LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

ฃ.ฃวด ฅ.ฅน หายไปไหน?

  • 29 ธ.ค. 2556 เวลา 09:50 น.
  • 2,378 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ฃ.ฃวด ฅ.ฅน หายไปไหน?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ฃ.ฃวด ฅ.ฅน
 
ในหนังสือ ภาษา–ประเพณี–บันเทิง (สำนักพิมพ์แสงดาว 2551) เอนก นาวิกมูล เขียนเรื่อง ฃ.ขวด และ ฅ.คน ไว้ว่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมา มีคนรื้อฟื้นเอาตัว ฅ หัวหยักที่สูญหายไปนาน มาเขียนคำว่า คน ที่หมายถึงมนุษย์
 
คำว่า “คน” นั้น เอนกบอกว่า เรากำลังจะหลงทาง ไปหาหนังสือโบราณมาดู ไม่มีเรื่องไหน เขียน “ฅน” เลย เขียนว่า “คน” มาโดยตลอด แล้วตัว ฅ หัวหยักเล่า ท่านใช้เขียนคำไหน
 
ตอบว่า ได้แก่คำว่า “ลำฅอ” ซึ่งเดี๋ยวนี้เราเขียนเป็น “ลำคอ” ถ้าอยากรื้อฟื้น ฅ หัวหยักจริงๆ ก็ต้องหันไปเน้นที่ “ลำฅอ” ไม่ใช่มาเน้นที่ “ฅน”
 
เหตุผลการตัด ฃ กับ ฅ ทิ้งไป นั่นไม่ใช่เพราะไม่มีศัพท์สำหรับ ฃ ฅ แต่เพราะคำมันน้อยไป
 
เมื่อหมอแมคฟาร์แลนด์ ปรับปรุงพิมพ์ดีดภาษาไทย เห็นว่าไม่จำเป็น จึงได้ตัด ฃ กับ ฅ ออกเสีย
 
ตั้งแต่นั้น ฃ กับ ฅ ก็หมดทางทำกิน
 
เด็กๆ รวมทั้งตัวคุณเอนก ก็เกิดความงุนงงมานาน เวลาท่อง ก ถึง ฮ แต่พอถึง ฃ ก็พิมพ์ตัวอย่างการใช้ว่าได้แก่ ขวด ซึ่งหัวไม่เห็นหยัก พอถึง ฅ ทำไมจึงได้แก่ คน ซึ่งหัวก็ไม่เห็นหยักอีก
 
เล่าโดยย่อแล้วคุณเอนก ก็อธิบายขยายความ
 
สมัยหนึ่งคุณเอนก เขียนเรื่องคำกำกับ ก.ไก่ถึง ฮ. นกฮูก ลง “ไทยรัฐ” แล้วก็เอามารวมพิมพ์เป็นหนังสือ ชื่อ แกะรอย ก.ไก่ สำนักพิมพ์สารคดี การเขียนเรื่องนี้ ทำให้ได้ทราบว่า ฃ กับ ฅ นั้นเคยใช้เขียนอะไรบ้าง
 
ที่แน่ๆ ฃ ใช้เขียนคำ ฃอ อย่างฃอสับฃอของควาญช้าง ด้วยเหตุนี้โบราณท่านจึงกำกับ ฃ ไว้ด้วยคำว่า...อังกุษ ซึ่งแปลว่า ฃอสับ
 
ฅ ใช้เขียน ลำฅอ ด้วยเหตุนี้โบราณท่านจึงกำกับ ฅ ด้วยคำว่า กัณฐา ซึ่งแปลว่า ลำฅอ
 
การรื้อฟื้น ฃ นั้นไม่ค่อยมีใครใส่ใจ เพราะไม่เกี่ยวกับคน จะเขียน ฃ ขอ หรือ ฃวดดูลักลั่นก็ช่างมัน แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เสีย ก็หมดเรื่อง
 
แต่ ฅ มีปัญหามาก แต่ก่อนคำว่า คนที่หมายถึงมนุษย์ เราไม่เขียนว่าฅน เลย
 
ถามว่า เราเริ่มสับสน เขียน คนมนุษย์โดยใช้ ฅ หัวหยักมาตั้งแต่เมื่อใด ตอบว่า ตั้งแต่ พ.ศ.2473 เริ่มจากครูย้วน ทันนิเทศ ท่านแต่งกลอน ก.ไก่ พิมพ์ขายในชื่อ แบบเรียนไว
 
ครูย้วน เผลอหรืออย่างไรไม่ทราบ เขียนว่า
 
ก.เอ๋ย ก ไก่ ขอ ไข่มาหา ฃ ฃวด น้องชาย ค ควาย เข้านา ฅ ฅนโสภา เดินหน้า ฆระฆัง
 
นี่เป็นกลอนกำกับ ก ไก่ ชุดแรกของไทย หนังสือแบบเรียนไว ของครูย้วนพิมพ์หลายครั้ง เด็กรุ่น พ.ศ.2470-2480 ท่องกันเกร่อ จำ ฅ ฅนโสภา มาตั้งแต่บัดนั้น
 
ครูย้วน ลืมไปว่า ฅ เคยใช้กับ ลำฅอ ถ้าท่านเขียนว่า ฅ โสภา หรือ ฅ กัณฐา ก็ไม่มีปัญหา
 
พอเผลอใช้ ฅ ฅนเข้าเป็นคนแรก ก็ได้เรื่อง ทั้งเด็กทั้งครูรวมทั้งนักแต่งกลอน ก.ไก่ ฉบับหลังๆ พากันท่องตามไปหมด ทีแรก ก็ ฅ ฅน ต่อมาก็กลายเป็น ฅ คน ข้างหน้าหัวหยัก ข้างหลังหัวไม่หยัก แบบหัวมังกุท้ายมังกร
 
ไม่มีใครสงสัยเลย ไฉนเล่นกำกับลักลั่นอย่างนั้น
 
พลิกดูแบบเรียน ก.ไก่ หลัง พ.ศ.2472 ทั้งครูทั้งเด็กคงพากันงง ไม่รู้จะหาคำเฉลยได้อย่างไร เพราะสังคมไทยสอนให้เชื่อตามๆ กัน คัดลอก ตามๆ กัน ถึงสงสัยอย่างไร ก็ไม่มีเวลาพิสูจน์กัน
 
กระทรวงศึกษา ก็ดูกระไร ปล่อยให้สงสัยอยู่อย่างนั้น
 
ราชบัณฑิตยสถาน ก็ดูกระไร แม้ในพจนานุกรมฉบับใหม่ ที่ว่าชำระแล้ว ท่านก็ไม่ตั้งข้อสังเกตไว้ให้เลยว่า ฃ เคยใช้เขียนอะไร ฅ เคยใช้เขียนอะไร
 
ท่านบอกแต่เพียงว่า ฃ พยัญชนะตัวที่ 3 เป็นพวกอักษรสูง ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว
 
ฅ พยัญชนะตัวที่ 4 นับเป็นพวกอักษรต่ำ ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว
 
“เวรกรรมจริงๆ”  เอนกบ่น ถ้าอย่างนั้นคนโบราณเขาประดิษฐ์ ฃ กับ ฅ ขึ้นมาให้รกสายตา ทำไม
 
นักวิชาการชื่อ สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ เคยสอนธรรมศาสตร์ เขียนเรื่อง ฃ คิดเรื่อง ฅ ลงวารสารเมืองโบราณ ฉบับเดือน ก.ค.ควบ ก.ย. พ.ศ.2541 โดยตั้งคำถาม ฃ กับ ฅ หายไปไหน
 
คุณสุดแดน อ่านงานเขียนของ ศ.ดร.สุริยา รัตนกุล พิมพ์เมื่อปี 2537 ศ.ดร.สุริยา ค้นพบ
 
ว่า ศิลาจารึกหลักที่ 1 เคยใช้ ฃ-ฅ โดยไม่ปนกับ ข-ค เลย
 
คำที่เคยใช้ ได้แก่ ฃุน พบถึง 21 แห่งไม่เผลอเขียนเป็น ฃุนแม้แต่ตัวเดียว
 
ศิลาจารึกวัดศรีชุม จารึกหลังหลักที่ 1 มีคำว่า ฅอ ฅ้อน ฅาบ (ที่หมายถึงครั้ง) แฅว ฃีน (หมายถึงกลางคืน)
 
ได้พื้นฐานความรู้จาก ศ.ดร.สุริยา แล้ว คราวนี้คุณสุดแดนก็ค้นเองจนพบว่า
 
ในกฎหมายตราสามดวง ที่ชำระในสมัย ร. 1 มีคำว่า ฃอกล่าว ฃอเชิญ ฃอเดชะ ฃอถวาย ฃอทาน ฃอโทษ ฃ้อมือ ฃ้อใหญ่ใจความ ฃันหมาก ฃาดแคลน...ทั้งยังมีคำว่า ฅรบฅอ (ลำฅอ) และคำว่า ฅา (ขื่อฅา)
 
ส่วนคำว่า คน นั้น ท่านใช้ ค.หัวธรรมดาทั้งสิ้น เช่น คนกระยาจก คนกลาง คนไข้คนดี คนเดินทาง คนเดียว
 
หรือแม้แต่คำว่า ฃายคน.
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ฃ.ฃวด ฅ.ฅน หายไปไหน?

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^