึ่งตามขั้นตอน ก่อนการประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ต้องรายงานให้ รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ ทราบก่อน
 
ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^