LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

ครูภาษาไทยห่วงเด็กเขียนผิดบอก...เท่ดี!!

  • 01 ส.ค. 2556 เวลา 18:49 น.
  • 1,487 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ครูภาษาไทยห่วงเด็กเขียนผิดบอก...เท่ดี!!

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ครูภาษาไทยห่วงเด็กเขียนผิดบอก...เท่ดี!!
 
          "เราโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้... สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก..."
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการใช้คำไทย" ก่อเกิดเป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ
          เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติปีนี้ พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี  พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเป็นประธานการจัดงาน 1 ทศวรรษ เพชรในเพลง และงานวันภาษาไทยแห่งชาติ 2556 ณ โรงละครแห่งชาติ กรมศิลปากร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่แม่พิมพ์ของชาติที่ทำหน้าที่ครูอนุรักษ์ภาษาไทยเพื่อให้ลูกหลานสืบทอดมรดกทางภาษานี้ไว้ นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย และมอบรางวัลศิลปินผู้รับรางวัลเพชรในเพลง รวมทั้งสิ้น 23 คน
          ศ.ประภาศรี สีหอำไพ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของเข็มและโล่เชิดชูเกียรติประเภทปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย กล่าวถึงอนาคตของภาษาไทยว่า อนาคตของภาษาไทย ไม่ใช่การเน้นเฉพาะคำควบกล้ำ คำสแลง คำคล้องจอง ร้อยแก้ว ร้อยกรองเท่านั้น แต่ต้องมองลึก กว้างไกลและใส่ใจที่จะรักษาภาษาในฐานะอัตลักษณ์ของเชื้อชาติ ผนึกวัฒนธรรมถิ่นไทยกับภาษาเสียง ถ้อยคำกิริยาวาจาและท่าทาง เพราะภาษาเป็นวัฒนธรรมของเชื้อชาติ ซึ่งเป็นเนื้อหนังของกันและกัน
          ศ.ประภาศรียังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาษาไทยในประชาคมอาเซียนอีกว่า โรงเรียนต่างๆ ย่อมตื่นตัวที่จะพัฒนานักเรียนเต็มศักยภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อเตรียมพร้อมรับกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่สิ่งที่เราทุกคนไม่ควรลืมคือ รากเหง้าของตนเอง แม้ว่าจะต้องเรียนรู้ภาษาอีกกี่ภาษา แต่ไม่ควรลืมภาษาไทย
          "ลองสังเกตดูว่าชาวต่างชาติเขาหันมาสนใจภาษาและวัฒนธรรมของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เราไม่ควรเดินตามประเทศอื่นเสียหมดทุกอย่าง และไม่ควรเป็นเพียงประเทศเชื่อมต่อไปยังประเทศใกล้เคียงเท่านั้น แต่ควรพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของประเทศอื่นๆ ในการเข้ามาศึกษาวัฒนธรรมของเรา"
          ปัญหาของการใช้ภาษาไม่ได้มาจากคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว สื่อมวลชนเองก็มีส่วนในปัญหานี้ ทั้งจากตัวพิธีกรที่นับวันยิ่งหาคนที่สามารถเป็นแบบอย่างของการใช้ภาษาที่ถูกต้อง ไพเราะ ชัดเจนยากมาก แล้วเยาวชนก็เสพสื่อตลอดเวลาทำให้เขามีพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะเขาเชื่อว่าการพูดในโทรทัศน์คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
          ศ.ประภาศรีย้ำทิ้งท้ายว่า ตอนนี้สถาบันสอนภาษาหลายแห่งเปิดสอนภาษาไทยแก่ชาวต่างชาติมากขึ้น นี่เป็นตัวชี้ให้เห็นว่าภาษาคือจุดแข็งของประเทศ เพราะน้อยประเทศนักที่จะมีภาษาและตัวอักษรเป็นของตัวเองเหมือนเช่นประเทศเรา
          ขณะที่ อ.บุญเสริม แก้วพรหม ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 เจ้าของเข็มและโล่เชิดชูเกียรติประเภทผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น กล่าวถึงเรื่องการใช้คำสแลง เช่น จุงเบย บ่องตง นั้นเป็นเพียงการผิดเพี้ยนของภาษาที่คนรุ่นใหม่ใช้ ปัญหานี้ถือว่าไม่น่าเป็นห่วงนัก เพราะเป็นเพียงความนิยมบางช่วงเวลาเท่านั้น ไม่นานก็ลดความนิยมลง
          "สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับสถานการณ์ภาษาไทยในบ้านเราคือการเขียนภาษาผิด เราต้องยอมรับกับกระแสของโลกสังคมออนไลน์ว่าเข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเรามากขึ้นกว่าเก่า รวมถึงอิทธิพลของการสื่อสารผ่านตัวอักษรการเขียนผิด อาทิ จัย เพิ่ล เปง จร้า คัฟ คร้า ล้วนแล้วแต่ถูกตอกย้ำไปๆ มาๆ หลายครั้ง จนในที่สุดเด็กก็แยกไม่ออกระหว่างคำผิดกับคำที่ถูกต้อง ในฐานะที่เป็นครูเคยเจอเด็กเขียนคำผิดจึงถามว่าทำไมเขียนผิด เด็กตอบกลับมาว่าเพราะเขียนผิดแบบนี้มันเท่ดี นี่เป็นการสะท้อนว่าเด็กเริ่มสับสนกับการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องแล้ว"
          อ.บุญเสริมแนะว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้ภาษาไทยผิดนั้น เราทุกคนต้องร่วมมือกัน ใครตื่นก่อนก็ปลุกคนที่หลับให้ตื่น ความหมายคือใครที่ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องแล้ว ต้องพยายามช่วยคนรอบข้างให้ใช้ภาษาถูกต้องด้วย และพยายามอนุรักษ์คำไทยไว้ คำไหนที่ไม่จำเป็นต้องทับศัพท์ภาษาต่างประเทศก็หันมาใช้ภาษาไทย
          ภาษาไทยเป็นอัตลักษณ์ของชาติอีกอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเจริญร่ำรวยทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ
 
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ครูภาษาไทยห่วงเด็กเขียนผิดบอก...เท่ดี!!

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^