LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กศน.อุตรดิตถ์ เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป สมัครตั้งแต่บัดนี้-9ธ.ค.2559 05 ธ.ค. 2559ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60 05 ธ.ค. 2559สทศ.รับสมัครสอบแกต-แพตครั้งที่2 05 ธ.ค. 2559ศธ. ชงเกรด1.00 มีสิทธิกู้ กยศ. 05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต

ร่อนหนังสือถึงวิทยาลัยอาชีวะ กำชับ 9 มาตรการกันเหตุวิวาท

  • 13 มิ.ย. 2556 เวลา 18:08 น.
  • 1,016 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ร่อนหนังสือถึงวิทยาลัยอาชีวะ กำชับ 9 มาตรการกันเหตุวิวาท

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"เสริมศักดิ์" เป็นห่วงมาก จี้ทุกฝ่ายหาข่าวเข้าระงับก่อนเกิดเหตุ ลั่นอาชีวะตีกัน(ตาย)ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง  
 
     วันที่ 13 มิ.ย.56 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ช่วงเปิดภาคปีการศึกษาใหม่ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุนักเรียนอาชีวศึกษา ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายนักเรียนต่างสถาบันจนเสียชีวิต ซึ่งตนรู้สึกเป็นห่วงมาก โดยได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตั้งศูนย์ระงับเหตุ โดยร่วมกับเครือข่ายในการหาข่าว ซึ่งถ้ารู้ข่าวเร็ว ว่าเด็กจะไปก่อเหตุที่ไหน ก็จะสามารถเข้าระงับหรือหยุดเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ และเมื่อเกิดเหตุเป็นคดีขึ้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็นกลาง และใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ก่อเหตุอย่างจริงจัง
 
     ทั้งนี้ ขณะนี้ประเทศต้องการกำลังคนด้านอาชีวศึกษามาก และรัฐบาลก็ต้องการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะ ต่อสายสามัญ เป็น 50 ต่อ 50 ซึ่งตนเป็นห่วงว่าเหตุการณ์นักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทกัน จะกระทบต่อภาพลักษณ์อาชีวะ ทำให้ผู้ปกครองไม่ส่งบุตรหลานเข้าเรียน จึงขอให้นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์อาชีวศึกษาไว้ด้วย
 
     นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สอศ.ได้มีหนังสือกำชับแนวปฏิบัติให้สถานศึกษาได้ร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ ในการจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมทั้งสั่งการให้สถานศึกษาดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาท โดยมีผู้แทนผู้ปกครอง ตำรวจ ผู้นำชุมชนร่วมเป็นคณะกรรมการ และแต่งตั้งคณะทำงานดูแลป้องกันนักเรียนอาชีวศึกษา ประกอบด้วยครูปกครองและครูทุกแผนกวิชาเป็นคณะทำงาน 
 
     สำหรับแนวปฏิบัตินั้นให้สถานศึกษาดำเนินการ  ดังนี้
     1.ให้ความร่วมมือและข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินการสืบสวนจับกุมและลงโทษทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ไม่ให้ปกปิดข้อมูลหรือให้การช่วยเหลือนักเรียนที่กระทำผิด
     2.นักเรียนที่มีส่วนร่วมให้ลงโทษให้พักการเรียนเพื่อต่อสู้คดีทันที และหากสอบสวนพบว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไปด้วยกันแล้วไม่ห้ามปราม ให้ออกจากสถานศึกษาเดิม เป็นการปรับพฤติกรรมนักเรียนให้ผู้ปกครองนำไปควบคุมดูแลมิให้พบกับเพื่อนซึ่งอาจนำไปก่อเหตุอีก หากมีพฤติกรรมดีขึ้นก็สามารถเรียนต่อในสถานศึกษาอื่นโดยนำผลการเรียนเดิมไปเทียบโอนและเรียนรายวิชาเพิ่มเติมจนจบหลักสูตร
     3.ตรวจจุดเสี่ยงโดยร่วมกับตำรวจท้องที่ และโรงเรียนเอกชน
     4.จัดทำข้อมูลทะเบียนรถจักรยานยนต์ ภาพถ่ายรถจักยานยนต์พร้อมรูปนักเรียน
     5.จัดทำข้อมูลสายรถโดยสารประจำทางพร้อมรายชื่อนักเรียนที่เดินทางประจำ
     6.จัดทำข้อมูลแผนผังจุดอันตราย จุดมั่วสุม จุดก่อเหตุ
     7.เอกซเรย์กลุ่มนักเรียนนักเลง กลุ่มหัวโจก พร้อมทั้งจัดทำแฟ้มประวัตินักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่มีข้อมูลคู่กรณี
     8.ตรวจยึดอาวุธและวัตถุอันตรายมิให้มีแหล่งซุกซ่อนในสถานศึกษาในร้านค้าใกล้สถานศึกษาและบนรถประจำทาง
     และ 9.นำนักเรียนกลุ่มนักเรียนนักเลง กลุ่มหัวโจก ไปปรับพฤติกรรม โดยมีกระบวนการร่วมกับผู้ปกครอง
 
     "จากการติดตามผลการดำเนินงานในวิทยาลัย พบว่า บางแห่งได้ร่วมกับทางตำรวจใช้พื้นที่วิทยาลัย เป็นศูนย์ป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาท นอกจากนี้ ยังพบว่าวิทยาลัยส่วนใหญ่นำเด็กไปทำกิจกรรมพัฒนาด้านจิตใจ รวมถึงนำเด็กต่างวิทยาลัยมาไหว้ครูร่วมกัน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาแล้ว" นายชัยพฤกษ์ กล่าว
 
ขอบคุณข้อมูลจาก --> เว็บไซต์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 13 มิถุนายน 2556
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ร่อนหนังสือถึงวิทยาลัยอาชีวะ กำชับ 9 มาตรการกันเหตุวิวาท

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^