LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ" 06 ธ.ค. 2559สพป.นครราชสีมา เขต 5 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร8-14ธ.ค.2559 06 ธ.ค. 2559พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี 06 ธ.ค. 2559(ไม่มีวุฒิครู อยากได้วุฒิ) เช็ครายชื่อสถาบันที่เปิดสอน ป.โท วิชาชีพครู ที่ คุรุสภารับรอง 06 ธ.ค. 2559ศธจ.นนทบุรีเผยผลสอบ ผอ.ร.ร. สอบผ่านภาค ก 75% 06 ธ.ค. 2559สคบท.หนุนไม่เพิ่ม ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ดัดหลังครูแห่เรียน ป.โท-เอก ไม่ตรงวิชาที่สอน ทำคุณภาพการศึกษา ปท.ดิ่ง 06 ธ.ค. 2559"อยากเป็นครู" เลือกเรียน หลักสูตรผลิตครู 06 ธ.ค. 2559ด่วนที่สุด การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัด สป.ศธ. 05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา

วงเสวนา ชี้ การศึกษาเอกชน ยังขาดความเอาใจใส่จากภาครัฐ

  • 25 ส.ค. 2556 เวลา 08:56 น.
  • 591 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
วงเสวนา ชี้ การศึกษาเอกชน ยังขาดความเอาใจใส่จากภาครัฐ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

วงเสวนา ชี้ การศึกษาเอกชน ยังขาดความเอาใจใส่จากภาครัฐ
 
วงเสวนาการพัฒนา แก้ไขปัญหาการศึกษาเอกชน สะท้อนปัญหาเห็นตรงกัน ชี้ การศึกษาเอกชน ขาดความเอาใจใส่ จากภาครัฐ จำเป็นต้องได้รับการผลักดันให้พร้อมเข้าสู่การแข่งขันของ ประชาคมอาเซียน
 
วันที่ 24 ส.ค. คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา จัดเสวนาหัวข้อ นโยบาย “ยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาแก้ไขปัญหาการศึกษาเอกชนให้เข้มแข็ง” เชิญผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน คณะผู้บริหารสถานศึกษา 250 คนจากภาคเหนือ และภาคอีสาน เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อหาแนวทางมาตราการยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน
 
นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานเปิดการเสวนา กล่าวชื่นชมว่า แม้การศึกษาภาคเอกชน จะไม่ได้รับการสนุบสนุนจากภาครัฐ แต่ก็สามารถผลิตบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพได้สูงกว่าสถานศึกษาจากรัฐบาล ซึ่งหากในอนาคต ยังไม่มีนโยบายการปฏิรูปการศึกษาภาคเอกชน จะทำให้เกิดความห่างไกลจากภาครัฐมากขึ้น พร้อมยืนยัน จะผลักดันการศึกษาเอกชนให้มีนโยบายและยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
เช่นเดียว นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สว.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศึกษาและประธานคณะอนุกรรมาธิการการ ศึกษาเอกชน ระบุจากการศึกษาพบว่า การศึกษาเอกชนขาดการดูแลอย่างจริงจังจากภาครัฐมายาวนาน แต่ความเติบโตทางคุณภาพการศึกษากลับดีกว่าภาครัฐ และใช้งบประมาณน้อยกว่าถึง 5 เท่า จึงเห็นว่ามีจำเป็นต้องทำให้การศึกษาเอกชนเข้มแข็งขึ้น เพราะถือเป็นตัวแปร ที่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลง การเตรียมความพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในประชาคมอาเซียน
 
ขณะที่ นายธีระ พันธ์ พุทธิสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สอช. เสนอภาครัฐให้ปรับการสนันสนุนการศึกษาเอกชนที่เป็นธรรม ยั่งยืนและมีความเสมอภาค กับสถานศึกษาของภาครัฐ เนื่องจากในปัจจุบันต้องยอมรับว่า การศึกษาเอกชนได้รับงบอุดหนุนจากภาครัฐคงเดิม หากเทียบกับค่าใช้จ่ายที่แตกต่างจากภาครัฐ และบางส่วนต้องรับผิดชอบดูแลกันเอง ซึ่งมีทั้งในสถานศึกษาในระบบ 4,200 แห่ง จำนวนนักเรียน 2.5 ล้านคน และนอกระบบ 7,700 แห่ง จำนวนนักเรียน 1 ล้านคน ขณะที่สถานศึกษาอาชีวะ 458 แห่ง โดยเปรียบเทียบสัดส่วนเม็ดเงินที่ได้รับการอุดหนุนในภาครัฐ 1 คน ต่อภาคเอกชน 5 คน ทั้งนี้ การอุดหนุนที่เป็นธรรมเบื้องต้นภาครัฐอาจอุดหนุนงบประมาณเพิ่มเติมกรณีการจ่ายภาษีโรงเรียน หรือ งดเว้นการจ่ายให้เหมือนภาครัฐ ขณะเดียวกัน สถานศึกษาเอกชนต้องแสดงความชัดเจนที่จะจัดการศึกษาให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วย
 
นอกจากนี้ยังเสนอให้โรงเรียนเอกชน และ สอช. ต้องพัฒนาการศึกษาเอกชน ให้เป็นต้นแบบหลักสูตรทางเลือกของการศึกษาเอกชน เพื่อจุดประกายทางการศึกษาออกนอกกรอบไม่ให้เด็กรุ่นใหม่มุ่งเพียงการสอบ เอนทรานซ์ อีกทั้งตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้เอกชนจัดการศึกษาอย่างอิสระ แต่เมื่อเข้าสู่การประเมินเกณฑ์คุณภาพการศึกษาแม้การศึกษาเอกชนจะเป็นที่ยอมรับ แต่กลับถูกประเมินไม่ได้มาตรฐานหากเทียบกับภาครัฐ
 
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมาธิการการศึกษาเอกชน เตรียมนำมุมมองในวงเสวนาวันนี้สรุปและเสนอบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาะของวุฒิสภา เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี กำหนดเป็นนโยบายยุทธศาสตร์การศึกษาของชาติต่อไป.
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : วงเสวนา ชี้ การศึกษาเอกชน ยังขาดความเอาใจใส่จากภาครัฐ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^