LASTEST NEWS

24 ม.ค. 2560จ่ายตรงเงินเดือนครู สพฐ.มีผล มกราคม 2560 24 ม.ค. 2560ครม.ไฟเขียวงบฯเพิ่มเงินอุดหนุนเงินเดือนครูเอกชน 24 ม.ค. 2560เดินหน้าคัดเด็กรับทุนครูคืนถิ่นปี60 23 ม.ค. 2560สพป.อยุธยา เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ประจำปี พ.ศ.2560 23 ม.ค. 2560เตรียมตัวกันนะคะ!! ปฏิทินสอบครูผู้ช่วย ของ สพฐ. กรณีพิเศษ ก.พ. รอบปกติ เม.ย. 23 ม.ค. 2560สพฐ.สรุปมีโรงเรียนในสังกัดขอเข้าโครงการเป็นโรงเรียนไอซียู 4,500 โรง 23 ม.ค. 2560ลูกหนี้เฮ!! กยศ. ขยายจัดโปรโมชั่นจูงใจ ชำระหนี้ถึง 30 เม.ย. 23 ม.ค. 2560สพป.ชุมพร เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้างแก้ปัญหาขาดแคลนขั้นวิกฤต สมัคร 25-31ม.ค.2560 23 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร 14-22กุมภาพันธ์2560 23 ม.ค. 2560เอามาฝากสำหรับหนูๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อ และสนใจที่จะเป็นครู รับตรงจุฬา 291คน

แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน

  • 17 ธ.ค. 2556 เวลา 20:08 น.
  • 422 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน
 
ขรก.ตั้งสติเดินงานการศึกษา อย่ากังวลนโยบายการเมือง 
 
     นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจะหวังให้การเมืองไทยพัฒนาขึ้นนั้น คงต้องไปหวังกับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ สร้างคนไทยพันธ์ใหม่ที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เข้าใจวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่แท้จริง จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการพัฒนาการสอนเรื่องประชาธิปไตยในโรงเรียน โดย ศธ. ควรสรุปเหตุการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันซึ่งมีประชาชนออกมาชุมนุมเป็นล้านคน ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการเมืองไทย จัดทำเป็นบทเรียน นำไปสอนนักเรียนในชั้นเรียน เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าใจถึงหลักการประขาธิปไตยที่แท้จริงว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การหย่อนบัตรใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง แต่ยังมีบทบาทในการตรวจสอบด้วย ถ้า ส.ส., ส.ว.ทำผิดหลักการ ทุจริตคอรัปชั่น ผิดจริยธรรมคุณธรรม ประชาชนก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นและทวงคืนอำนาจที่ให้ไปได้
 
     "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นนวัตกรรมอีกขั้นหนึ่งของการสังคมไทย เป็นประชาธิปไตยแบบ Informal ซึ่งเป็นการเรียนรู้ประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของคนในประเทศ เพราะฉะนั้น ศธ.ควรสรุปเหตุการณ์ครั้งนี้ ไปเป็นบทเรียน ซึ่งที่ผ่านมาการปลูกฝังเรื่องประชาธิปไตยในโรงเรียนไม่ประสบความสำเร็จ เพราะระบบการเรียนไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ หรือคิดนอกกรอบ คนไทยที่กล้าคิดนอกกรอบมีแค่ 12% เท่านั้น ที่เหลืออีกกว่า 80% ไม่กล้าคิดนอกกรอบ บางส่วนก็คิดไม่เป็น เป็นได้แค่ผู้ตาม ทั้งหมดนี้เป็นผลิตผลของระบบการศึกษาไทย ที่ทำให้คนไทยคิดนอกกรอบไม่เป็น เชื่อผู้นำ และชักจูงได้ง่าย ไม่ตอบโจทย์ในการพัฒนาประชาธิปไตย"
 
     นายสมพงษ์ กล่าวและว่า ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลกระทบต่องานด้านการศึกษา แม้จะสามารถคิดนโยบายที่สามารถตอบโจย์การศึกษาไทยได้ เช่น การปฏิรูปการเรียนรู้ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีการลงมือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เพราะการเมืองไม่นิ่ง การขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ หยุดชะงัก เกิดภาวะติดหล่ม ข้าราชการก็อยู่ในสถานะประคองตัว แต่ที่จริงแล้ว ข้าราชการประจำสามารถเดินหน้าเรื่องต่างๆ ได้โดยไม่ต้องยึดติดกับนโยบายฝ่ายการเมือง เพราะเรื่องที่ต้องดำเนินการหลายเรื่องเป็นประเด็นสาธารณะที่ต้องดำเนินการอยู่แล้วไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล อย่างเช่นเรื่องของการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา การพัฒนาครูสายอาชีวศึกษา การแก้ปัญหาเด็กไทยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ฉะนั้นข้าราชการประจำ ควรสำรวจว่าประเด็นสาธารณะที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการมีอะไรบ้าง และเดินหน้าทำงานต่อโดยไม่ยึดติดกับการเมือง
 
     "จริงอยู่ว่านโยบายจากฝ่ายการเมืองก็สำคัญ แต่ต้องปรับนโยบายให้เข้ากับงานที่ ศธ.ต้องดำเนินการ ไม่ใช่เอาระบบทั้งหมดมาตอบโจทย์ฝ่ายการเมืองจนสูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเอง"นายสมพงศ์ กล่าว 
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^