LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

เกษียณเริ่มได้เมื่ออายุ 30

  • 17 ก.ย. 2556 เวลา 14:43 น.
  • 3,009 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เกษียณเริ่มได้เมื่ออายุ 30

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ถ้าสามารถวางแผนเกษียณในวัย 30 ปี ด้วยระยะเวลาสำหรับการวางแผนเกษียณนาน 30 ปีที่เหลือ โอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายภายในอายุ 60 ปีนั้นก็จะมีความเป็นไปได้สูง
 
หลาย ๆ คนตอนเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ อาจเคยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า เราจะมีฐานะมั่นคงให้ได้ก่อนอายุ 30 ปี และเชื่อว่าอีกหลาย ๆ คนก็เคยคิดว่าอยากมีอะไรเป็นของตนเองตอนอายุ 30 ปี แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนอายุ 30 ปี จะยังไม่สามารถสร้างฐานะที่มั่นคงได้ แต่ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะวางแผนเกษียณให้มีกินมีใช้ได้อย่างไม่ขัดสนเมื่อถึงช่วงวัย 60 ปี โดยถ้าเราสามารถเริ่มต้นวางแผนเกษียณได้ในวัย 30 ปี ด้วยระยะเวลาสำหรับการวางแผนเกษียณนาน 30 ปีที่เหลือ โอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายภายในอายุ 60 ปีนั้นก็จะมีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว
 
การวางแผนเกษียณนั้นมีเคล็ดลับว่า ยิ่งเริ่มต้นออมเงินเพื่อเกษียณได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งออมเงินได้อย่างเบาแรงเท่านั้น สำหรับการเริ่มต้นตอนอายุ 30 ปี โดยมีเป้าหมายว่าจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี ซึ่งเป็นอายุเกษียณปกติของมนุษย์เงินเดือนไทย ทั้งข้าราชการ และบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ เราก็จะมีเวลาในการออมเงินได้นาน 30 ปี แต่ถ้าเราเริ่มต้นตอนอายุ 45 ปี เราก็เหลือเวลาออมเงินเพียง 15 ปี ด้วยจำนวนปีที่ออมต่างกันถึงเท่าตัวนี้ อย่างน้อย ๆ สัดส่วนการออมเงินเพื่อให้ได้จำนวนเงินที่เท่ากันในวันเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี ของคนอายุ 30 ปี และ 45 ปี ย่อมแตกต่างกันไม่น้อยกว่าเท่าตัวแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น คนอายุ 30 ปีอาจออมเงินเพียง 20% จากรายได้ในแต่ละเดือน ก็มีเงินพอใช้หลังเกษียณแล้ว แต่คนอายุ 45 ปีนั้น จะต้องออมเงินไม่น้อยกว่า 40% จากรายได้จึงจะมีโอกาสบรรลุแผนเกษียณ ด้วยเหตุนี้แล้ว การเริ่มต้นวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุ 30 ปี ย่อมมีโอกาสสะสมเงินก้อนที่เพียงพอสำหรับวัยเกษียณได้มากกว่าคนที่เริ่มต้นวางแผนเกษียณในวัยกลางคน
 
เครื่องมือที่ใช้ในการวางแผนเกษียณมีอยู่หลายประเภท ได้แก่ กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนเหล่านี้เป็นตัวช่วยให้เราสามารถบรรลุแผนเกษียณได้ง่ายขึ้น โดยเราควรใช้สิทธิกับกองทุนเหล่านี้ให้เต็มที่ ซึ่งสิทธิและผลประโยชน์ของกองทุนทั้ง 4 ประเภทจะมีดังนี้
 
1. กองทุนประกันสังคม นอกจากจะช่วยออกค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยให้เราแล้ว ยังมีเงินบำนาญชราภาพให้เราอีก ในกรณีที่มีการจ่ายเงินให้กองทุนประกันสังคมในส่วนของชราภาพนาน 15 ปี สมมติว่าเราจ่ายเงินให้กองทุนประกันสังคมในส่วนชราภาพนาน 30 ปี ในวันเกษียณเราจะได้รับเงินบำนาญ 20% + (อายุงานที่เกิน 15 ปี x 1.5%) รวมเป็น 42.5% ของรายได้เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย โดยรายได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งจะได้บำนาญรายเดือนตอนเกษียณเป็นจำนวณเงิน 6,375 บาทต่อเดือน สำหรับคนมีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป สิทธิประโยชน์ดี ๆ แบบนี้ เราจึงไม่ควรละเลยที่จะขาดส่งเงินให้กับกองทุนประกันสังคม
 
2. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นกองทุนสำหรับข้าราชการไทยโดยเฉพาะ โดยกองทุนจะหักเงินไปสะสมในกองทุน จากเงินเดือนของข้าราชการโดยอัตโนมัติเป็นจำนวน 3 – 15% ของเงินเดือน โดยที่รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเข้าไปให้อีก 3% และเงินชดเชยอีก 2% ของเงินเดือนทุก ๆ เดือน สำหรับยอดเงินสะสมของข้าราชการในส่วนนี้ยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้อีกด้วย
 
3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีลักษณะคล้ายกับกองทุน กบข.ของข้าราชการ แต่เป็นกองทุนภาคสมัครใจของเอกชน ที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้ง ซึ่งสามารถสะสมได้ 2 – 15% ของเงินเดือน แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท โดยที่ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมเท่าไหร่ นายจ้างก็จะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนให้ไม่น้อยกว่านั้น และเงินที่ลูกจ้างสะสมเข้าไปก็สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกเช่นกัน ถ้าสามารถเลือกสัดส่วนเงินสะสมได้ ก็ควรเลือกสะสมในสัดส่วนที่สูงเอาไว้ก่อน เพื่อลดหย่อนภาษีประจำปี และเพื่อเงินก้อนโตในอนาคต
 
4. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นกองทุนภาคสมัครใจ มีประโยชน์กับผู้มีรายได้ทุกคน โดยสามารถลงทุนในกองทุนประเภทนี้ได้ปีละไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปี โดยเมื่อรวมกับกองทุน กบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว จะต้องไม่เกิน 5 แสนบาทต่อปี ซึ่งกองทุน RMF นี้ นอกจากจะลงทุนสะสมเพื่อเป็นเงินก้อนเอาไว้ใช้สำหรับวัยเกษียณแล้ว ยังมีสิทธินำยอดซื้อกองทุนไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้อีกด้วย
 
จะเห็นได้ว่าการวางแผนเกษียณไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เรารู้จักการใช้เงินให้น้อยกว่าที่หาได้ และแบ่งเงินมาทยอยสะสมเข้าไปในกองทุนต่างๆ เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอในวันที่เงินเดือนออก และลงทุนให้เต็มสิทธิ นอกจากจะได้ลดหย่อนภาษีประจำปีแล้ว ตอนเกษียณอายุเราก็จะได้เห็นเงินก้อนใหญ่ที่จะทำให้เราไม่ขัดสนในวัยเกษียณ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com และ เว็บบอร์ด K-Expert ซึ่งจัดทำขึ้นผ่านทางเว็บไซต์ www.askKBank.com/K-Expert และติดตามข่าวสารการเงินได้ที่ Twitter@KBank_Expert
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เกษียณเริ่มได้เมื่ออายุ 30

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^