LASTEST NEWS

20 ม.ค. 2560สพป.มุกดาหาร เปิดสอบพนักงานราชการครู ลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง 13 อัตรา 20 ม.ค. 2560ล่าสุด เปิดสอบท้องถิ่น 2560 กสถ.ออกหนังสือแจ้งการดำเนินการสอบเข้ารับราชการ ท้องถิ่น ปีพ.ศ.2560 20 ม.ค. 2560ระดมอาเซียนร่างมาตรฐานวิชาชีพครู 20 ม.ค. 2560สำนักงาน กศน.จังหวัดสระบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครูกศน.ตำบล, นักวิชาการศึกษา และบรรณารักษ์ รวม 6อัตรา 20 ม.ค. 2560รับเยอะ 10 อัตรา เงินเดือน 15,000บ. สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 เปิดรับสมัครครูธุรการ 20 ม.ค. 2560เปิดรับ 8 อัตรา (( ตำแหน่งครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ )) วุฒิม.6ขึ้นไป หรือสูงกว่า ที่สพป.สุโขทัย เขต 1 20 ม.ค. 2560สพป.สุโขทัย เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน สมัคร27ม.ค.-6ก.พ.2560 20 ม.ค. 2560(ไม่ต้องมีวุฒิครู รับวุฒิม.6 ขึ้นไป) เปิดสอบพนักงานราชการ ครูพี่เลี้ยง เงินเดือน10,430บ. สมัคร27ม.ค.-6ก.พ.60 19 ม.ค. 2560สำหรับ ป.ตรี วท.บ. และ วศ.บ. ที่อยากเป็นครู จบแล้วบรรจุในคุณวุฒิป.โท 19 ม.ค. 2560สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน

หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!

  • 22 ต.ค. 2556 เวลา 12:19 น.
  • 1,621 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!     

จำนวน 0.5 หน่วยกิตหรือ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คือเวลาที่การเรียนนาฏศิลป์ของเด็กไทย เวลา 1 ชั่วโมงที่ว่าถูกตั้งคำถามต่อว่าหากนำมาเป็นเวลาในเรียนในวิชาอื่น จะเพียงพอในการพัฒนาศักยภาพทางการเรียนรู้ของเด็กไทย จนทักษะทางด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ จะพัฒนาขึ้นได้เท่าเทียมประเทศอื่น ๆ จริงหรือ?

ร่างหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานฉบับใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการที่ลดเหลือเพียง 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จากเดิมที่มีี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันว่าร่างหลักสูตรการศึกษาฉบับใหม่ไม่ได้มีการนำหลักสูตรวิชานาฏศิลป์บรรจุไว้ในหลักสูตรใหม่ แม้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)​มีการออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ถอดวิชานาฏศิลป์ไทยออกจากหลักสูตรแต่อย่างใด โดยระบุว่าวิชานาฏศิลป์ถูกจัดเข้าไปในกลุ่มสังคมและความเป็นมนุษย์เหมือนวิชาศิลปะ
 
 
หลายฝ่ายตั้งคำถามแก่ สพฐ. ว่า การที่เด็กไทยอ่อนทักษะทางด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ทำไมจึงไม่ไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด และเกี่ยวข้องอย่างไรกับหลักสูตรนาฏศิลป์ ซึ่งเป็นรายวิชาที่มีพื้นที่ตารางสอนในโรงเรียนเพียง 0.5 หน่วยกิตหรือประมาณ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น
 

ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา กระทรวงวัฒนธรรม และผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า แนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ออกมาช่วงหลังๆ ดูเหมือนจะพยายามลอกเลียนแบบประเทศต่างๆ โดยพยายามเอาระบบคุณภาพการศึกษาของต่างประเทศที่เห็นกันไปว่าประสบความสำเร็จ เอาประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ และพยายามลอกเลียนแบบมาปรับใช้ในการศึกษาของไทย

“เป็นเรื่องที่อันตรายต่อการบริหารจัดการนโยบายสาธารณะ เพราะมันยากที่จะไปคัดลอกระบบการศึกษาของต่างประเทศ ที่มีวัฒนธรรมต่างกัน ความคิด ความอ่าน พฤติกรรมของคนต่างกันมาใช้กับประเทศไทย ดังนั้นต้องระลึกไว้เสมอว่าประเทศไทยมีหลักสูตรนาฏศิลป์ไทย เพื่อบอกว่าเรามีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย กระทรวงศึกษาธิการเกิดขึ้นเพื่อช่วยลดปัญหา อย่าเป็นตัวสร้างปัญหาเสียเอง”

นอกจากนี้ยังมองว่าแต่ละประเทศมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน แม้แต่ประเทศเดียวกันยังมีรายละเอียดหลักสูตรแตกต่างกัน แต่ละประเทศ แต่ละพื้นที่มีิศิลปวัฒนธรรมแตกต่างกัน ที่มักจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ประเทศสเปน ที่ถือว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จมากในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบก้าวกระโดด ยังมีการระบุไว้ชัดเจนว่าต้องให้ความสำคัญเชิงสร้างสรรค์ในเรื่องศิลปวัฒนธรรม โดยบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน

รวมทั้งโรงเรียนประถมศึกษาในสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก ที่สามารถผสมผสานศิลปะกับการเรียนภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว นั่นหมายความว่าวิธีการเรียนการสอนของประเทศที่พัฒนาแล้วในเชิงวัตถุนิยม มีวิธีการเรียนการสอนแตกต่างไปจากระบบการศึกษาของประเทศไทย ที่ผู้บริหารบังคับครู ครูบังคับนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองก็บังคับนักเรียน สุดท้ายเด็กนักเรียนกลายเป็นเหมือนกระโถนหรือหุ่นยนต์ ถูกลดทอนคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ในมิติอื่นๆ ไป คุณค่าของเด็กถูกตัดสินกันเพียงตัวเลขและค่าคะแนนเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ได้เสนอแนะในการจัดการเรียนการสอนของไทยว่า การบริหารจัดการที่กระทรวงศึกษาธิการควรมุ่งคิดแนวนโยบายที่ควรสนับสนุนการจัดสรรทรัพยากรให้กับโรงเรียนต่างๆ ให้พร้อม ทั้งคุณภาพครู ชีวิตความเป็นอยู่ของครู เทคโนโลยีการศึกษา วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน และความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรทางการศึกษาและเด็กนักเรียน

การเรียนการสอนควรมุ่งเน้นให้เด็กมีความเป็นมนุษย์ครบ ทั้งในเชิงของคุณค่า จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ มีจิตใจที่รักความสงบ รับผิดชอบดูแลห่วงใยตนเองและผู้อื่น กตัญญูรู้คุณแผ่นดิน อนุรักษ์ความเป็นไทย และในเชิงวัตถุนิยมต้องมีความรู้ในเชิงคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ควบคู่กันไป ดังนั้นหลักสูตรนาฏศิลป์ไทยจึงยังเป็นส่วนสำคัญของหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็กไทยต่อไป

ส่วนผลการเรียนที่ดีขึ้นของเด็กนักเรียน ทั้งทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของครู ความสามารถของครูในเทคนิคการสอน ที่จะสามารถทำงานร่วมกับเด็กนักเรียน นอกจากนี้ยังขึ้นกับความสนใจ ความพร้อมของเด็กนักเรียนเป็นสำคัญ ระยะเวลาเป็นเพียงปัจจัยประกอบเท่านั้น ถ้ามีเวลามากแค่ครูมีคุณภาพไม่เพียงพอ ไม่สามารถทำให้เด็กสนใจหรือเข้าใจได้การเอาเวลาที่เรียนนาฏศิลป์มาเพื่มให้แก่วิชาเหล่านี้ก็จะได้ไม่คุ้มเสีย

หากนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการไม่คำนึงถึงความสำคัญของหลักสูตรนาฏศิลป์ ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการทำลายเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องเป็นต้นแบบของการอนุรักษ์ความเป็นไทย ไม่ใช่เป็นตัวทำลายความเป็นไทยเสียเอง

“เหตุผลสำคัญประการเดียวที่หลักสูตรนาฏศิลป์ไทย ควรอยู่ในหลักสุตรการเรียนการสอนของไทย คือ การรักษาความเป็นไทยเอาไว้ กระทรวงศึกษาธิการต้องเรียนรู้ เข้าใจ และเข้าถึงเด็กนักเรียน ในฐานะที่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่มีลักษณะเป็นเพียงตัวเลข เป็นเพียงเครื่องจักรอย่างเดียว”.

ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 22 ตุลาคม 2556
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^