LASTEST NEWS

28 มี.ค. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. เปิดสอบบครูผู้ช่วย 6,437 อัตรา ไม่มีใบประกอบวิชาชีพฯ สมัครสอบได้ 25 สาขา 28 มี.ค. 2560ทบทวนเกณฑ์สอบครูใหม่ 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด...ก.ค.ศ.กำหนดเฉพาะ 25 สาขา ไม่ต้องใช้ตั๋วครู 36 สาขา ต้องใช้ตั๋วครู 28 มี.ค. 2560เช็ครายชื่อ 61 กลุ่มวิชาเอก ที่ใช้เปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560เปิด 10จังหวัด ที่มีอัตราว่างมากที่สุด ใช้สำหรับเปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560ไทยแลนด์4.0เปิดทางคนไม่จบครู-สอบครูได้ 28 มี.ค. 2560โรงเรียนเอกชนร้องสมองไหล"ไม่มีตั๋วสอบครูได้" 27 มี.ค. 2560( ด่วน! เปิดรับ 98 อัตรา ) กรมพลาธิการทหารบก รับสมัครพนักงานราชการ (ชาย-หญิง) ปี 2560 27 มี.ค. 2560ถกด่วน!!แก้ปมให้คนไร้ตั๋วสอบบรรจุครูพรุ่งนี้ 27 มี.ค. 2560สพฐ.เผย4ปี11วิชาเอกไม่มีผู้สอบขึ้นบัญชีได้

ยูเนสโก เดินหน้าทบทวนการศึกษาไทย เน้นคุณภาพ-เสมอภาค

  • 24 มิ.ย. 2556 เวลา 07:26 น.
  • 729 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ยูเนสโก เดินหน้าทบทวนการศึกษาไทย เน้นคุณภาพ-เสมอภาค

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

โรงแรมเซ็นทราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ วันที่ 23 มิ.ย.56 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)จัดประชุมสัมมนาวิชาการระหว่างประเทศ ประจำปี 2556 เรื่อง "การศึกษาเพื่ออนาคตประเทศไทย" ระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย.56 โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน มีคณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน
 
     นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การศึกษาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของอนาคตประเทศ โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่เป็นโลกยุคของความรู้ ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ลงทุนเรื่องการศึกษาเยอะมาก แต่ผลตอบรับที่ได้กลับมา ก็ยังไม่น่าพอใจ ดังนั้นจึงต้องเร่งพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ
 
     "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและใส่ใจเรื่องการศึกษามาโดยตลอด และสิ่งที่เราควรจะทำขณะนี้คือเรื่องคุณภาพการศึกษา ไม่ใช่แค่เรื่องการให้การศึกษา และที่ศธ.กำลังทำอยู่ขณะนี้คือเรื่องการปฏิรูปหลักสูตร ในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา อย่างไรก็ตามการพัฒนาคุณภาพศึกษาต้องการการยอมรับ ความเข้าใจ การมีส่วนร่วม จึงจะสามารถจะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้เกิดการพัฒนาได้"นายพงศ์เทพ กล่าว 
 
     Dr.Gwang-Jo Kim ผู้อำนวยการยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยกว่า 4 ปี และเรียนรู้ระบบการศึกษาของไทย ซึ่งมีความก้าวหน้าจากตัวเลขล่าสุดปี 2012 ของสถาบันสถิติของยูเนสโก หรือ UIS อัตราการเข้าเรียนอย่างหยาบทั้งระดับประถมและมัธยมต้นของประเทศไทยมีมากกว่า 90% ดัชนีความเสมอภาคหญิงชายของประเทศ อยู่ที่ 1:00 ทุกระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่าเด็กหญิง-ชายเข้าเรียนเสมอภาคกันในการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
 
     นอกจากนี้ในปี 2010 ประเทศไทยใช้จ่ายงบประมาณ 3.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับประเทศหรือ GDP สำหรับด้านการศึกษาจากสถาบันสถิติของยูเนสโก พบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่ใช้งบประมาณด้านการศึกษามากที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้การศึกมาพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยได้แสดงภาวะผู้นำในเรื่องที่เป็นวาระด้านการศึกษาระดับโลก ความเคลื่อนไหวเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชนทั่วโลกในปี 1990 ตั้งแต่นั้นมา ประเทศไทยได้ดำเนินการทำให้การศึกษาเป็นประชาธิปไตยและแบ่งปันประสบการณ์นวัตกรรมใหม่ๆ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา อาทิ เด็กในเมืองหรือพื้นที่เศรษฐกิจเติบโตเข้าถึงจะสามารถเข้าถึงการศึกษาในอัตราที่สูง ส่วนพื้นที่ห่างไกลในชนบทหรือผู้อพยพในสลัม หรือจากชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ฐานะทางเศรษฐกิจสังคมต่ำ จะเข้าถึงการศึกษาได้น้อย 
 
     ผู้อำนวยการยูเนสโก กล่าวต่อว่า ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือเรื่องคุณภาพของการศึกษาในประเทศไทย เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทย ผล PISA ซึ่งประเมินการเรียนรู้เปรียบเทียบนานาชาติของเด็กอายุ 15 ดำเนินการ โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD แสดงว่า เด็กไทยทิ้งห่างในการเรียนรู้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น สาเหตุใหญ่อาจเป็นเพราะขาดครูที่มีคุณภาพ ขาดครูที่ได้รับการฝึกอบรม ขาดครูที่มีแรงจูงใจในการสอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งส่งเสริมทักษะ เช่น การแก้ปัญหา การร่วมมือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะที่จำเป็นสำหรับคนในศตวรรษที่ 21 ทักษะที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจและโลกส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ เนื่องจากความท้าทายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับนโยบาย
 
     ยูเนสโกจึงได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับ OECD ทำการวิจัยเพื่อศึกษาทบทวนนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสรมสร้างความเข้มแข็งของระบบการศึกษาไทย
 
     Mr.David Atchoarena, ผู้อำนวยการ of Division for Planning and Development of Education Systems ของยูเนสโก กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ยูเนสโกร่วมมือกับ OECD ที่จะทบทวนนโยบายด้านการศึกษาของไทย โดยจะทบทวนนโยบายด้านการศึกษาของไทยใน 4 ด้าน ได้แก่
 
     1.คุณภาพครู ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหลักสู่การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยจะทบทวนตั้งแต่การคัดสรรครู กระบวนการสอนและการพัฒนาทางวิชาชีพ (professional development)
     2.การปฏิรูปหลักสูตร ที่ ศธ.กำลังดำเนินการอยู่ว่าครอบคลุมทุกมิติหรือไม่
     3.การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน
     และ 4.การเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่หรือ Mobile learning อาทิ นโยบายแท็บเล็ตสำหรับนักเรียนชั้น ป.1 ซึ่งเห็นว่าเป็นนโยบายที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในการเรียนการสอน เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าภายในห้องเรียน อย่างไรก็ตาม การทบทวนนโยบายดังกล่าวอาจจะยังไม่เห็นผลเต็มที่ เนื่องจากเป็นนโยบายที่ถือว่ายังดำเนินการมาได้ไม่นานพอ
 
     Mr.David กล่าวต่อว่า การทบทวนนโยบายด้านการศึกษาของไทย จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือนก.ย. หรือ ต.ค.นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. หรือภายในต้นปีหน้า ระหว่างนี้จะมีการตั้งทีมงานทบทวน (review team) โดยจะมีตัวแทนฝ่ายไทยเข้าร่วมด้วย เพื่อลงไปเก็บข้อมูลและหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของไทย เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ครูอาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง ภาคธุรกิจ ฯลฯ ทั้งนี้ ผลของการทบทวนจะนำเสนอให้กับ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดและพัฒนานโยบายด้านการศึกษาในอนาคตเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการศึกษาของประเทศ
 
     "ผมเห็นว่าประเทศไทยกำลังประสบความท้าทายด้านการศึกษา ที่สำคัญ 2 ประการ คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งถือว่ายังไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น และความเท่าเทียมด้านการศึกษา เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่หลากหลายทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ ฉะนั้น เด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือชายแดนยังคงไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกับเด็กในเมือง"Mr.David กล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ยูเนสโก เดินหน้าทบทวนการศึกษาไทย เน้นคุณภาพ-เสมอภาค

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^