LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 08 ธ.ค. 2559ด่วน!! บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดรับสมัครวุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา จำนวนมาก

"จรัญ" โต้แทนเด็ก ยันไม่ได้อ่านน้อยลง ฟุ้งมหกรรมหนังสือฯ สะพัดแล้ว 300 ล.

  • 24 ต.ค. 2556 เวลา 11:18 น.
  • 767 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"จรัญ" โต้แทนเด็ก ยันไม่ได้อ่านน้อยลง ฟุ้งมหกรรมหนังสือฯ สะพัดแล้ว 300 ล.

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"จรัญ" โต้แทนเด็ก ยันไม่ได้อ่านน้อยลง ฟุ้งมหกรรมหนังสือฯ สะพัดแล้ว 300 ล.

 ประชาชนแห่ซื้อหนังสือในงาน "มหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 18" พบรายได้สะพัดแล้วมากกว่า 300 ล้านบาท ผู้เข้าร่วมงานตลอดสัปดาห์มากกว่า 1.3 ล้านคน นายกสมาคมฯผู้จัดพิมพ์เชื่อ ยอดผู้ร่วมงานและยอดขายเกินเป้า พร้อมโต้แทนเยาวชนไม่ได้อ่านน้อยลง แต่หันอ่านสื่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ย้ำอ่านอะไรไม่สำคัญขอให้รักการอ่านจะช่วยให้มีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้น

วันที่ 23 ต.ค. 2556 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันที่ 8 ของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 18 (Book Expo Thailand 2013) ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 16-27 ต.ค. 2556 โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด "หนังสือเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลก" นั้น มีประชาชนจำนวนมากทุกเพศทุกวัยเดินต่างทางมาเลือกซื้อและสรรหาหนังสือกลับบ้าน โดยในวันปิยมหาราช ซึ่งถือเป็นวันหยุดนั้นมีผู้ปกครองพาบุตรหลานมาร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงาน และร่วมกันสรรหาหนังสืออย่างคึกคัก
       
       นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมงานมหกรรมหนังสือฯ ภายในรอบสัปดาห์คือ ตั้งแต่วันที่ 16 - 22 ต.ค. ขณะนี้มีมากกว่า 1.3 ล้านคนแล้ว ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 1.5 ล้านคนขึ้นไป ซึ่งคาดว่าตลอดทั้ง 12 วันของการจัดงานจะมียอดผู้มาร่วมงานเกินเป้าที่วางไว้ ขณะที่ยอดขายหนังสือภายในงานปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 600 ล้านบาท ขณะนี้มีการจัดจำหน่ายหนังสือไปแล้วมากกว่า 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องยอดขายแล้ว วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานมหกรรมหนังสือฯ หรืองานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและนานาชาติ ซึ่งจัดไปเมื่อช่วงปลาย มี.ค. - ต้น เม.ย. นั้น ล้วนต้องการรณรงค์ให้คนไทยหันมาอ่านหนังสือให้มากขึ้น
       
       "เท่าที่จัดงานสัปดาห์หนังสือฯและงานมหกรรมหนังสือฯ มา พบว่า ผู้มาร่วมงานมีเพิ่มขึ้นทุกปี แสดงว่าประชาชนคนไทยให้ความสนใจกับหนังสือและการอ่านมากยิ่งขึ้น แต่จากการวัดสถิติการอ่านของประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติกลับพบว่า คนไทยอ่านหนังสือน้อยลง ตรงนี้คิดว่าเป็นในเรื่องภาพรวมของประเทศ เพราะการจัดทั้งสองงานนั้นเป็นการจัดงานในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว" นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวและว่า สำหรับสาเหตุที่ไม่จัดงานดังกล่าวที่ต่างจังหวัด เพราะพบว่า เมื่อเกิดการจัดงานขึ้นพบว่าประชาชนให้ความสนใจมาร่วมงานและซื้อหนังสือจำนวนมาก เรียกได้ว่าขายดี แต่หลังจากงานเสร็จสิ้นลงหนึ่งเดือนจะพบว่า ร้านขายหนังสือในเมืองๆ นั้นยอดจำหน่ายจะตกลงทันที เพราะไม่มีใครมาซื้อหนังสือ เนื่องจากได้หนังสือที่ต้องการกันหมดแล้ว
       
       ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สังคมเป็นห่วงเรื่องเด็กไทยอ่านหนังสือน้อยลง นายจรัญ กล่าวว่า หากพูดถึงหนังสืออาจเป็นเรื่องจริงที่เด็กอ่านน้อยลง แต่หากเป็นการอ่านทั้งหมดตนคิดว่าไม่น่าใช่ เพราะทุกวันนี้เด็กสนใจการอ่านมากขึ้น เพียงแต่สิ่งที่เขาอ่านไม่ใช่หนังสือ แต่เปลี่ยนไปเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆช่น อ่านผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมการอ่านเช่นนี้ยังรวมไปถึงประชาชนทั่วไปด้วย เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่เห็นได้ชัดเจนว่าสมัยก่อนเมื่อขึ้นรถไฟชินคันเซ็นจะพบแต่คนอ่านหนังสือ แต่ปัจจุบันจะพบว่าคนญี่ปุ่นหันมาอ่านผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เหล่านี้หมดแล้ว เรียกได้ว่าอ่านหนังสือน้อยลง แต่สถิติการอ่านของเขายังคงที่เท่าเดิม
       
       นายจรัญ กล่าวอีกว่า เด็กและเยาวชนจะอ่านจากหนังสือหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือกลัวเด็กจะไม่อ่านผ่านสื่อใดเลย ตรงนี้เราต้องเร่งรณรงค์สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เด็กและเยาวชนให้ได้ก่อน คือจะอ่านผ่านแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนก็ได้ ขอให้มีจิตใจที่รักการอ่าน ส่วนข้อกังวลที่ว่าข้อมุลเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตไม่มีสาระเทียบเท่ากับหนังสือซึ่งผ่านการกลั่นกรองมาถึงมือผู้อ่านแล้วนั้น ตนเชื่อว่าเมื่อเด็กและเยาวชนอ่านมากขึ้นก็จะมีวุฒิภาวะมากขึ้น และสามารถกลั่นกรองเนื้อหาในการอ่านได้
       
       "หากอยากให้เด็กและเยาวชน หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปสนใจอ่านหนังสือมากขึ้น ผู้จัดทำหนังสือจะต้องปรับตัว เพราะข้อมูลต่างๆ สามารถหาได้ผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว คอนเทนต์ในหนังสือจึงต้องตอบโจทย์กลุ่มผู้อ่านที่มากไปกว่าข้อมูลในอินเทอร์เน็ต" นายจรัญ กล่าว

ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 23 ตุลาคม 2556
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "จรัญ" โต้แทนเด็ก ยันไม่ได้อ่านน้อยลง ฟุ้งมหกรรมหนังสือฯ สะพัดแล้ว 300 ล.

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^