LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ระนอง ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน

  • 17 ธ.ค. 2556 เวลา 20:08 น.
  • 426 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน
 
ขรก.ตั้งสติเดินงานการศึกษา อย่ากังวลนโยบายการเมือง 
 
     นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจะหวังให้การเมืองไทยพัฒนาขึ้นนั้น คงต้องไปหวังกับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ สร้างคนไทยพันธ์ใหม่ที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เข้าใจวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่แท้จริง จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการพัฒนาการสอนเรื่องประชาธิปไตยในโรงเรียน โดย ศธ. ควรสรุปเหตุการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันซึ่งมีประชาชนออกมาชุมนุมเป็นล้านคน ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการเมืองไทย จัดทำเป็นบทเรียน นำไปสอนนักเรียนในชั้นเรียน เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าใจถึงหลักการประขาธิปไตยที่แท้จริงว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การหย่อนบัตรใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง แต่ยังมีบทบาทในการตรวจสอบด้วย ถ้า ส.ส., ส.ว.ทำผิดหลักการ ทุจริตคอรัปชั่น ผิดจริยธรรมคุณธรรม ประชาชนก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นและทวงคืนอำนาจที่ให้ไปได้
 
     "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นนวัตกรรมอีกขั้นหนึ่งของการสังคมไทย เป็นประชาธิปไตยแบบ Informal ซึ่งเป็นการเรียนรู้ประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของคนในประเทศ เพราะฉะนั้น ศธ.ควรสรุปเหตุการณ์ครั้งนี้ ไปเป็นบทเรียน ซึ่งที่ผ่านมาการปลูกฝังเรื่องประชาธิปไตยในโรงเรียนไม่ประสบความสำเร็จ เพราะระบบการเรียนไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ หรือคิดนอกกรอบ คนไทยที่กล้าคิดนอกกรอบมีแค่ 12% เท่านั้น ที่เหลืออีกกว่า 80% ไม่กล้าคิดนอกกรอบ บางส่วนก็คิดไม่เป็น เป็นได้แค่ผู้ตาม ทั้งหมดนี้เป็นผลิตผลของระบบการศึกษาไทย ที่ทำให้คนไทยคิดนอกกรอบไม่เป็น เชื่อผู้นำ และชักจูงได้ง่าย ไม่ตอบโจทย์ในการพัฒนาประชาธิปไตย"
 
     นายสมพงษ์ กล่าวและว่า ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลกระทบต่องานด้านการศึกษา แม้จะสามารถคิดนโยบายที่สามารถตอบโจย์การศึกษาไทยได้ เช่น การปฏิรูปการเรียนรู้ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีการลงมือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เพราะการเมืองไม่นิ่ง การขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ หยุดชะงัก เกิดภาวะติดหล่ม ข้าราชการก็อยู่ในสถานะประคองตัว แต่ที่จริงแล้ว ข้าราชการประจำสามารถเดินหน้าเรื่องต่างๆ ได้โดยไม่ต้องยึดติดกับนโยบายฝ่ายการเมือง เพราะเรื่องที่ต้องดำเนินการหลายเรื่องเป็นประเด็นสาธารณะที่ต้องดำเนินการอยู่แล้วไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล อย่างเช่นเรื่องของการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา การพัฒนาครูสายอาชีวศึกษา การแก้ปัญหาเด็กไทยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ฉะนั้นข้าราชการประจำ ควรสำรวจว่าประเด็นสาธารณะที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการมีอะไรบ้าง และเดินหน้าทำงานต่อโดยไม่ยึดติดกับการเมือง
 
     "จริงอยู่ว่านโยบายจากฝ่ายการเมืองก็สำคัญ แต่ต้องปรับนโยบายให้เข้ากับงานที่ ศธ.ต้องดำเนินการ ไม่ใช่เอาระบบทั้งหมดมาตอบโจทย์ฝ่ายการเมืองจนสูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเอง"นายสมพงศ์ กล่าว 
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แนะศธ.ถอดบทเรียน"สุดซอย"สอนประชาธิปไตยในห้องเรียน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^