LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 08 ธ.ค. 2559ด่วน!! บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดรับสมัครวุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา จำนวนมาก

ต้องมีเงินเท่าไหร่เพื่อวัยเกษียณ

  • 25 ก.ย. 2556 เวลา 00:17 น.
  • 2,504 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ต้องมีเงินเท่าไหร่เพื่อวัยเกษียณ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ต้องมีเงินเท่าไหร่เพื่อวัยเกษียณ
 
ราสามารถแบ่ง Level ของชีวิตหลังเกษียณได้ 3 ระดับ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการคุณภาพชีวิตหลังเกษียณระดับไหน
 
คนวัยหนุ่มสาวอาจยังไม่เคยคิดว่า เมื่อตัวเองเกษียณแล้วต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะพอใช้หลังจากเกษียณ แต่ละคนจะมีจำนวนเงินที่ตนเองต้องการใช้หลังเกษียณไม่เท่ากัน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกันคือ คุณภาพชีวิตที่ต้องการ ยิ่งคุณภาพชีวิตดี ยิ่งต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้น รวมถึงลักษณะนิสัยการใช้เงิน และความสามารถในการหารายได้ในช่วงวัยทำงาน อย่างไรก็ตาม เราสามารถแบ่ง Level ของชีวิตหลังเกษียณได้ 3 ระดับ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการคุณภาพชีวิตหลังเกษียณระดับไหน โดยทั้ง 3 ระดับ คือ การเกษียณขั้นต้น การเกษียณแบบพอเพียง และการเกษียณแบบเหลือเฟือ
 
การเกษียณขั้นต้น หรือการใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไม่อด มีเงินเพียงพอใช้ในแต่ละเดือนสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ปัจจัยสี่ และค่าสาธารณูปโภค คิดคร่าว ๆ ว่าในปัจจุบันนี้ หากไม่นับค่าเช่าบ้าน และค่ายารักษาโรคที่เราสามารถจ่าย 30 บาทรักษาได้ทุกโรคแล้ว หากประมาณค่าอาหารและเครื่องดื่มวันละ 200 บาท ค่าน้ำค่าไฟอีกเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งรวมเป็นเงินประมาณ 7,000 บาทต่อเดือน และเผื่อสำหรับค่าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงความจำเป็นในการเดินทางอีกสัก 1,000 บาทต่อเดือน รวมเฉลี่ยเดือนละ 8,000 บาท ถ้ามีเงินใช้เท่านี้ไปตลอดก็อาจถือได้ว่าเพียงพอสำหรับการเกษียณขั้นต้น แต่ถ้าหากคนไหนมีเงินใช้ไม่ถึงเดือนละ 8,000 บาทด้วยมูลค่าปัจจุบัน ก็กล่าวได้ว่ามีแนวโน้มเกิดปัญหาทางการเงินในอนาคตแน่ๆ อาจต้องให้ลูกหลานเลี้ยง หรือขายทรัพย์สินที่มีเพื่อปะทังชีวิตก็เป็นได้
 
อย่างไรก็ตาม แค่รู้ว่าการเกษียณขั้นต้นจะต้องใช้เงินเดือนละ 8,000 บาทนั้นยังไม่พอ เราจะต้องประมาณอายุว่าจะต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณต่อไปอีกกี่ปีด้วย ซึ่งอย่างน้อยควรจะเท่ากับอายุเฉลี่ยของคนไทยในปัจจุบัน โดยอายุขัยเฉลี่ยสำหรับผู้ชายจะอยู่ที่ประมาณ 70 – 75 ปี และผู้หญิงประมาณ 75 – 80 ปี สมมติว่าเราจะอยู่ถึงอายุ 80 ปี และเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี ตอนเกษียณก็ต้องมีเงิน 8,000 x 12 เดือน x 20 ปี ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินถึง 1.92 ล้านบาท
 
เท่านั้นยังไม่พอ เนื่องจากค่าครองชีพมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีตามอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งโดยเฉลี่ยเท่ากับ 3% ต่อปี หมายความว่าเงินที่เพียงพอสำหรับการเกษียณขั้นต้น 1.92 ล้านบาทในมูลค่าปัจจุบัน อีก 10 ปีข้างหน้า ค่าครองชีพจะขึ้นจากปัจจุบันถึง 1.35 เท่า ถ้าปัจจุบันอายุ 50 ปี ตอนอายุ 60 ปี ก็ควรมีเงินประมาณ 2.59 ล้านบาท ถ้าปัจจุบันอายุ 40 ปี ตอนอายุ 60 ปี ก็ควรมีเงิน 3.46 ล้านบาท เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นจากปัจจุบัน 1.8 เท่า หากปัจจุบันอายุ 30 ปี ตอนอายุ 60 ปี ก็ควรมีเงิน 4.67 ล้านบาท เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นจากปัจจุบันถึง 2.43 เท่า จึงจะพอเลี้ยงชีพแบบไม่อดอยากและให้สามารถอยู่ได้ ถ้าหากไม่มีสวัสดิการอย่างอื่นมาช่วย เช่น เบี้ยชราภาพจากประกันสังคม เป็นต้น
 
การเกษียณแบบพอเพียง คือการที่เรารักษาคุณภาพชีวิตหลังเกษียณให้เท่ากับตอนที่ยังมีงานทำอยู่ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะใช้วิธีประมาณค่าใช้จ่ายในอนาคต ว่าคนเกษียณจะใช้เงินโดยเฉลี่ยประมาณ 50 - 70% ของรายได้หลังเกษียณ แต่ถ้าเรายังอายุไม่มากนักก็เป็นสิ่งที่ยากในการประเมินรายได้ของตนเองในอนาคตอีก 20 – 30 ปีข้างหน้า หากเราต้องการคิดอย่างคร่าว ๆ ก็สามารถใช้วิธีคาดการณ์แบบเทียบเคียงได้ เช่น ดูจากญาติพี่น้องรุ่นอาวุโสที่เกษียณอายุแล้ว และเราต้องการมีคุณภาพชีวิตแบบคล้ายคลึงกันในอนาคต ก็สามารถสอบถามได้ว่ามีการใช้จ่ายเดือนละประมาณเท่าไหร่ หรือปีละเท่าไหร่ และคูณอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงจำนวนปีหลังเกษียณเข้าไป ก็จะได้จำนวนเงินที่เราจำเป็นต้องมีในวันเกษียณแล้ว ทั้งนี้ อย่าลืมว่าต้องบวกค่ารักษาพยาบาลเข้าไปด้วย เพียงเท่านี้ เราก็ทราบจำนวนเงินที่เพียงพอต่อการเกษียณแบบพอเพียงกับความต้องการของเราแล้ว
 
ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการคุณภาพชีวิตแบบเดียวกับคุณลุงที่ใช้เงินปีละประมาณ 500,000 บาท ถ้าปัจจุบันเราอายุ 30 ปี เกษียณ 60 ปี ก็เท่ากับว่าตอนอายุ 60 เราต้องมีเงิน 5 แสน x เงินเฟ้อ 2.43 เท่า x ระยะเวลาใช้เงิน 20 ปี เท่ากับ 24.3 ล้านบาทเป็นต้น
 
การเกษียณแบบเหลือเฟือ เป็นการเก็บเงินเกษียณให้มากกว่าการเกษียณแบบพอเพียง หมายความว่าเราจะต้องเก็บเงินเกษียณแบบพอเพียงไว้เป็นพื้นฐานก่อน แล้วบวกเพิ่มด้วยเงินที่คาดว่าจะใช้พิเศษเมื่อเกษียณ เช่น อยากได้รถยุโรปสุดหรูไว้ขับหลังจากเกษียณ หรือเงินสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมทั้งบางคนอาจต้องการมีมรดกเป็นเงินก้อนเอาไว้ให้ลูกหลาน ยิ่งมีความต้องการพิเศษมาก ก็ต้องมีการวางแผนการเงินที่คำนึงถึงเป้าหมายทางการเงิน และเงินเฟ้อเพิ่มเติมจากแผนเกษียณอย่างพอเพียง
 
ชีวิตหลังเกษียณ เราสามารถออกแบบเองได้ โดยมีวัตถุดิบเป็นเงินเก็บจากการวางแผนออมเงินตั้งแต่ในวัยทำงาน การวางแผนออมเงินก่อนการใช้จ่าย การวางแผนใช้จ่ายเงินให้มีเงินเหลือออมเพิ่มเติม และการวางแผนการลงทุนเพื่อให้เงินออมงอกเงยจนบรรลุเป้าหมายเกษียณที่ตั้งไว้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับที่ปรึกษาส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com และ เว็บบอร์ด K-Expert ซึ่งจัดทำขึ้นผ่านทางเว็บไซต์ www.askKBank.com/K-Expert และติดตามข่าวสารการเงินได้ที่ Twitter@KBank_Expert
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ต้องมีเงินเท่าไหร่เพื่อวัยเกษียณ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^