LASTEST NEWS

18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง 17 ส.ค. 2560มอบ ผอ.เขตเป็น CEO จัดระเบียบอบรมครู 17 ส.ค. 2560การตัดโอนตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและเงินอื่นที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ (ครั้งที่ 1) 17 ส.ค. 2560เด็กไทยคว้าแชมป์ 7 ประเภท แข่งหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน 17 ส.ค. 2560ฝาแฝด 13 คู่เข้า โรงเรียนเดียวกัน 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านแช่ช้าง(เทพนานุกูล) รับสมัคร ครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ (มีบ้านพักครู)

แนะรัฐแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบ

  • 17 มิ.ย. 2556 เวลา 23:07 น.
  • 990 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แนะรัฐแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"สมพงษ์ จิตระดับ"แนะรัฐบาลใช้เวลา2ปีที่เหลือแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบ ชี้แค่ปฏิรูปหลักสูตรกับแจกแท็บเล็ต แม้มีประโยชน์แต่ก็ยังไม่ทันต่อการแก้ปัญหาการศึกษาในองค์รวม
ตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีเด็กนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหายจากระบบการศึกษานับล้านคน ซึ่งจะสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นปัญหาสังคมได้นั้น รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเด็กหายจากระบบอย่างจริงจัง เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาการศึกษาไทยไม่กระเตื้องขึ้นเลย เพราะเน้นอยู่ 2 เรื่อง คือ การปฏิรูปหลักสูตรกับการแจกแท็บเล็ต ซึ่งทั้ง 2 เรื่องก็มีส่วนสำคัญต่อการปรับโฉมการศึกษา แต่ไม่ทันต่อการแก้ปัญหาการศึกษาในองค์รวม ดังนั้นคิดว่าเวลาที่เหลืออีก 2 ปีของรัฐบาล ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการศึกษาเป็นภารกิจระดับสูงสุด ซึ่งสิ่งที่น่าจะดำเนินการ คือ 1.ต้องเร่งค้นหาเด็กที่หายจากระบบ และดึงกลับเข้าสู่การศึกษา โดย กศน.ต้องทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น เพราะหากให้การศึกษากับเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้จะกลายเป็นปัญหาสังคมในอนาคต 2.การเชื่อมระบบจัดการศึกษาระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้สายอาชีพกับสายสามัญเชื่อมโยงกันในการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน 3.การทบทวนโครงสร้างระบบบริหารของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากการปฏิรูปการศึกษารอบแรกเราติดอยู่กับเครื่องพันธนาการทางการศึกษาที่รุงรัง เกิดสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่ลงไปสู่ตัวเด็ก มีการใช้เงิน และบุคลากรมหาศาล จึงควรทบทวนยุบเลิกหรือเปลี่ยนบทบาทส่งเสริมให้เด็กมีคุณภาพมากขึ้น
 
รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา เพราะความคิดการศึกษาตลอดชีวิตจะมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่การศึกษาในระบบและนอกระบบโรงเรียนเท่านั้น และที่สำคัญต้องมีการสังคายนาระบบการฝึกหัดครูอย่างจริงจังครั้งใหญ่ โดยรัฐต้องประกาศนโยบายที่ชัดเจน ตั้งแต่การคุมจำนวนการผลิตครูให้สอดคล้องกับจำนวนครูเกษียณ ให้งบฯในการจัดสรรทุนการศึกษาและอัตราบรรจุ และแบ่งจำนวนการผลิตบัณฑิตครูให้แต่ละสถาบัน โดยคุมเข้มการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด หากสถาบันใดผลิตมากเกินที่กำหนด รัฐต้องตัดงบฯไม่ให้ทุน ไม่ให้อัตราบรรจุ
 
" นอกจากนี้องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คุรุสภา , ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) ก็ต้องทบทวนบทบาทตนเองด้วย เพราะที่ผ่านมาทำงานกันแบบเบี้ยหัวแตก ทั้งที่องค์กรครูเป็นองค์กรที่มีพลัง แต่กลับเป็นพลังที่ไร้อำนาจ ไม่สามารถช่วยเหลือหรือผลักดันการแก้ไขปัญหาครูได้อย่างแท้จริง เพราะทำงานกันคนละทิศคนละทาง จึงควรลดการประชุม หรือ มุ่งแต่เรื่องแก้หนี้สินครูเพียงอย่างเดียว”รศ.ดร.สมพงษ์กล่าว
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แนะรัฐแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^