LASTEST NEWS

18 ม.ค. 2560(ร่าง) ปฏิทินสอบครูผู้ช่วย สพฐ. กรณีทั่วไป ปีพ.ศ.2560 รับสมัคร24-30มี.ค.60 18 ม.ค. 2560แชร์แปะไว้เลย! (ร่าง)กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 สมัคร14-20กุมภาพันธ์2560 18 ม.ค. 2560ว่าด้วยเรื่อง ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่กำลังเปิดรับสมัครตอนนี้ 18 ม.ค. 2560สพฐ.รอศาลก่อนคืนสิทธิ์"ครูจอมทรัพย์" 18 ม.ค. 2560"ประยุทธ์" เร่งสอบคดีครูจอมทรัพย์ "เเพะหรือเเกะ" วอนอย่าใช้กระเเสโทษตำรวจ ให้รอการตัดสิน 18 ม.ค. 2560"กรมบัญชีกลาง" จ่ายเงินเดือนตรงสพฐ. ม.ค.นี้ 18 ม.ค. 2560ปฏิรูปล่าช้า "ปนัดดา"เร่งตั้งอกศจ. 18 ม.ค. 2560รับแค่สาขาละ30รับรองครูมีคุณภาพ 18 ม.ค. 2560สำรวจความต้องการบุคลากรสายสนับสนุน และแจ้งอัตราว่างพนักงานราชการ ตามกรอบรอบ 4 18 ม.ค. 2560เปิดรายชื่อสาขาวิชาเอกตัวเต็ง สอบเข้ารับราชการครูผู้ช่วย ท้องถิ่น ปี2560

กยศ.งัดไม้แข็งเบี้ยวหนี้"กู้เงินเรียน" ส่งข้อมูลแบล็กลิสต์เข้าเครดิตบูโร

  • 24 ก.ค. 2556 เวลา 13:39 น.
  • 5,134 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
กยศ.งัดไม้แข็งเบี้ยวหนี้"กู้เงินเรียน" ส่งข้อมูลแบล็กลิสต์เข้าเครดิตบูโร

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

กยศ.งัดไม้แข็งเบี้ยวหนี้"กู้เงินเรียน" ส่งข้อมูลแบล็กลิสต์เข้าเครดิตบูโร
 
กยศ.แก้ เกมลูกหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเบี้ยวหนี้ เล็งส่งเข้า "เครดิตบูโร" หวังสร้างวินัยการชำระเงิน ให้เวลาปรับตัว 5 ปี ประเดิมปรับสัญญาเงินกู้ใหม่ตั้งแต่ปี 2557 พร้อมนำเข้าที่ประชุมบอร์ด กยศ. 25 ก.ค.นี้ เผยปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 4 แสนล้าน ผู้กู้ราว 4 ล้านราย ชี้ 20-30% ไม่ยอมชำระเลย
 
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากปัญหาของ กยศ.ที่มีเด็กจำนวนมากที่กู้เงินเรียนแล้วไม่มาชำระหนี้ ทาง กยศ.จึงมีแนวคิดที่จะให้ลูกหนี้ กยศ.ที่ค้างชำระหนี้ถูกบันทึกในบัญชีเครดิตบูโรด้วย เพื่อสร้างวินัยในการชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกจะเป็นการสร้างความรับรู้ เพื่อให้ผู้กู้เกิดจิตสำนึกให้มีวินัยการชำระหนี้มากกว่าที่จะไปบังคับอย่างเข้มข้นเหมือนลูกหนี้สถาบันการเงิน 
 
โดยคาดว่าจะเริ่มในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2561 เพื่อรอให้นักศึกษาที่เพิ่งเข้าเรียนในปีการศึกษา 2556 จบการศึกษาก่อน แต่สำหรับลูกหนี้ใหม่ในปีการศึกษา 2557 ทาง กยศ.จะมีการปรับสัญญาเงินกู้ เพื่อให้ทราบว่า หากครบกำหนดชำระแล้วไม่ชำระ จะต้องถูกส่งข้อมูลให้เครดิตบูโร
 
"เราจะมีเวลาให้ปรับตัว ไม่ได้ใช้ทันที โดยเริ่มแรกต้องสร้างการรับรู้ก่อนว่ามีเด็กไม่ชำระหนี้เป็นจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดที่ว่ารัฐจะให้เงินเรียนฟรี ขณะเดียวกัน กระบวนการติดตามหนี้ของ กยศ.เอง ก็อาจจะไม่ค่อยชัดเจน บวกกับเด็กบางคนฐานะไม่ดี เรียนจบแล้วหางานทำไม่ได้ ก็มีหลายเหตุผล ซึ่งคนที่ไม่เคยชำระเลย สัดส่วนประมาณ 20-30%" นายอารีพงศ์กล่าว
 
นายอารีพงศ์กล่าวอีกว่า แนวทางนี้จะรวมถึงลูกหนี้ กยศ.เก่าที่ครบกำหนดชำระ แล้วยังไม่ชำระหนี้ในช่วงที่ผ่านมาด้วย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ ยังรวมถึงลูกหนี้กองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ซึ่งต่อไปทั้ง 2 กองทุนนี้จะต้องยุบรวมกันเหลือเพียงกองทุนเดียว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างยกร่างกฎหมาย
 
ด้านนายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทางเครดิตบูโรได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมให้ประสานงานไปยัง กยศ.ให้แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมมายังเครดิตบูโร เพื่อให้บริษัทรับทราบในการดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัท โดยบริษัทอยู่ระหว่างการตีความทางกฎหมาย ว่า กยศ.จะสามารถเป็นสมาชิกของเครดิตบูโรได้หรือไม่ คำว่า "สถาบันการเงิน" ของเครดิตบูโร จะรวมไปถึง กยศ.ด้วยหรือไม่ 
 
"เราขอให้ กยศ.คิดให้รอบคอบอีกครั้งในเรื่องส่งข้อมูลคนค้างชำระ เพราะเครดิตบูโรไม่ต้องการเป็นผู้ร้าย หรือเป็นเครื่องมือในการลงโทษ แต่ต้องการส่งเสริมวินัย เรื่องนี้สำคัญมาก บอร์ดขอให้ระมัดระวัง การเอื้ออาทร สอนสั่งให้เห็นผิดเห็นชอบสำคัญกว่าการทำโทษ" นายสุรพลกล่าว
 
ทั้งนี้ หากฝ่ายกฎหมายตีความแล้วว่า กยศ.สามารถเข้าสู่ขบวนการเครดิตบูโรได้ สิ่งที่สำคัญต่อจากนี้ที่ กยศ.ต้องเตรียมพร้อมมี 3 ประการ คือต้องสื่อสารให้ลูกหนี้เกิดความรู้ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของเครดิตบูโร และที่สำคัญต้องทำให้เกิดการสร้างวินัยทางการเงิน 
 
ถัดมาคือข้อมูลที่จะนำส่งมายังเครดิตบูโรจำเป็นต้องครบถ้วน 100% เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะสามารถเป็นสมาชิกได้นั้น จำเป็นต้องมีการส่งข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน และสุดท้ายคือการพัฒนาด้านระบบไอทีให้มีความทันสมัย ถึงจะสามารถเดินหน้าตามแนวทางดังกล่าวได้ 
 
"ในต่างประเทศมีการนำระบบเครดิตบูโรมาใช้กับสถานศึกษากับผู้กู้ได้ เพราะเมืองนอกผู้กู้ต้องผ่านหลักสูตรบริหารเงินส่วนบุคคล มีการรับรองความประพฤติก่อน มีระบบคัดกรองก่อนที่จะให้กู้ยืมเรียน ให้รู้ผิดรู้ชอบ จึงจะอนุมัติให้กู้ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถยื่นกู้ได้ ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยขาดคือสิ่งเหล่านี้" นายสุรพลกล่าว
 
โดยในวันที่ 25 ก.ค.นี้ กยศ.จะนำแผนทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กรอ.และ กยศ.ที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในขั้นตอนสุดท้าย ถึงแนวทาง หรือเกณฑ์ต่าง ๆ ที่อาจต้องมีการบังคับใช้ 
 
ในเบื้องต้นจะยังไม่มีการนำส่งข้อมูลของลูกหนี้ กยศ.ทั้งรายใหม่และรายเก่าเข้าสู่ขบวนการของเครดิตบูโรจนกว่าจะครบเวลา 5 ปี นับจากที่เริ่มดำเนินการ 31 ส.ค.นี้ โดยวันที่จะครบกำหนดและเริ่มส่งข้อมูลบัญชีเข้าเครดิตบูโรคือ ก.ย. 2561 เป็นต้นไป 
 
ขณะที่นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่กำกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยถึงแนวคิดดังกล่าวว่า เพื่อแก้ไขภาระหนี้ของ กยศ.หลังลูกหนี้ไม่มาชำระหนี้ตามกำหนด ตามเกณฑ์ของกองทุน ทำให้กองทุนมีเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอในการรองรับนักเรียน นักศึกษาใหม่ในแต่ละปี 
 
โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันครบกำหนดชำระหนี้ กยศ.พบว่ามียอดที่ครบชำระในปีนี้ที่ 5 หมื่นล้านบาท แต่มีลูกหนี้เข้ามาชำระหนี้เพียง 25,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นอัตราเบี้ยวชำระหนี้ถึง 50% และจากการสำรวจเบื้องต้น พบว่านักศึกษาที่กู้ยืมเงินมีความสามารถในการผ่อนชำระ แต่ไม่ยอมมาใช้หนี้ถึง 70% อีก 30% ไม่มีงานทำ 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของ กยศ.พบว่านับตั้งแต่ปี 2539 ที่เริ่มโครงการจนถึงปีงบประมาณ 2556 กยศ.ได้จัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 3.78 แสนล้านบาท ขณะที่ กรอ.ได้รับจัดสรรกว่า 2.25 หมื่นล้านบาท รวม 2 กองทุนได้รับจัดสรรงบประมาณไปแล้วราว 4 แสนล้านบาท จำนวนผู้กู้รวมกว่า 4 ล้านราย
 
สำหรับในปีงบประมาณ 2557 ทั้ง 2 กองทุนของบประมาณไปกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท กยศ. 3.5 หมื่นล้านบาท และ กรอ.ประมาณ 8,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของ กยศ.ถูกตัดไป 5,752 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมทั้ง 2 กองทุนเหลือประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ กยศ.ปรับลดเป้าหมายการให้กู้ยืมลงจาก 865,200 ราย เหลือ 670,620 ราย
 
ขณะที่การชำระหนี้งวดปี 2556 ซึ่งมีผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ทั้งสิ้น 2.6 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ที่ครบกำหนดประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้ไม่มาชำระหนี้กว่า 5.24 แสนราย คิดเป็น 20% ชำระต่ำกว่าเกณฑ์สูงถึง 1.13 ล้านราย คิดเป็น 44% ขณะที่ชำระตามเกณฑ์มี 4.52 แสนราย คิดเป็น 17% ส่วนผู้ที่ชำระสูงกว่าเกณฑ์มีราว 4.7 แสนราย คิดเป็น 18% และลูกหนี้ที่เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 2.5 หมื่นราย คิดเป็น 1%
 
ในการติดตามหนี้ช่วงที่ผ่านมา กยศ.จะมีหนังสือแจ้งภาระหนี้เมื่อครบกำหนดชำระครั้งแรก จากนั้นหากมีการค้างชำระจะดำเนินการ ดังนี้ 1.กรณีค้างชำระไม่เกิน 1 ปี จะมีหนังสือแจ้งผู้ค้างชำระ 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 เดือน 2.ค้างชำระตั้งแต่ 2-4 ปี จะแจ้งผู้ค้างชำระปีละครั้ง พร้อมแจ้งผู้ค้ำประกัน 3.ค้างชำระ 4 ปี ขึ้นไป แจ้งให้ชำระหนี้ และเชิญเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ย 4.บอกเลิกสัญญา และ 5.ดำเนินคดี
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เคยวิเคราะห์ว่า กยศ.ถือเป็นกองทุนนอกงบประมาณกองทุนหนึ่งที่มีแนวโน้มก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการคลัง เป็นกองทุนที่การดำเนินการขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล หากการดำเนินงานกองทุนมีผลขาดทุน รัฐบาลก็ต้องชดเชยเงินอุดหนุนให้แก่กองทุน ดังนั้น ความเสี่ยงของกองทุนจึงขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลเป็นสำคัญ
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : กยศ.งัดไม้แข็งเบี้ยวหนี้"กู้เงินเรียน" ส่งข้อมูลแบล็กลิสต์เข้าเครดิตบูโร

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^