LASTEST NEWS

30 มี.ค. 2560สำนัก สพร.ชี้แจง กรณีมีการโพสต์กำหนดการสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปี2560 30 มี.ค. 2560สมัครครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก – สมัคร "ปฐมวัย" มากที่สุด 30 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! สรุปจำนวนผู้สมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 30 มี.ค. 2560คุรุสภาประกาศชื่อ25 มหา'ลัยได้ตั๋วครู 30 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ปลดล็อกเทียบวิชาสมัครสอบไม่ดูเกรด 30 มี.ค. 2560เปิด "25 สาขาวิชา" สอบครูไม่มีใบวิชาชีพได้ 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ไฟเขียวผู้สมัครครู ผช.ใช้เอกสารแสดงสถานะขึ้นทะเบียนสมัครแทน ‘ตั๋วครู’ ตัวจริง 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.เร่งประเมินวิทยฐานะผู้ค้างท่อกว่า 5 พันคน ก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 5 ก.ค.นี้ 29 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60 29 มี.ค. 2560นายกฯ วอนเข้าใจไทย ยังขาดครูสอนวิชาเฉพาะเก่งๆ

พงศ์เทพจับเข่าถก'ซีอีโอ'ผลิตกำลังคน

  • 25 มิ.ย. 2556 เวลา 05:52 น.
  • 708 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
พงศ์เทพจับเข่าถก'ซีอีโอ'ผลิตกำลังคน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

พงศ์เทพจับเข่าถก'ซีอีโอ'ผลิตกำลังคน
'Nation Exclusive Insights for CEOs' พงศ์เทพจับเข่าถก'ซีอีโอ'ผลิตกำลังคนตรงสายงาน : ธรรมรัช กิจฉลอง โต๊ะข่าวสังคม- การศึกษารายงาน
 
           ห้องดุสิตธานี โรงเรียนดุสิตธานี เมื่อเช้าวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่คลาคล่ำด้วยบรรดานักวิชาการ นักธุรกิจ ที่มาร่วมในงาน ”Nation Exclusive Insights for CEOs“ หากแต่ยังอบอวลไปด้วยบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนกันอย่างเปิดกว้าง เพื่อร่วมกันถางทางสู่การจัดการศึกษาที่สนองตอบต่อการปฏิรูป ตอบทุกโจทย์ในสังคม และก้าวเดินสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
 
           "พงศ์เทพ เทพกาญจนา" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับหน้าที่บรรยายพิเศษในหัวข้อ ”Education  Reform to Match Needs of Businesses” โดยมี "สิทธิชัย หยุ่น"  ประธานกรรมการบริหารบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) นำทีมผู้บริหารธุรกิจ นักวิชาการ และผู้บริหารเครือเนชั่นร่วมรับฟังแลกเปลี่ยน เริ่มต้นด้วยจุดประสงค์ของงานนี้ โดยสุทธิชัยบอกว่า เนชั่นฟอรั่มจัดขึ้นทุกๆ 2-3 เดือน เพื่อให้มีผู้มีบทบาททางสังคมได้มาพูดคุยกัน เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการพูดคุยเกี่ยวกับการศึกษา เพราะเล็งเห็นว่า ปัญหาของชาติในทุกเรื่องราวสามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษา
 
           จากนั้น พงศ์เทพเริ่มการบรรยายพิเศษว่า การพัฒนาการศึกษาจะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะทุกฝ่ายต่างใช้ประโยชน์จากการศึกษา ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่า จะต้องไม่มีมิติทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหากนำเอาการเมืองเข้ามายุ่งกับการศึกษา ไม่ว่าประเทศไหนๆ ก็ไปไม่รอด ดังนั้น การพัฒนาการศึกษาจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไม่ได้ จะต้องคิดทำเพื่อประเทศอย่างแท้จริง ขณะที่เห็นว่า การพัฒนาการศึกษาให้สำเร็จคงไม่สามารถทำได้ภายใน 2 ปี จะต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง
 
           “ผลการทดสอบและการประเมินคุณภาพการศึกษาต่างๆ ที่ผ่านมา สะท้อนว่าเราต้องพัฒนาการศึกษาอีกเยอะ แต่จะทำทั้งหมดคงไม่ไหว เท่าที่ดูการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาปรากฏว่า ทุกคนได้หมด ได้โครงสร้าง ได้ตำแหน่ง ยกเว้นเด็ก แค่คุณภาพการศึกษาที่ดีก็ยังไม่ได้รับเท่าที่ควร ผมจึงมุ่งปฏิรูปใน 2 เรื่องหลัก คือ การปฏิรูปหลักสูตรและปฏิรูปครู เนื่องจากปัจจุบันเด็กไทยเรียนเยอะแต่ความรู้น้อย ไม่มีประโยชน์ ทำให้เสียเวลาและทรัพยากร ผมจึงมุ่งปรับปรุงหลักสูตรโดยให้ความรู้อย่างกว้างๆ หากอยากรู้เรื่องใดในเชิงลึกก็ไปค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต และสอนเด็กให้คิดวิเคราะห์เป็น และมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งครูก็ต้องปรับวิธีการสอนกระตุ้นให้เด็กคิดวิเคราะห์ กล้าแสดงออกและเป็นตัวอย่างที่ดีด้านคุณธรรม จริยธรรม เพราะการปลูกฝังคุณธรรมต้องปลูกฝังอย่างเป็นระบบโดยให้เด็กปฏิบัติจริงและเห็นแบบอย่างที่ดี หากทำ 2 เรื่องหลักนี้ได้สำเร็จในขณะที่ผมยังเป็นเป็นรัฐมนตรีศึกษา ผมก็พอใจมากแล้ว”
 
           ส่วนการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งคำร้องขอความร่วมมือถึงภาคธุรกิจต่างๆ ว่า ควรจะต้องมีประมาณการล่วงหน้าว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าภาคธุรกิจต้องการกำลังคนในอาชีพใดบ้าง  จำนวนเท่าใด และมีคุณสมบัติอย่างไร
 
           ซึ่งในส่วนของอาชีวศึกษา พงศ์เทพนำเสนอความเห็นของเขาว่า จะต้องใช้ระบบทวิภาคี ให้เด็กเรียนในสถาบันควบคู่กับการไปฝึกงานในสถานประกอบการ เพราะผลิตกำลังคนออกไปแล้วใช้งานได้ทันที เนื่องจากเด็กใช้เทคโนโลยีในสถานประกอบการ
 
           “ผมเห็นตัวอย่างเยอรมนี ซึ่งมีการกำหนดอาชีพที่ต้องผลิตกำลังคนไว้รองรับประมาณ 30 อาชีพ มีการประมาณการว่าต้องใช้กำลังคนที่ต้องใช้ไว้ล่วงหน้าหลายปี และภาคธุรกิจ เช่น รถบีเอ็มดับเบิลยู เด็กจบ ม.3 มาเรียนช่างยนต์ โดยเขายอมทุ่มงบให้ทุนเรียนคนละ 2 ล้าน 5 แสนบาท บางบริษัทตั้งโรงเรียนเองหรือร่วมมือกับโรงเรียนรัฐจัดการศึกษา ผมมีแนวคิดจะนำรูปแบบของประเทศเยอรมนีมาใช้ โดยขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจเปิดโอกาสให้เด็กอาชีวศึกษาหรือพนักงานในสถานประกอบการมาเรียนระบบทวิภาคี โดยเรียนในห้องเรียน 50% และฝึกงานในสถานประกอบการ 50% เรียนจบแล้วประกันการมีงานทำ เด็กจะทำงานได้ 100% ภาคธุรกิจก็ไม่ต้องลงทุนมากเหมือนภาคธุรกิจในเยอรมัน อาจจะต้องจ่ายค่าจ้างให้เด็กระหว่างฝึกงาน แต่ก็ได้พนักงานที่พร้อมทำงานอย่างเต็มที่ อีกทั้งให้ครูอาชีวศึกษาที่สอนมาได้ 5 ปีออกไปทำงานกับภาคธุรกิจชั่วคราว 6 เดือนเพื่อหาประสบการณ์และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆนำมาสอนเด็ก”
 
           "ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์" ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า  ปัจจุบันการศึกษามีปัญหามากมาย เพราะไปยึดโยงกับการเมือง จนทำให้ต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีและนโยบายบ่อยครั้ง ผลที่ตามมาคือ การพัฒนาทางการศึกษาไม่ต่อเนื่อง ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งปรับปรุงหลักสูตรชั้น ป.1-ม.6 เพื่อให้เด็กไม่ต้องเรียนเยอะเกินไป จากสถิติทุกวันนี้เด็กประถมใช้เวลาเรียนถึงปีละ 1,000 ชั่วโมง และมัธยมเรียนปีละ 1,200 ชั่วโมง นอกจากนี้กระทรวงศึกษาฯ ก็จะปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับการปฏิรูปครู เพราะเท่าที่ประเมินเห็นว่ายัง "เละ" เพราะขณะนี้มีการผลิตเกินความต้องการประมาณ 5 แสนคน แต่มีตำแหน่งบรรจุแค่ปีละ 1,500 อัตรา และเวลานี้กระทรวงศึกษาธิการมีครูอยู่ 6 แสนคน โดยเฉลี่ยอยู่ในสัดส่วนครู 1 คนต่อนักเรียน 19 คน ซึ่งก็เหมาะสม แต่ก็มีปัญหาอยู่ว่า ครูในโรงเรียนต่างจังหวัด 1 คน สอนนักเรียนมากถึง 2-3 ห้อง ขณะที่ครูโรงเรียนในเมือง 3 คน สอนนักเรียนเพียงห้องเดียว
 
           “ผมยังมีแนวคิดที่จะเสนอรัฐมนตรีศึกษาธิการให้ปรับโครงสร้างของกระทรวงศึกษาฯ เพื่อกระจายอำนาจไปสู่โรงเรียนให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นอนาคตของกระทรวงศึกษาฯ น่าห่วง"
 
           ศ.ดร.ภาวิช ยังแนะนำว่า ต่อไปไม่ควรมีใครมีอำนาจเซ็นย้ายครูได้อีกแล้ว เพราะการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาแยกเป็น 5 หน่วยหลัก โดยที่เด็กไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพราะโครงสร้างไปกระจุกอยู่ที่อำนาจใหม่ ซ้ำยังมาแบ่งเป็นเขตพื้นที่ประถม มัธยมกันอีก  
 
           "เวลานี้งบกระทรวงศึกษาฯ มี 4 แสนล้านบาท ลงไปถึงตัวเด็กจริงๆ คนละ 1,000 บาทต่อปี เพราะเส้นทางจากโรงเรียนมาสู่กระทรวงศึกษาฯ นั้นยาว และยังมีปัญหาบัญชีรายชื่อนักเรียนผีเพื่อสถานศึกษาจะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น ขณะที่ครูเอง เมื่อได้บรรจุและไปที่ประจำในถิ่นกันดาร ก็วิ่งเต้นและจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ย้ายมาสอนโรงเรียนในตัวเมือง ผมเห็นว่า จะต้องกระจายอำนาจไปสู่โรงเรียนมากขึ้นโดยไม่ให้ใครมีอำนาจเซ็นย้ายครูได้อีกต่อไป”
 
           "อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล" ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  กล่าวว่า จากการหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีทำให้ได้ทราบข้อมูลว่า โครงการลงทุนด้านการคมนาคมขนส่งงบ 2 ล้านล้าน และโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ต้องใช้กำลังคนทั้งหมดประมาณ 5 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่าเป็นกำลังคนที่มีวุฒิอาชีวศึกษาประมาณ 3 แสนคน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแต่ละปีมีเด็กเรียนจบ ม.ต้น ประมาณ 8 แสนคน ในจำนวนนี้เรียนอาชีวศึกษา 2.7 แสนคน อีก 1 แสนคนออกไปจากระบบการศึกษา ส่วนที่เหลือเรียนต่อ ม.ปลาย เนื่องจากพ่อแม่มีค่านิยมให้ลูกได้รับใบปริญญาและไม่สนับสนุนเรียนอาชีวศึกษาเพราะกลัวลูกถูกลูกหลงจากเหตุทะเลาะวิวาท
 
           อนุสรณ์ บอกว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะต้องมียุทธศาสตร์สร้างภาพลักษณ์ให้อาชีวศึกษา เมื่อเด็กเรียนจบมีงานทำและรายได้มั่นคง จบระดับ ปวส.ได้เงินเดือน  20,000 บาท และเด็กสามารถเรียนต่อระดับปริญญาตรี สอศ.ได้จัดตั้งสถาบันที่เปิดสอนปริญญาตรีสาขาช่าง พาณิชย์และเกษตรกรรมรวม 23 แห่ง ตอนนี้เปิดแล้ว 6 แห่ง รับนักศึกษาแล้ว 620 คน และจะต้องปรับการเรียนการสอนโดยเรียนวิชาการ 1 ปีและปฏิบัติในสถานประกอบการ 1 ปี พร้อมกันนี้ก็จะปลูกฝังให้มีคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ และจิตอาสา
 
           “เมื่อรัฐและภาคธุรกิจมีการลงทุนขนาดใหญ่ จะไม่ลงทุนด้านกำลังคนได้ยังไง โดยเฉพาะภาคธุรกิจน่าจะรวมตัวกันให้ทุนปีละ 1 หมื่นทุน คิดเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 1 พันล้านบาท เพื่อให้ทุนเด็กจบ ม.ต้น ได้เกรดเฉลี่ย 2.7 ขึ้นไปมาเรียนอาชีวศึกษาและรับเด็กกลุ่มนี้เข้าทำงาน จะทำให้บริษัทมีความมั่นคงด้านกำลังคนและมีผลดีในระยะยาว ทำให้เด็กหันมาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น”
 
วิเชียร พงศธร   
กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
 
           "สถานประกอบการส่วนใหญ่ต่างต้องการกำลังคนที่เป็นคนดีและมีทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการสร้างเด็กให้เป็นคนดีและมีคุณธรรมนั้น ครูและครอบครัวต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและรัฐบาลควรประกาศเป็นวาระแห่งชาติด้วย"
 
 
มีชัย วีระไวทยะ     
นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน
 
           "ขอเสนอให้บริษัทเอกชนเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนงบประมาณและช่วยพัฒนาโรงเรียนในด้านต่างๆ โดยให้พนักงานหรือจ้างครูมาช่วยสอน โดยให้รับครูเป็นพนักงานบริษัท ขณะที่รัฐบาลควรมีนโยบายสนับสนุนในเรื่องนี้ด้วยการลดหย่อนภาษี 2 เท่า ให้แก่บริษัทที่เป็นพี่เลี้ยงกับโรงเรียน"
นายทะนง โชติสรยุทธ์    
กรรมการผู้จัดการบริษัทซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด 
 
           "กระทรวงศึกษาธิการควรตั้งทีมกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาด้านการศึกษาโดยรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายและผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและแก้ปัญหาให้สำเร็จภายในเวลาสั้นๆ ซึ่งทีมนี้ต้องประกอบด้วยฝ่ายการเมือง ภาคธุรกิจ และข้าราชการที่มีความมุ่งมั่นต้องการให้การศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงในเวลาอันรวดเร็ว และควรแก้ปัญหาในภาพรวมของประเทศไปในคราวเดียว โดยนำปัญหาต่างๆ ของประเทศมาหลอมรวมกับการศึกษาและแก้ปัญหา จะช่วยประหยัดงบประมาณได้อย่างมาก"
................................
(หมายเหตุ : 'Nation Exclusive Insights for CEOs' พงศ์เทพจับเข่าถก'ซีอีโอ'ผลิตกำลังคนตรงสายงาน : ธรรมรัช กิจฉลอง โต๊ะข่าวสังคม- การศึกษารายงาน)
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : พงศ์เทพจับเข่าถก'ซีอีโอ'ผลิตกำลังคน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^