LASTEST NEWS

22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู 22 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสัดส่วนรับ ม.1 โรงเรียนต่างจังหวัด ทั่วประเทศ 224 โรง 22 ก.พ. 2560ดึง รร.นานาชาติติวครูผู้ช่วย สพฐ. 22 ก.พ. 2560ผลประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ 8/2560 เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 22 ก.พ. 2560ช่วย"รร.เอกชน" เสนอตำแหน่ง วิชาการให้ครู 21 ก.พ. 2560+ มีลูกมีหลานบอกต่อ + คัดเน้นๆ ข่าวเปิดสอบรับราชการ 6,070 อัตรา รับทั่วประเทศ เช็คเลย! 21 ก.พ. 2560เช็คด่วนที่นี่! สรุปตำแหน่งว่าง/กลุ่มวิชา 4,649อัตรา เปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทั่วประเทศ

ทึ่งบราซิลปฏิรูปศึกษาพร้อมไทยแต่ไปไกลกว่าหลายก้าว

  • 03 ก.พ. 2557 เวลา 07:32 น.
  • 842 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ทึ่งบราซิลปฏิรูปศึกษาพร้อมไทยแต่ไปไกลกว่าหลายก้าว

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ทึ่งบราซิลปฏิรูปศึกษาพร้อมไทยแต่ไปไกลกว่าหลายก้าว
 
วันนี้(31ม.ค.) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์กรุงเทพฯ มีการประชุมวิชาการนานาชาติด้านการศึกษาครั้งที่ 7 เรื่อง “การใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาจากประสบการณ์ของประเทศบราซิล”จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) ซึ่งดร.ไกรยสภัทราวาท ผุ้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค.กล่าวว่า บราซิลเริ่มปฏิรูปการศึกษาในปี2542 พร้อมกับไทย แต่บราซิลมีพัฒนาการทางการศึกษาอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากคะแนนสอบพิซ่า(PISA)ที่เพิ่มเกือบ 40 คะแนนในเวลา 10 ปี ถือว่าเร็วเป็นอันดับหนึ่งจาก 65ประเทศที่เข้าร่วมการประเมิน ในขณะที่คะแนนของเด็กไทยกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบราซิลยังเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาไม่มากแต่ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ไทยทุ่มงบประมาณด้านการศึกษาถึง 1 ใน 4ของงบประมาณประจำปี ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกแต่ผลสัมฤทธิ์กลับไม่สัมพันธ์กับเงินที่ทุ่มลงไป ซึ่งหากยังเป็นอยู่เช่นนี้เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีบราซิลคงวิ่งไปไกลจนเราตามไม่เห็นฝุ่นอย่างแน่นอน
 
“ เครื่องมือสำคัญที่ทำให้บราซิลประสบความสำเร็จคือการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ Basic Education Development Index : IDEB ซึ่งเป็นรูปแบบการประเมินคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งผูกติดกับข้อมูลของเด็กเป็นรายบุคคลแบบไม่มีหลุดหายแม้แต่คนเดียวและเป็นข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ซึ่งฐานข้อมูลนี้จะถูกส่งต่อตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงรัฐบาลกลางเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกำหนดนโยบายต่างๆทำให้สามารถบริหารจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะเด็กแต่ละคนก็มีปัญหาต่างกัน วิธีแก้ไขปัญหาก็ต้องมีอย่างหลากหลายด้วย ”ดร.ไกรยส กล่าว
 
ดร.วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า นักวิจัยจากม.นเรศวรกล่าวว่า บราซิลไม่ได้มองว่าการเพิ่มงบฯด้านการศึกษาเป็นวิธีเดียวในการซื้อความสำเร็จแต่จะมุ่งไปที่การสร้างระบบบริหารจัดการที่ดี เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาซึ่งอีเด็ป(IDEB) เป็นการวัดมาตรฐานคล้ายโอเน็ตของไทยแต่จะแตกต่างที่เป็นการประเมินโดยไม่ได้นำไปเทียบเคียงกับคนอื่นแต่จะเป็นการสู้กับตัวเองโดยให้แต่ละโรงเรียนกำหนดเป้าหมายเอาไว้ว่าจะทำให้ได้สูงกว่าคะแนนของปีก่อนเท่าใดแล้วก็ให้รางวัลตามผลที่ได้ และที่สำคัญมีการเปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายทั้งนักการศึกษา ผู้กำหนดนโยบาย โรงเรียนรวมถึงผู้ปกครองหันมาสนใจเรื่องของคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะจะทำให้โรงเรียนเกิดการแข่งขันพัฒนาคุณภาพการศึกษากันมากขึ้นทั้งนี้ข้อมูลจะเป็นตัวช่วยให้การกำหนดนโยบายอย่างมีเหตุมีผลเหมือนภาคธุรกิจที่จะทำอะไรก็ต้องใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเสมอแต่ภาครัฐกลับยังไม่ค่อยใช้เท่าที่ควร
 
“ ระบบของบราซิลเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลจะไม่เป็นตราบาปแต่จะมีระบบเข้าไปให้การช่วยเหลือเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น นอกจากนี้อีเด็ปยังเป็นข้อมูลที่ใช้ในการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่โรงเรียนที่มีพัฒนาการดีและโรงเรียนที่ต้องปรับปรุงคุณภาพ รวมถึงมีการให้เงินอุดหนุนตรงแก่ครอบครัวของผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงที่อาจหลุดออกจากระบบอีกด้วยโดยเฉพาะเด็กในครอบครัวยากจนที่ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน เหมือนเป็นการซื้อเด็กมาอยู่ในระบบการศึกษาแทนที่จะต้องออกไปทำงานหาเงินช่วยครอบครัว” ดร.วรลักษณ์ กล่าว
 
นายเกชา เดชา ผอ.รร.อนุบาลกำแพงเพชร กล่าวว่า ตนมองว่าการสอบโอเน็ตของไทยในปัจจุบันยังไม่ใช่การสอบเพื่อพัฒนาเด็กหรือเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน แต่เป็นแค่การพัฒนากระบวนการติวซึ่งบางโรงเรียนก่อนสอบโอเน็ต 2 เดือน เด็กแทบไม่ได้เรียนกันเลย เพราะมัวแต่เข้าค่ายติวการสอบโอเน็ตนอกจากนี้การเมืองก็มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพราะเมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีก็เปลี่ยนนโยบายตลอด ทำให้ขาดความต่อเนื่องดังนั้นถ้าเราอยากเห็นการศึกษาไทยสามารถพัฒนาคุณภาพคนได้จริงควรมีสถาบันที่ดูแลเรื่องของการศึกษาโดยตรงและที่สำคัญต้องหนีห่างจากการเมืองเพราะตนมองว่าการเมืองไทยยังอีกนานกว่าจะพัฒนาได้
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ทึ่งบราซิลปฏิรูปศึกษาพร้อมไทยแต่ไปไกลกว่าหลายก้าว

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^