LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ" 06 ธ.ค. 2559สพป.นครราชสีมา เขต 5 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร8-14ธ.ค.2559 06 ธ.ค. 2559พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี 06 ธ.ค. 2559(ไม่มีวุฒิครู อยากได้วุฒิ) เช็ครายชื่อสถาบันที่เปิดสอน ป.โท วิชาชีพครู ที่ คุรุสภารับรอง 06 ธ.ค. 2559ศธจ.นนทบุรีเผยผลสอบ ผอ.ร.ร. สอบผ่านภาค ก 75% 06 ธ.ค. 2559สคบท.หนุนไม่เพิ่ม ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ดัดหลังครูแห่เรียน ป.โท-เอก ไม่ตรงวิชาที่สอน ทำคุณภาพการศึกษา ปท.ดิ่ง 06 ธ.ค. 2559"อยากเป็นครู" เลือกเรียน หลักสูตรผลิตครู 06 ธ.ค. 2559ด่วนที่สุด การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัด สป.ศธ. 05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา

แบงก์ไม่หวั่นหนี้ครัวเรือน เดินหน้าปล่อยกู้ที่อยู่อาศัย

  • 15 ก.ย. 2556 เวลา 23:21 น.
  • 2,632 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แบงก์ไม่หวั่นหนี้ครัวเรือน เดินหน้าปล่อยกู้ที่อยู่อาศัย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แบงก์ไม่หวั่นหนี้ครัวเรือน เดินหน้าปล่อยกู้ที่อยู่อาศัย
 
คอลัมน์ รายงานพิเศษ
 
ถ้า จำกันได้ยุคหนึ่ง "หนี้นอกระบบ" ภาคครัวเรือน เป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาล ส่วนหนึ่งตำหนิไปที่ผลตอบแทนที่โตไม่ทันค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกปี 
 
ยุค นี้รัฐบาลได้สั่งปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรีขั้นต่ำ 15,000 บาท กลับเป็นดาบสองคม ทำให้ประชากรกลุ่มนี้ซึ่งเพิ่งจบการศึกษาก่อหนี้ได้เร็วขึ้น การที่รายได้เข้าเกณฑ์สมัครบัตรเครดิต ทำให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ได้ง่ายขึ้น ยังไม่นับรวมนโยบายรถคันแรก ที่กระตุ้นเศรษฐกิจเห็นผลเร็ว แต่ในระยะสั้นๆ 
 
ยิ่งกว่านั้นความกังวลต่อหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบผู้บริโภคที่ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารพาณิชย์ได้ยากขึ้น
 
เรื่อง นี้ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการ ผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยืนยันว่าเกณฑ์พิจารณาผู้กู้สินเชื่อบ้านของธนาคารยังไม่เปลี่ยน คือ เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาทกู้ได้ประมาณ 7.5 แสนบาท โดยผู้กู้จะมีภาระค่าผ่อนสินเชื่อบ้านประมาณ 40% ของรายได้ หรือราว 6,000 บาทต่อเดือน ที่ผ่านมาผู้กู้ อาจเห็นว่าธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณา สินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะผู้กู้ซื้อบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป ซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 10% ของผู้ขอกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมดของธนาคาร 
 
เกณฑ์ การพิจารณาสินเชื่อของธนาคารมี 2 แกน คือ แกนอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรือแอลทีวี ที่เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือคอนโดมิเนียม ปล่อยกู้ไม่เกิน 90% ที่อยู่อาศัยแนวราบปล่อยกู้ไม่เกิน 95% 
 
ส่วนแกนที่ 2 จะพิจารณาจากรายได้ หรือความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ของผู้กู้ ซึ่งปัจจุบันพบว่าสัดส่วน 50-60% ของผู้ถูกปฏิเสธสินเชื่อมาจากรายได้ของผู้กู้ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นได้ทั้งผู้กู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ หรืออีกส่วนหนึ่งคือผู้กู้มีภาระหนี้มากขึ้นโดยเฉพาะจากสินเชื่อบัตรเครดิต 
 
นาย ชาติชายกล่าวด้วยว่า เงินกู้ซื้อรถยนต์คันแรกก็มีส่วนทำให้ผู้กู้ถูกปฏิเสธสินเชื่อ แต่ในความเป็นจริงจะพบว่ากลุ่มผู้กู้ซื้อรถยนต์คันแรกส่วนใหญ่เป็นคนรุ่น ใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษา เงินเดือน 15,000-20,000 บาท ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับผู้กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีเงินเดือน 50,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารเฉลี่ยอยู่ที่รายละ 2.5 ล้านบาท 
 
ขณะเดียวกันธนาคารไม่มีนโยบายเลี่ยงปล่อยกู้ใหักับบางอาชีพ แต่จะดูเกณฑ์รายได้เป็นหลัก 
 
นาย ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า นโยบายการพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารไม่ได้เปลี่ยน แปลงไป ยกเว้นว่าอาจมีบางธนาคารที่เคยผ่อนคลาย แต่พอมาปัจจุบันเริ่มมีหนี้เสียมากขึ้น ก็เปลี่ยนไปเข้มงวดและระมัดระวังมากขึ้น จึงทำให้มียอดผู้ถูกปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนของธนาคารกรุงเทพยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะที่ผ่านมามีการพิจารณาสินเชื่อแบบระมัดระวังมาโดยตลอด ไม่เคยผ่อนคลาย 
 
ด้าน นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารถือเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายของสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ในปี 2556 โดยลดลงเล็กน้อยจากปี 2555 ที่มียอดปล่อยใหม่ 1.2 แสนล้านบาท เนื่องจากระบบการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารมีความแข็งแกร่ง
 
ที่มีหลาย ฝ่ายแสดงความกังวลว่าธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ยากขึ้น ในความเป็นจริงธนาคารยังคงเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้เหมือนเดิม แต่สิ่งสำคัญคือตัวลูกค้าที่เข้ามาขอกู้ อาจมีภาระหนี้มากขึ้นทำให้ความสามารถในการชำระเงินกู้บ้านได้น้อยลง 
 
นับ ตั้งแต่นี้ไปธนาคารคงต้องสร้างความเข้าใจกับลูกค้าที่เตรียมกู้ซื้อบ้านมาก ขึ้น ถึงการเตรียมตัวว่าจะเตรียมอย่างไร สำคัญที่สุดคือ 1.อย่าก่อหนี้เพิ่ม 2.ให้ซ้อมมีบ้าน โดยหากต้องกู้ซื้อบ้าน 1 ล้านบาท นอกจากลูกค้าจะต้องมีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท จึงจะมีความสามารถในการชำระสินเชื่อบ้านต่อเดือนที่ 8,000 บาท หรือคิดเป็น 40% ของเงินเดือน 
 
และหากระหว่างอยู่ในช่วงผ่อนดาวน์กับผู้ประกอบการ บ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เดือนละ 5,000 บาท ให้แบ่งเงินเดือน 3,000 บาท นำไปฝากไว้กับธนาคาร เสมือนเป็นการซ้อมเตรียมความพร้อมกู้ซื้อบ้านตั้งแต่ช่วงผ่อนดาวน์
 
ขณะ ที่ นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรณีการปฏิเสธการให้สินเชื่อสำหรับ ผู้กู้ซื้อบ้านของธนาคารพาณิชย์ ถือเป็นดุลยพินิจแต่ละธนาคาร ที่จะเลือกปล่อยกู้ให้กับผู้มีภาระหนี้น้อย ส่วนผู้มีภาระหนี้มากคงไม่ปล่อยให้ ยิ่งไปกว่านั้นนโยบายรถคันแรกทำให้ผู้บริโภคก่อหนี้เพิ่มขึ้น 
 
ดัง นั้น ในแง่ของลงทุนของบริษัทจากนี้คงไม่หมายมั่นปั้นมือขยายโครงการมากๆ เหมือนในอดีต เพราะขณะนี้มีหลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ตั้งแต่มาตรการผ่อนคลายทางการเงินหรือคิวอี ของธนาคารกลางสหรัฐ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีนตลอดจนเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงการเมืองที่ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระวังตัวมากขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระในภายหน้า 
 
น.ส.วรางคณา อัครสถาพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการลงทุน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากความกังวลในการชำระหนี้ของผู้บริโภค ที่อาจมีผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการพิจารณาปรับเกณฑ์แอลทีวีเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดในไตรมาส 2 ที่ผ่านบริษัทได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยปรับเพิ่มวงเงินดาวน์จากลูกค้าเป็น 12% จากที่เดิมเรียกเก็บอยู่ 5-7% สำหรับคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1.5-3 ล้านบาททุกโครงการและยังคงเรียกเก็บเงินดาวน์ 15-30% สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมระดับบน
 
ส่วนนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้เรียกเก็บเงินผ่อนดาวน์จากลูกค้าเฉลี่ยที่ 20% ปัจจุบันได้ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 18-25% สูงที่สุดในตลาด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่จะสะท้อนถึงความสามารถผ่อนในการชำระเงิน ทั้งยังทำให้ภาระในการกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์ในอัตราที่น้อยลงด้วย 
 
ก่อน หน้านี้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานข้อมูลที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ และข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม สำหรับงวดครึ่งปีแรก 2556 โดยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ มีจำนวน 57,300 หน่วย เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 
 
ทั้งนี้ ในเขตกรุงเทพฯ พบว่ามีประมาณ 33,200 หน่วย มากกว่าปริมณฑล 5 จังหวัดรวมกัน ซึ่งมีประมาณ 24,100 หน่วย หากแยกตามประเภทคอนโดมิเนียมมีมากถึง 31,500 หน่วย หรือ 55% บ้านเดี่ยว 13,500 หน่วย หรือ 23% ทาวน์เฮาส์ 6,600 หน่วย หรือ 12% อาคารพาณิชย์ 5,100 หน่วย หรือ 9% ที่เหลือเป็นบ้านแฝด
 
สำหรับ การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในครึ่งแรกของปี 2556 มีรวมกันประมาณ 76,800 หน่วย เพิ่มขึ้น 4% ในขณะที่ปริมาณคอนโดมิเนียมมียอดโอนมากที่สุด 28,800 หน่วย หรือ 38% รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 24,500 หน่วย หรือ 32% บ้านเดี่ยว 14,700 หน่วย หรือ 19% อาคารพาณิชย์พักอาศัย 6,500 หน่วย หรือ 9% และที่เหลือเป็นบ้านแฝดประมาณ 2,300 หน่วย
 
ขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกมีความผันผวน จึงไม่น่าแปลกใจที่ธนาคารพาณิชย์จะเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แม้ว่าทุกธนาคารจะปฏิเสธข้อกล่าวหา ดังกล่าวก็ตามที 
 
ใน แง่มุมของผู้บริโภคที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น หากยังไม่พร้อมเป็นหนี้ก้อนโต ก็ควรหลีกเลี่ยงการก่อหนี้จากสินเชื่อบุคคลที่แฝงมากับบัตรเครดิตเป็นดี 
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แบงก์ไม่หวั่นหนี้ครัวเรือน เดินหน้าปล่อยกู้ที่อยู่อาศัย

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^