LASTEST NEWS

22 พ.ค. 2560ชมรม 7 วิชาชีพการแพทย์จ่อบุก สธ.ทวงบรรจุตำแหน่ง 26 พ.ค.นี้ หลังพยาบาลได้ 8,792 อัตรา 22 พ.ค. 2560"จันทรเกษม"เปิด7สาขาวิชาครูที่ขาดแคลน 22 พ.ค. 2560โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครครูชาวต่างประเทศสอนภาษา จำนวน 4 อัตรา 22 พ.ค. 2560โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 19-25พ.ค.60 22 พ.ค. 2560​รวมข่าวรับสมัครครูอัตราจ้าง-ครูธุรการ รวม 10 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา ไม่ต้องใช้วุฒิครู 22 พ.ค. 2560โรงเรียนปัญจรักษ์ รับสมัครครูภาษาอังกฤษ สอนระดับประถมศึกษา (มีที่พักให้) 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี รับสมัครครูธุรการ 3 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา(ไม่ต้องมีวุฒิครู) เงินเดือน 15,000บ. 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสิริรัตนาธร รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคณิตศาสตร์ เงินเดือน 15,000.-บาท 22 พ.ค. 2560ด่วน! โรงเรียนบ้านน้ำยาว รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก 22 พ.ค. 2560รับวุฒิปริญญาตรีทุกสาขา สพป.สมุทรปราการ เขต 1 เปิดสอบธุรการโรงเรียน 2 อัตรา (สมัคร17-26พ.ค.60)

หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!

  • 22 ต.ค. 2556 เวลา 12:19 น.
  • 1,634 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!     

จำนวน 0.5 หน่วยกิตหรือ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คือเวลาที่การเรียนนาฏศิลป์ของเด็กไทย เวลา 1 ชั่วโมงที่ว่าถูกตั้งคำถามต่อว่าหากนำมาเป็นเวลาในเรียนในวิชาอื่น จะเพียงพอในการพัฒนาศักยภาพทางการเรียนรู้ของเด็กไทย จนทักษะทางด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ จะพัฒนาขึ้นได้เท่าเทียมประเทศอื่น ๆ จริงหรือ?

ร่างหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานฉบับใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการที่ลดเหลือเพียง 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จากเดิมที่มีี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันว่าร่างหลักสูตรการศึกษาฉบับใหม่ไม่ได้มีการนำหลักสูตรวิชานาฏศิลป์บรรจุไว้ในหลักสูตรใหม่ แม้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)​มีการออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ถอดวิชานาฏศิลป์ไทยออกจากหลักสูตรแต่อย่างใด โดยระบุว่าวิชานาฏศิลป์ถูกจัดเข้าไปในกลุ่มสังคมและความเป็นมนุษย์เหมือนวิชาศิลปะ
 
 
หลายฝ่ายตั้งคำถามแก่ สพฐ. ว่า การที่เด็กไทยอ่อนทักษะทางด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ทำไมจึงไม่ไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด และเกี่ยวข้องอย่างไรกับหลักสูตรนาฏศิลป์ ซึ่งเป็นรายวิชาที่มีพื้นที่ตารางสอนในโรงเรียนเพียง 0.5 หน่วยกิตหรือประมาณ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น
 

ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา กระทรวงวัฒนธรรม และผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า แนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ออกมาช่วงหลังๆ ดูเหมือนจะพยายามลอกเลียนแบบประเทศต่างๆ โดยพยายามเอาระบบคุณภาพการศึกษาของต่างประเทศที่เห็นกันไปว่าประสบความสำเร็จ เอาประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ และพยายามลอกเลียนแบบมาปรับใช้ในการศึกษาของไทย

“เป็นเรื่องที่อันตรายต่อการบริหารจัดการนโยบายสาธารณะ เพราะมันยากที่จะไปคัดลอกระบบการศึกษาของต่างประเทศ ที่มีวัฒนธรรมต่างกัน ความคิด ความอ่าน พฤติกรรมของคนต่างกันมาใช้กับประเทศไทย ดังนั้นต้องระลึกไว้เสมอว่าประเทศไทยมีหลักสูตรนาฏศิลป์ไทย เพื่อบอกว่าเรามีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย กระทรวงศึกษาธิการเกิดขึ้นเพื่อช่วยลดปัญหา อย่าเป็นตัวสร้างปัญหาเสียเอง”

นอกจากนี้ยังมองว่าแต่ละประเทศมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน แม้แต่ประเทศเดียวกันยังมีรายละเอียดหลักสูตรแตกต่างกัน แต่ละประเทศ แต่ละพื้นที่มีิศิลปวัฒนธรรมแตกต่างกัน ที่มักจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ประเทศสเปน ที่ถือว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จมากในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบก้าวกระโดด ยังมีการระบุไว้ชัดเจนว่าต้องให้ความสำคัญเชิงสร้างสรรค์ในเรื่องศิลปวัฒนธรรม โดยบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน

รวมทั้งโรงเรียนประถมศึกษาในสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก ที่สามารถผสมผสานศิลปะกับการเรียนภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว นั่นหมายความว่าวิธีการเรียนการสอนของประเทศที่พัฒนาแล้วในเชิงวัตถุนิยม มีวิธีการเรียนการสอนแตกต่างไปจากระบบการศึกษาของประเทศไทย ที่ผู้บริหารบังคับครู ครูบังคับนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองก็บังคับนักเรียน สุดท้ายเด็กนักเรียนกลายเป็นเหมือนกระโถนหรือหุ่นยนต์ ถูกลดทอนคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ในมิติอื่นๆ ไป คุณค่าของเด็กถูกตัดสินกันเพียงตัวเลขและค่าคะแนนเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ได้เสนอแนะในการจัดการเรียนการสอนของไทยว่า การบริหารจัดการที่กระทรวงศึกษาธิการควรมุ่งคิดแนวนโยบายที่ควรสนับสนุนการจัดสรรทรัพยากรให้กับโรงเรียนต่างๆ ให้พร้อม ทั้งคุณภาพครู ชีวิตความเป็นอยู่ของครู เทคโนโลยีการศึกษา วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน และความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรทางการศึกษาและเด็กนักเรียน

การเรียนการสอนควรมุ่งเน้นให้เด็กมีความเป็นมนุษย์ครบ ทั้งในเชิงของคุณค่า จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ มีจิตใจที่รักความสงบ รับผิดชอบดูแลห่วงใยตนเองและผู้อื่น กตัญญูรู้คุณแผ่นดิน อนุรักษ์ความเป็นไทย และในเชิงวัตถุนิยมต้องมีความรู้ในเชิงคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ควบคู่กันไป ดังนั้นหลักสูตรนาฏศิลป์ไทยจึงยังเป็นส่วนสำคัญของหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็กไทยต่อไป

ส่วนผลการเรียนที่ดีขึ้นของเด็กนักเรียน ทั้งทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของครู ความสามารถของครูในเทคนิคการสอน ที่จะสามารถทำงานร่วมกับเด็กนักเรียน นอกจากนี้ยังขึ้นกับความสนใจ ความพร้อมของเด็กนักเรียนเป็นสำคัญ ระยะเวลาเป็นเพียงปัจจัยประกอบเท่านั้น ถ้ามีเวลามากแค่ครูมีคุณภาพไม่เพียงพอ ไม่สามารถทำให้เด็กสนใจหรือเข้าใจได้การเอาเวลาที่เรียนนาฏศิลป์มาเพื่มให้แก่วิชาเหล่านี้ก็จะได้ไม่คุ้มเสีย

หากนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการไม่คำนึงถึงความสำคัญของหลักสูตรนาฏศิลป์ ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการทำลายเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องเป็นต้นแบบของการอนุรักษ์ความเป็นไทย ไม่ใช่เป็นตัวทำลายความเป็นไทยเสียเอง

“เหตุผลสำคัญประการเดียวที่หลักสูตรนาฏศิลป์ไทย ควรอยู่ในหลักสุตรการเรียนการสอนของไทย คือ การรักษาความเป็นไทยเอาไว้ กระทรวงศึกษาธิการต้องเรียนรู้ เข้าใจ และเข้าถึงเด็กนักเรียน ในฐานะที่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่มีลักษณะเป็นเพียงตัวเลข เป็นเพียงเครื่องจักรอย่างเดียว”.

ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 22 ตุลาคม 2556
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : หลักสูตรการศึกษาแบบก็อปปี้ อันตรายของการศึกษาไทย!!

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^