LASTEST NEWS

24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560 24 ก.พ. 2560สพป.สงขลา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 4 อัตรา 24 ก.พ. 2560สพฐ.คลอดปฏิทินใหม่รับลูกร่นเวลาสอบครูผู้ช่วย 23 ก.พ. 2560เปิดหลักเกณฑ์ ออมสิน-ธกส. ปล่อยกู้แก้หนี้นอกระบบ-ดอกเบี้ยถูก

การศึกษาชาติ รู้ปัญหาต้องเร่งผ่าตัด

  • 26 ส.ค. 2556 เวลา 10:46 น.
  • 584 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
การศึกษาชาติ รู้ปัญหาต้องเร่งผ่าตัด

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

การศึกษาชาติ รู้ปัญหาต้องเร่งผ่าตัด
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)
 
กลิ่น สระทองเนียม เหตุที่คุณภาพการศึกษาของชาติยังก้าว ไปไม่ถึงไหน เชื่อว่าทุกฝ่ายคงจะทราบดี ซึ่งสาเหตุหลักที่หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปคงหนี ไม่พ้นการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบ่อยครั้งจนเกินไป เมื่อคนเปลี่ยนนโยบายก็เปลี่ยนเริ่มนับหนึ่งกันใหม่อยู่ร่ำไป ซึ่งเหตุผลที่ว่านี้ถ้าจะให้ตรงประเด็นมากขึ้นก็คงต้องรวมถึงความรู้
 
ความเข้าใจกับการจัดการศึกษาของผู้มีอำนาจเหล่านั้นด้วย เพราะหากรัฐมนตรีดูแลการศึกษาไม่เข้าใจถึงยุทธศาสตร์การใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและรู้ลึกความเป็นจริงว่าการศึกษาเป็นงานสำคัญ งานใหญ่ งานหนักเห็นผลช้าด้วยแล้ว การกำหนดนโยบายอาจพาให้ผู้ปฏิบัติหลงทางได้ โดยเฉพาะการเร่งรีบหาผลงานด้วยการกำหนดสารพัดโครงการแล้วต้องการให้เกิดผลอย่างรวดเร็วนั้นถือว่าผิดธรรมชาติกับความยากของการพัฒนาคน สุดท้ายก็จะได้แค่เปลือกภายนอก ที่พูดเช่นนี้ก็เพื่ออยากชี้ให้เห็นว่าการที่กระทรวงศึกษาธิการได้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง มาเป็นรัฐมนตรีก็น่าจะถูกฝาถูกตัวอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะดูจากแนวคิดการแก้ปัญหาการศึกษาในหลายเรื่องถือว่าเกาถูกที่คัน อาทิ เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวิธีการรับตรงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการเรียนรู้ วิธีคิดการจัดสรรงบประมาณค่ารายหัวเด็กใหม่ การโยกย้ายผู้บริหารให้ใช้คุณภาพเด็กเป็นเกณฑ์ การให้ความสำคัญการปฏิรูปการสอนของครูมากกว่าการปรับโครงสร้างของหน่วยงาน รวมถึงนโยบาย 8 ข้อที่กำหนดขึ้นมา เป็นต้น จึงน่าจะเชื่อเบื้องต้นได้ว่าเป็นผู้รู้ต้นตอปัญหาการศึกษาของชาติจริง เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นจึงจะขอขยายความตัวอย่างบางเรื่องให้เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาบุคลากรของชาติให้เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข อย่างไร
 
         เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หากตราบใดยังเน้นแต่เนื้อหาวิชาการโดยไม่คำนึงถึงเป้าหมายหลักสูตรเพื่อให้เด็กเก่ง ดี มีความสุข มาใช้ตัดสินด้วยแล้ว ปัญหาที่ตามมาเด็กจะขาดความใส่ใจกับการเรียนรู้ตามหลักสูตร ยิ่งมีการรับตรงก่อนเรียนจบหลักสูตรด้วย
 
          แล้ว เด็กจะให้ความสำคัญสูงสุดอยู่กับการติว การเรียนพิเศษ จนกลายเป็นเรื่องจำเป็นกับการเรียนรู้ไปแล้ว ทำให้การสอนพิเศษเติบโตเป็นธุรกิจหลายหมื่นล้านให้มอดหากินกับเด็กร่ำรวยไปแล้วจำนวนมาก ส่วนนี้ไม่เว้นแม้แต่ครูบางคนที่อาศัยกระแสนี้หาประโยชน์กับเด็กไปด้วยโดยการกั๊กเนื้อหาสำคัญไว้สอนพิเศษเพื่อเด็กต้องมาเรียนพิเศษกับตนเอง ต้นตอนี้ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนไม่เช่นนั้นการที่จะเห็นเด็กเก่ง ดี มีความสุขตามศักยภาพนั้นคงเกิดได้ยาก ที่ว่าเช่นนี้ก็เพราะปัจจุบันทั้งผู้เรียนและผู้ปกครองส่วนใหญ่เกิดเจตคติกับการเรียนอยู่กับการ เข้ามหาวิทยาลัย มีเป้าหมายอยู่ที่ปริญญาโดยไม่สนใจว่าตนเองมีศักยภาพด้านใด ครอบครัวมีฐานอาชีพเดิมที่น่าพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างไรบ้างหรือต้องการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เมื่อการเรียนรู้มุ่งที่อาชีพ งานสบาย สุดท้ายก็มาแย่งกันเป็นมนุษย์เงินเดือนแต่งานหนักไม่เอางานเบาไม่สู้ หากแนวคิดยังเป็นเช่นนี้ การที่ประเทศชาติจะได้บุคลากรที่มีความสามารถหลากหลายเพื่อมาเป็นฟันเฟืองเครื่องจักรพัฒนาประเทศชาติก็คงหายากขึ้น
 
          เรื่องหลักสูตรการศึกษาที่มีการปรับปรุงอยู่ขณะนี้ อยากให้ผู้ดำเนินการรู้และเข้าใจถึงคุณภาพชีวิตเด็กแต่ละกลุ่มแต่ละพื้นที่ซึ่ง มีความแตกต่างกันทั้งกลุ่มปลายยอดที่มุ่ง ไปสู่ความเป็นเลิศและกลุ่มฐานซึ่งเป็นผู้คนระดับรากหญ้าที่ต้องการให้ชีวิตพ้นจากวงจร โง่ จน ดังนั้นต้องใช้หลักสูตรอย่างไรพัฒนา ในแต่ละกลุ่มถึงจะได้ผล แต่ทั้งหมดจะต้อง ไม่ลืมความเป็นไทยทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี อาชีพดั้งเดิมกับความอุดมสมบูรณ์ตามทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต่างชาติเขาเห็นคุณค่าอยากมาเยี่ยมชมและร่วมอนุรักษ์ไว้ แต่คนไทยรุ่น ใหม่เริ่มมองผ่านเห็นคุณค่าน้อยลง ทั้งที่เป็น สิ่งที่จะสร้างชื่อเสียงและสร้างอาชีพให้กับประชาชนทั้งสิ้น และหลักสูตรที่ดีนั้นจะต้องสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เน้นอยู่แต่หลักการวิธีการใช้อยู่บนเอกสารไว้ให้ตรวจหรือประเมินกันเท่านั้นเพราะหากเป็นอย่างนี้ก็คงไม่มีประโยชน์
 
          เรื่องการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ส่วนนี้คงจะต้องเร่งผ่าตัดเช่นกันด้วยเป็นหัวใจของการพัฒนา แม้เรื่องนี้จะเคยดำเนินการมาแล้ว หมดงบประมาณไปก็มาก เกิดแม่ไก่ ลูกไก่ และ Best Practices ออกมาโชว์จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ครูจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน จากข้ออ้างสารพัดทั้งฟังขึ้นและไม่ขึ้นที่มีเหตุผลก็คือ กลุ่มที่อยู่โรงเรียนครูขาดแคลนต้องสอน หลายวิชาหลายชั้นแถมมีสารพัดงานให้ทำจึงไม่มีเวลาไปคิดออกแบบจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามหลักสูตรกำหนด แต่ที่ฟังไม่ค่อยขึ้นก็คือกลุ่มที่อยู่โรงเรียนมีความพร้อมแต่ยังใช้วิธีการสอนแบบเดิม ๆ ซึ่งการอ้างว่ามีงานอื่น ๆ ให้ทำมากก็พอทำเนา แต่กับบางคนที่ไม่ใส่ใจหรือคิดว่าสอนแบบเดิมเด็กก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้โดยไม่ได้คำนึงถึงเป้าหมายให้เด็กเป็น คนเก่ง คนดี มีความสุข ซึ่งวิธีคิดเช่นนี้ต้อง เร่งแก้ไข มิฉะนั้นจะทำให้เด็กเสียโอกาส
 
          พัฒนาด้านอื่นไป ซึ่งปัญหาที่ว่านี้ก็เกิดมา จากผู้บริหารด้วยที่มีจำนวนไม่น้อยไม่ค่อยใส่ใจกับงานวิชาการ ไม่ค่อยนิเทศการสอน ของครูมุ่งอยู่กับงานอื่นโดยเฉพาะงานนอกโรงเรียน เมื่อผู้บริหารไม่สนใจหรือไม่กล้านิเทศ ครูก็สอนไปตามที่ตนเองถนัด เครื่องจักรหมุนไปคนละทิศละทางเช่นนี้คุณภาพเด็ก ก็คงไม่ต้องพูดถึง ปัญหานี้จึงต้องแก้ไขกัน ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มครูให้เพียงพอกับการสอนเร่งพัฒนาให้ครูมีใจเพื่อเด็ก การไปใช้วิธีจับครูมาอบรมหรือทำข้อสอบเนื้อหาความรู้อย่างที่ผ่านมาคงไม่ได้ผล ที่สำคัญต้องพัฒนาใจให้มีคุณธรรมและอุดม การณ์เพื่อเด็กเท่านั้นถึงจะเกิดผล ที่สำคัญ น่าจะต้องมีกฎกติกาในการปฏิบัติงานเพิ่ม คุณให้โทษกับผลการปฏิบัติงาน ไม่ใช่ว่า สอนหรือทำงานอย่างไรก็ได้เด็กจะมีคุณภาพหรือไม่ก็ยังได้เงินเดือนเพิ่มปีละขั้นครึ่งเป็นอย่างต่ำ หรือผู้บริหารมีโทษแค่ไม่ให้ย้ายไปโรงเรียนใหญ่ขึ้นแค่นี้คงไปเทียบกับผล กระทบที่เกิดขึ้นแก่อนาคตชีวิตเด็กจำนวนมากคงไม่ได้
 
          เรื่องงบประมาณที่นอกจากจะปรับวิธีการจัดสรรค่ารายหัวเด็กใหม่แล้ว ควรจัดเงินก้อนให้โรงเรียนขนาดเล็กเพราะการที่จะรอให้ชุมชนมาช่วยอุปถัมภ์คงเป็นเรื่องยากและควรปรับวิธีคิดการขอจัดตั้งงบประมาณกันใหม่ เพราะการให้ส่วนกลางเป็นผู้คิดโครงการแทนพื้นที่นั้นคงไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาและความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้ แล้วยังทำผิดบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดที่ต้องการให้ท้องถิ่นเป็นผู้คิดและดำเนินการ หากยังใช้วิธีการเดิม ๆ นอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาได้ตรงจุดแล้วยังสร้างภาระงานให้ครูอย่างมากมายจนกระทบกับงานสอนและเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าไปด้วย
 
          จากตัวอย่างที่นำเสนอเพียงบางส่วนนี้ผู้เขียนไม่ใช่เป็นผู้รู้ แต่เป็นผู้เห็นบริบทของแต่ละพื้นที่มามากจึงอยากให้ผู้รู้โดยเฉพาะผู้มีอำนาจได้เห็นบ้างจะได้สะสางอุปสรรคของการพัฒนาคุณภาพเด็กให้หมดไป ซึ่งปัญหาทั้งหลายเหล่านี้จะหมดไปได้นั้นคงจะสวยหรูอยู่แค่คำพูดหรือนโยบายอย่างเดียวคงไม่เกิดผล ตอนนี้จึงเหลืออยู่แค่การปฏิบัติจริงว่าจะเกิดเป็นรูปธรรมขนาดไหน สิ่งนี้แหละครับที่กำลังรอพิสูจน์ฝีมือนายจาตุรนต์ ฉายแสง บุคคลที่ผู้เขียนแอ่นอกรับไว้ตั้งแต่ต้นว่าเป็นผู้รู้เข้าใจกับยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาของชาติอย่างแท้จริงว่าจะมีฝีมือแท้จริงอย่างที่ผู้เขียนเชื่อด้วยหรือไม่.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : การศึกษาชาติ รู้ปัญหาต้องเร่งผ่าตัด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^