LASTEST NEWS

29 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60 29 มี.ค. 2560นายกฯ วอนเข้าใจไทย ยังขาดครูสอนวิชาเฉพาะเก่งๆ 29 มี.ค. 2560สอบครูผู้ช่วยโคราชคึกคักวันแรกคนแห่สมัครกว่าหมื่น 29 มี.ค. 2560ผูกขาดความรู้ "หาใช่ครูไม่"! 29 มี.ค. 2560เปิดทางไม่มีตั๋วครูสอบบรรจุ วัดกึ๋นอนาคตครูไทย 29 มี.ค. 2560ผลประชุมองค์กรหลัก 13/2560 (วันที่ 29 มีนาคม 2560) 29 มี.ค. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. 6/2560 วันที่ 29 มีนาคม 2560 29 มี.ค. 2560การตรวจสอบสถานะการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 5 ปี (ยื่นทาง KSP Bundit) 29 มี.ค. 2560รายชื่อมหาวิทยาลัยที่รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว (สำหรับน้องๆ จบใหม่) 29 มี.ค. 2560ประกาศด่วน! การพิมพ์หลักฐานใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย สำหรับผู้สำเร็จหลักสูตร5ปี ที่ยื่นขอใบอนุญาตฯ แล้ว

ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา

  • 07 มี.ค. 2557 เวลา 09:16 น.
  • 10,141 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา
 
          นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยการปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพครู ตามข้อบังคับของคุรุสภา ว่า คุรุสภาได้มีการปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพ โดยได้ออกเป็น ข้อบังคับ คุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556 ซึ่ง เพิ่มมาตรฐาน วิชาชีพครูเป็น 11 มาตรฐาน จากเดิมมี 9 มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ ประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตร ทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2557 ที่มีผลให้นิสิต นักศึกษาคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ จะไม่ได้สิทธิใบประกอบวิชาชีพครูโดยอัตโนมัติเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่จะต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ ทางคุรุสภาชี้แจงว่าทางสภาคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศ เห็นด้วยกับแนวทางนี้แล้ว ขณะเดียวกัน ประกาศดังกล่าวยังเพิ่มเติมในส่วนของการรับรองหลักสูตรระดับปริญญาโท และเอกด้วย จากเดิมที่คุรุสภา จะรับรองเฉพาะหลักสูตรระดับปริญญาตรีเท่านั้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงหลักสูตรการบริหารการศึกษาของผู้บริหาร ซึ่งคุรุสภากำหนดว่า ต่อไปนี้หลักสูตรต่างๆ ต้องผ่านการรับรองจากคุรุสภาจึงจะเปิดได้ และต่อไปสถาบันที่เปิดจะต้องรับนักศึกษาตามกำหนด โดยมีสัดส่วนอาจารย์ 1 คน ต่อนักศึกษา 30 คน และมีสัดส่วนอาจารย์นิเทศก์ 1 คน ต่อนักศึกษา 100 คน โดยที่ การขออนุมัติเปิดหลักสูตรต้องขอภายใน 60 วัน ทั้งนี้ คุรุสภาชี้แจงว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวก็เพื่อการพัฒนาและยกระดับวิชาชีพครูซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูง
 
          ปลัดศธ.กล่าวอีกว่า การสอบขอรับใบอนุญาตวิชาชีพครูนี้ จะเปิดกว้างให้กับกลุ่มนักศึกษาที่มีความเก่ง เฉพาะด้าน แต่ต้องการเป็นครู เช่น จบวิศวกรรมศาสตร์ ได้ด้วยหรือไม่ หรือจะให้สอบเฉพาะนิสิต นักศึกษา ที่จบในหลักสูตร/สาขาจากคณะครุฯ/ศึกษาฯ รับรองเท่านั้น เพราะในส่วนของการรับรองหลักสูตรมีความเป็นห่วงว่า จะเป็นการซ้ำซ้อนกับการรับรองของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หรือไม่ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ใหม่ ดังนั้น รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ จึงขอให้คุรุสภาไปจัดประชุมรับฟังความเห็นและสร้างความเข้าใจ และให้ประสานกับองค์กรหลักเพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็น แล้วนำผลกลับมาเสนอที่ประชุมศธ.เพื่อจัดทำให้เป็นระบบยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุรุสภาไปทบทวน เพียงแต่ขณะนี้ประกาศคุรุสภาฯ ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเพียงการ ลงนามโดยประธานกรรมการคุรุสภาเท่านั้น ซึ่งตามขั้นตอน ก่อนการประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ต้องรายงานให้ รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ ทราบก่อน
 
ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูจาก 9 เป็น 11 มาตรฐานทุกคนที่จะเป็นครูต้องให้ผ่านการสอบจากคุรุสภา

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^