LASTEST NEWS

14 ธ.ค. 2561มาแล้ว! กำหนดวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ปี2562 - พร้อมบอกวันเงินเดือนเข้าธนาคาร แชร์เลย! 14 ธ.ค. 2561กศจ.นครปฐม เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบที่ 3 จำนวน 53 อัตรา - รายงานตัว 24 ธ.ค.2561 14 ธ.ค. 2561( ไม่เอาวุฒิครู ) กศน.จังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครพนักงานราชการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000.- บาท 14 ธ.ค. 2561สาร นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจําปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ 14 ธ.ค. 2561คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562 "เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ" 14 ธ.ค. 2561สพฐ. และ กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 63 อัตรา สมัครบัดนี้เป็นต้นไป 14 ธ.ค. 2561แชร์วนไป !!! คัดตำแหน่งงานราชการ 3,539 อัตรา ที่กำลังเปิดรับสมัคร สมัครบัดนี้-ม.ค.2562 13 ธ.ค. 2561(วุฒิ ปวส.-ป.ตรี ทุกสาขา 165 อัตรา ) กรมราชทัณฑ์ เปิดรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ สังกัดกรมราชทัณฑ์ 13 ธ.ค. 2561"หมอธี"สั่ง สมศ.ลุยประเมินรอบสี่ 13 ธ.ค. 2561สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง และพี่เลี้ยงเด็กพิการ 5 อัตรา สมัคร19-25 ธ.ค.2561

ที่มา"อันดับโหล่"คนไทยโหวตให้ ได้คะแนน3.5เต็ม7"สมพงษ์"วอนรบ.เหลียวแลศึกษาชาติสำคัญกว่า"น้ำ-ข้าว-ยาง"

  • 04 ก.ย. 2556 เวลา 20:01 น.
  • 1,104 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ที่มา"อันดับโหล่"คนไทยโหวตให้ ได้คะแนน3.5เต็ม7"สมพงษ์"วอนรบ.เหลียวแลศึกษาชาติสำคัญกว่า"น้ำ-ข้าว-ยาง"
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ที่มา"อันดับโหล่"คนไทยโหวตให้ ได้คะแนน3.5เต็ม7"สมพงษ์"วอนรบ.เหลียวแลศึกษาชาติสำคัญกว่า"น้ำ-ข้าว-ยาง"
 
 "สธน" ระบุจัดอันดับการศึกษาไทยของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม วัดผลจากการกรอกแบบสอบถามคนในประเทศว่ามีความเชื่อมั่นระบบการศึกษาประเทศตัวเองมากน้อยแค่ไหน    ระบุที่รั้งบ๊วยเพราะคนไทยไม่เชื่อมั่นให้คะแนนแค่ 3.5 จากเต็ม 7 "สมพงษ์" วอนรัฐบาลให้ความสำคัญ ชี้ขับเคลื่อนพัฒนาคนสำคัญกว่าโครงการน้ำ ข้าว ยางพารา อย่าเปลี่ยนตัว รมว.ศธ.บ่อยนักสะเทือนงานพัฒนาสะดุด ยกปัญหาอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้มีมาตั้ง 20 ปี ทุกวันนี้ยังแก้ไม่เสร็จ เพราะไม่มีการทำอะไร
 
    ตามที่ World Economic Forum (WEF) - The Global Information Technology Report 2013 จัดอันดับคุณภาพการศึกษาไทยอยู่ในลำดับที่ 8 ในภูมิภาคอาเซียน รองจากประเทศเวียดนามและกัมพูชานั้น อ.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การจัดอันดับดังกล่าวเป็นการทำแบบสอบถามคนไทย ขณะที่คนไทยไม่เชื่อมั่นในระบบการศึกษาตัวเอง ทำให้ผลแบบสอบถามอยู่ในอันดับรั้งท้าย ไม่เหมือนประเทศเพื่อนบ้านที่มีความมั่นใจในระบบการศึกษาของตัวเอง ทำให้คะแนนออกมาดี จึงเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ แบบสอบถามดังกล่าวใช้ชื่อหัวข้อว่า คุณภาพของระบบการศึกษา มีคำถามว่า “ท่านประเมินระบบการศึกษาในประเทศของตนเอื้อกับเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันมากน้อยแค่ไหน” โดยให้คะแนนตั้งแต่ระดับ 1-7 ซึ่งประเทศไทยให้คะแนนในอันดับ 3-3.5
 
    "ประเด็นอีกอันคือ ประเทศกลุ่มอาเซียนอยู่คนละกลุ่ม เช่น กัมพูชากับเวียดนามอยู่กลุ่ม Fector driven คือเริ่มสร้างโครงสร้างภายใน บรูไนกับฟิลิปปินส์อยู่รอยต่อระหว่างกลุ่ม Factor driven กับ efficientcy driven ไทยกับอินโดฯ อยู่กลุ่ม efficientcy driven มุ่งเน้นประสิทธิภาพ มาเลเซียเป็นรอยต่อระหว่าง eficientcy กับ innovative สิงคโปร์น่ะไปไกลแล้ว ถึงระดับพัฒนาแล้ว เป็น innovation driven ดังนั้นมันเทียบกันยาก" อ.สธนกล่าว
 
    รศ.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวมีน้ำหนัก เพราะก่อนหน้านี้ตนเคยทำวิจัยเรื่องการศึกษาอาเซียน พบว่าช่วงนั้นการศึกษาไทยอยู่อันดับที่ 3 ส่วนการศึกษาเวียดนามและกัมพูชาอยู่อันดับที่ 7, 8 แต่มาถึงวันนี้เราไม่ได้ทำอะไรเลย ขณะที่เพื่อนบ้านเร่งเครื่องการศึกษา จึงมีความเป็นไปได้ที่การศึกษาไทยจะถูกจัดอันดับที่ 8 ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศเพื่อนบ้านมาดูงานการศึกษาที่ไทย ซึ่งเราก็เปิดบ้านต้อนรับพาดูงานแต่เรื่องดีๆ ทั้งหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน และการบริหารการศึกษา ทำให้เขารู้เราดี แต่ขณะเดียวกันเวลาเราขอข้อมูลการศึกษาประเทศเพื่อนบ้าน เขากลับไม่ให้เรา ทำให้เราไม่รู้เขา
 
    อาจารย์จุฬาฯ กล่าวอีกว่า ตนมีข้อเสนอต่อรัฐบาลที่จะพัฒนาการศึกษาไทย ได้แก่ 
 
1.อย่าเปลี่ยนตัว รมว.ศธ.บ่อย เพราะการเปลี่ยน รมว.ศธ.บ่อยอย่างที่ผ่านมา ทำให้ข้าราชการประจำสนองงานแต่เอกสารวูบวาบเท่านั้น เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ทำอะไร อย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. ที่กำลังทำเรื่องปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบอยู่นั้น ก็ต้องใช้เวลา 5-6 ปีกว่าจะปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผล 
 
2.ต้องออกกฎหมายบังคับ 70% เป็นการปฏิรูปการศึกษาโดยรัฐบาล ส่วน 30% เป็นการเปิดให้ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งมีนโยบายการศึกษาเป็นของตัวเอง 
 
3.ควรเพิ่มการจัดการศึกษาที่เป็นภาคชุมชนและภาคเอกชนให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ภาครัฐจัดการศึกษาเองกว่า 80% ซึ่งที่ผ่านมาก็สะท้อนแล้วว่าภาครัฐจัดการศึกษาฝ่ายเดียวไม่ประสบความสำเร็จ และ 
 
4.ต้องปฏิรูประบบการผลิตครูใหม่ ซึ่งการรับนักศึกษาครูต้องเป็นระบบปิด เชื่อมโยงด้วยงบประมาณเพื่อเป็นการบังคับการผลิต จะได้มีครูที่มีคุณภาพต่อไป 
 
ทั้งนี้ เพราะการพัฒนาเรื่องคนมีความสำคัญกว่าเรื่องการจัดการน้ำ จำนำข้าว และชดเชยราคายางพารา
 
    “การศึกษาไทยที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างเรื่องอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ที่เป็นปัญหาใหญ่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว วันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะเราเปลี่ยน รมว.ศธ.บ่อย ทำให้งานการศึกษาไม่ขับเคลื่อนเท่าที่ควร นโยบายการศึกษาที่มีก็เป็นนโยบายระยะสั้น 6-8 เดือน แต่ปัญหาการศึกษาไทยเดินหน้าไปเรื่อยๆ ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ ส่วนกรณีประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกจัดอันดับการศึกษาแซงหน้าเรา ส่วนหนึ่งเพราะเขามีระบอบการปกครองที่สามารถผลักดันงานการศึกษาได้ดี และมีเป้าหมายคือต้องเอาชนะประเทศไทย” รศ.สมพงษ์กล่าว
 
    นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการศึกษาไทยถูกประเมินในระดับนานาชาติหลายครั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าผลการประเมินในระดับนานาชาติเรายังทำได้ไม่ดีจริง เพราะฉะนั้น แม้ว่าผลที่ออกมาอาจไม่ตรงร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าประเทศไทยอยู่ลำดับนั้นจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยผลมันบอกได้ว่าการศึกษาของเรามีปัญหาเยอะเลย และเราจะต้องช่วยกันทำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ตนย้ำว่าการที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ สำคัญอยู่ที่หลักสูตรและคุณภาพผู้สอน ถ้าหลักสูตรดีขอให้เน้นความสำคัญสองจุดนี้ เชื่อว่าสามารถไล่ตาม และแซงหน้าประเทศต่างๆ หลายประเทศได้
 
    “เห็นได้ชัดว่าในผลการประเมินระดับนานาชาติ เรายังทำได้ไม่ดี ขณะที่บางประเทศ เช่น เวียดนาม ซึ่งเพิ่งเข้ารับการทดสอบคณิตศาสตร์ระดับนานาชาติ ก็ยังดูว่าเขาก็ไปได้ดีกว่าเราเยอะ เพราะฉะนั้นเราจะอยู่และคิดว่าเราดีแล้วคงเป็นไปไม่ได้ เรายังไม่ดีแน่นอน คงต้องทำต่อไป” นายพงศ์เทพกล่าว.
 
 
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ที่มา"อันดับโหล่"คนไทยโหวตให้ ได้คะแนน3.5เต็ม7"สมพงษ์"วอนรบ.เหลียวแลศึกษาชาติสำคัญกว่า"น้ำ-ข้าว-ยาง"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^