LASTEST NEWS

30 เม.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด! การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน ครั้งที่ 2 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 ค่าตอบแทนจ้างครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา ครั้งที่2 30 เม.ย. 2560แชร์เลย! คัดตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,652 อัตรา เปิดสอบรับราชการ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่กำลังรับสมัคร 29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560

จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา

  • 24 ธ.ค. 2556 เวลา 12:09 น.
  • 2,227 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา
 
 นายวีรวัฒน์ วรรณศิริ ที่ปรึกษาสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพครู โดยผู้ที่สอบได้วุฒิทางการศึกษาในระดับต่างๆ ต้องสอบผ่านเกณฑ์การทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูว่า โดยส่วนตัวตนเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่ก็ขอเสนอความเห็นต่อคุรุสภาว่า ในกรณีของผู้ที่จบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่สามารถสอบผ่านเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้นั้น คุรุสภาน่าจะอนุญาตให้เป็นครูผู้ช่วยได้ในระหว่างรอสอบ เพราะเรายังมีปัญหาขาดแคลนครูอยู่ หากไปคิดกฎกติกาขึ้นมาเป็นกำแพงกั้น ก็อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคได้ ที่สำคัญการที่ให้โอกาสคนที่รอสอบขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เป็นครูผู้ช่วยไปก่อน ก็เพื่อให้เขาได้เรียนรู้เพิ่มเติม และยังถือเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะในการเป็นครูไปด้วย
 
          นายวีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้อยากขอให้คุรุสภาพิจารณาข้อจำกัดของครูผู้สอนวิชาชีพในสายอาชีวศึกษา ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทั้งนี้เพราะการผลิตกำลังคนสายอาชีพ ซึ่งเป็นการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น ครูผู้สอนอาจจะไม่ใช่ผู้ที่จบสายครูมาโดยตรงแต่เป็นนักปฏิบัติเป็นนักวิชาชีพอื่นๆ ที่จบการศึกษาสายอื่น
 
          ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เช่นนักเทคโนโลยี วิศวกร นักบัญชี ซึ่งมีความหลากหลาย อีกทั้งการเรียนการสอนวิชาชีพยังจะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสูงจากประเทศต่างๆเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศของเราให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้น การใช้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับใบประกอบวิชาชีพครูอย่างเข้มข้นเช่นนี้จึงควรพิจารณาให้รอบคอบและรอบด้าน โดยอาจต้องมีข้อยกเว้น ผ่อนผัน หรือหาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต
 
          "อีกประเด็นที่อยากให้คุรุสภาพิจารณาคือ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่ได้รับน่าจะใช้ได้ตลอดชีพหรือไม่ และควรมีการจำแนกศักยภาพของครูออกเป็นประเภทเช่นเดียวกับสายวิศวกรรม เช่น ใบอนุญาตประเภทแรกสำหรับผู้ที่เริ่มต้นจะเป็นประเภทภาคี เมื่อทำงานมีประสบการณ์และมีผลงานเชิงประจักษ์เป็นที่ยอมรับตามเกณฑ์แล้วก็สามารถยื่นขอปรับเป็นประเภทที่สูงขึ้นได้ คือ ประเภทสามัญและประเภทวุฒิ ได้ตามลำดับ โดยในกรณีของครูก็ต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา พิจารณาผลงานและอนุมัติเป็นรายๆ ไป" นายวีรวัฒน์ กล่าว
 
ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จำแนกใบวิชาชีพครูตามศักยภาพ'อาจเป็นกำแพงซ้ำเติมปัญหา

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^