LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2560แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัด 76 ราย 23 พ.ค. 2560โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูผู้สอนวิชาเอกคณิตศาสตร์ (ไม่มีวุฒิครูก็สมัครได้) 23 พ.ค. 2560โรงเรียนจิตพิมล รับสมัครครูผู้สอน 6 อัตรา สมัครด้วยตนเอง/ทางอีเมล์ 23 พ.ค. 2560โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 เปิดสอบพนักงานราชการครู 3 อัตรา สมัคร22-28พ.ค.60 23 พ.ค. 2560ด่วน!เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูพี่เลี้ยง วุฒิม.6-ปริญญาตรี ไม่ต้องมีวุฒิครู เงินเดือน 10,430 บาท 23 พ.ค. 2560ด่วนที่สุด! ปรับลดอัตราพี่เลี้ยงเด็กพิการตามบัญชีจัดสรรงบประมาณ ปี2560 23 พ.ค. 2560ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. 22 พ.ค. 2560ชมรม 7 วิชาชีพการแพทย์จ่อบุก สธ.ทวงบรรจุตำแหน่ง 26 พ.ค.นี้ หลังพยาบาลได้ 8,792 อัตรา 22 พ.ค. 2560"จันทรเกษม"เปิด7สาขาวิชาครูที่ขาดแคลน 22 พ.ค. 2560โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครครูชาวต่างประเทศสอนภาษา จำนวน 4 อัตรา

จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา

  • 24 ธ.ค. 2556 เวลา 12:09 น.
  • 2,231 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา
 
 นายวีรวัฒน์ วรรณศิริ ที่ปรึกษาสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพครู โดยผู้ที่สอบได้วุฒิทางการศึกษาในระดับต่างๆ ต้องสอบผ่านเกณฑ์การทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูว่า โดยส่วนตัวตนเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่ก็ขอเสนอความเห็นต่อคุรุสภาว่า ในกรณีของผู้ที่จบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่สามารถสอบผ่านเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้นั้น คุรุสภาน่าจะอนุญาตให้เป็นครูผู้ช่วยได้ในระหว่างรอสอบ เพราะเรายังมีปัญหาขาดแคลนครูอยู่ หากไปคิดกฎกติกาขึ้นมาเป็นกำแพงกั้น ก็อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคได้ ที่สำคัญการที่ให้โอกาสคนที่รอสอบขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เป็นครูผู้ช่วยไปก่อน ก็เพื่อให้เขาได้เรียนรู้เพิ่มเติม และยังถือเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะในการเป็นครูไปด้วย
 
          นายวีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้อยากขอให้คุรุสภาพิจารณาข้อจำกัดของครูผู้สอนวิชาชีพในสายอาชีวศึกษา ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทั้งนี้เพราะการผลิตกำลังคนสายอาชีพ ซึ่งเป็นการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น ครูผู้สอนอาจจะไม่ใช่ผู้ที่จบสายครูมาโดยตรงแต่เป็นนักปฏิบัติเป็นนักวิชาชีพอื่นๆ ที่จบการศึกษาสายอื่น
 
          ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เช่นนักเทคโนโลยี วิศวกร นักบัญชี ซึ่งมีความหลากหลาย อีกทั้งการเรียนการสอนวิชาชีพยังจะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสูงจากประเทศต่างๆเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศของเราให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้น การใช้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับใบประกอบวิชาชีพครูอย่างเข้มข้นเช่นนี้จึงควรพิจารณาให้รอบคอบและรอบด้าน โดยอาจต้องมีข้อยกเว้น ผ่อนผัน หรือหาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต
 
          "อีกประเด็นที่อยากให้คุรุสภาพิจารณาคือ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่ได้รับน่าจะใช้ได้ตลอดชีพหรือไม่ และควรมีการจำแนกศักยภาพของครูออกเป็นประเภทเช่นเดียวกับสายวิศวกรรม เช่น ใบอนุญาตประเภทแรกสำหรับผู้ที่เริ่มต้นจะเป็นประเภทภาคี เมื่อทำงานมีประสบการณ์และมีผลงานเชิงประจักษ์เป็นที่ยอมรับตามเกณฑ์แล้วก็สามารถยื่นขอปรับเป็นประเภทที่สูงขึ้นได้ คือ ประเภทสามัญและประเภทวุฒิ ได้ตามลำดับ โดยในกรณีของครูก็ต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา พิจารณาผลงานและอนุมัติเป็นรายๆ ไป" นายวีรวัฒน์ กล่าว
 
ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^