LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

จวกนักการเมืองทำการศึกษาไทยดิ่งเหว

  • 18 ต.ค. 2556 เวลา 16:48 น.
  • 1,335 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จวกนักการเมืองทำการศึกษาไทยดิ่งเหว

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จวกนักการเมืองทำการศึกษาไทยดิ่งเหว

นักวิชาการชี้ การเมืองทำการศึกษาไทยตกต่ำ ติงปรับหลักสูตรใหม่จาก 8 กลุ่มสาระเป็น 6 กลุ่มความรู้สร้างความวุ่นวายต่อ นร.ผู้ปกครอง และครู
       
       วันนี้ (18 ต.ค.) ที่ศศนิเวศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ อดีตประธานคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาคุณภาพ (สวพ.) เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า การที่ ศธ.รีบปรับเปลี่ยนหลักสูตรโดยไม่ได้ดูบริบททั้งหมด เช่น เขตพื้นที่การศึกษามีการบริหารจัดการที่มีปัญหาหรือไม่ การผลิตครูมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น แต่กลับไปเปลี่ยนหลักสูตรจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหลือ 6 กลุ่มความรู้นั้น จะทำให้เกิดความยุ่งยากสับสนวุ่นวาย เด็ก และผู้ปกครองจะต้องตกใจและหวั่นเกรงไปต่างๆ นานาว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขณะที่ครูก็คงจะลำบากมากขึ้น เพราะหลักสูตรเดิมก็ยังสอนไม่ได้เลย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการทดสอบครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ก็พบว่า ครู 60% ยังสอบตกในวิชาที่ตนเองเป็นผู้สอน ดังนั้นหากมีหลักสูตรใหม่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะเกิดมหกรรมการอบรมครูขึ้นอีกมาก จนทำให้ครูทิ้งห้องเรียนไปอบรม และทำให้ไม่มีเวลาสอนในห้องเรียนอย่างเต็มที่
       
       “ผมมองว่าขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับหลักสูตร และการระบุว่าการปรับหลักสูตรให้เหลือ 6 กลุ่มความรู้จะช่วยให้เด็กมีชั่วโมงเรียนลดน้อยลงนั้น เป็นเรื่องไร้สาระ เพราะวิชายังอยู่เหมือนเดิมเพียงแค่มาจัดหมวดหมู่และเปลี่ยนชื่อใหม่เท่านั้น อีกทั้งกระบวนการคิดของคนปรับหลักสูตรก็ยังเป็นแบบวิทยาศาสตร์ ที่คิดถึงแต่การผลิตเมื่อผลผลิตออกมาไม่ดีก็คิดแต่จะเปลี่ยนปัจจัยนำเข้าหรือหลักสูตร ซึ่งระบบนี้จะนำมาใช้กับการศึกษาไม่ได้” นายชัยณรงค์ กล่าว
       
       นายชัยณรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ผลการสอบโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA พิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่าเด็กไทยมีคุณภาพการศึกษาที่ล้มเหลว โดยคะแนนของเด็กได้มาจากการท่องจำเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ PISA มีคะแนนในหลายด้าน อาทิ การคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์จินตนาการ และการนำไปใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในระบบโรงเรียนของประเทศ โดยคำนวณจากคะแนนนานาชาติ ได้แก่ PISA, TIMSS และ SISS แสดงให้เห็นการลดลงของคุณภาพการศึกษาเด็กไทยได้อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อ 30 ปีที่แล้วเด็กไทยมีคะแนนอยู่ในระดับดี แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาคะแนนลดลงอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันอยู่ในระดับแย่ ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน ศธ. เนื่องจากมีพรรคการเมืองต่างแย่งเข้ามาเอางบประมาณที่มีหลายแสนล้าน อีกทั้งก็ใช้บุคลากรของ ศธ. ที่มีจำนวนมากมาเป็นฐานเสียงให้กับพรรคของตน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการล่มสลายของระบบการศึกษาไทย
       
       ด้าน ศ.(กิตติคุณ) ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ก่อนจะมีการปรับหลักสูตรใหม่ ควรต้องประเมินข้อดีข้อเสียของหลักสูตรเก่าก่อน ซึ่งการประเมินก็ใช้เวลาไม่มากเพียง 6 เดือนก็ทราบผลแล้ว เพราะปัจจุบันมีข้อมูลต่างๆ มากมาย รวมถึงความคิดเห็นของนักวิชาการ ที่สามารถนำมาประมวลผลได้ ทั้งนี้เห็นด้วยกับการปรับหลักสูตรใหม่ที่จะทำให้เด็กในช่วงชั้นที่ 1 ไม่ต้องเรียนครบ 8 กลุ่มสาระฯ และมาเน้นเรียนในวิชาที่เป็นพื้นฐานจริงๆ

ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 ตุลาคม 2556
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จวกนักการเมืองทำการศึกษาไทยดิ่งเหว

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^