LASTEST NEWS

05 ก.ย. 2558สปช.คุย "ดาว์พงษ์"ปฏิรูปการศึกษา 05 ก.ย. 2558โรงเรียนไทยรัฐวิทยา87 (นิคมสร้างตนเอง1) เปิดสอบพนักงานราชการครู เอกทั่วไป 05 ก.ย. 2558จบเลยในลิงค์เดียว! รวมไว้ให้แล้ว เว็บประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 2 ปีพ.ศ.2558 ทุกเขตพื้นที่ฯ 04 ก.ย. 2558เลิกเรียนเร็วแล้วไง? 04 ก.ย. 2558การรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรทางการศึกษา ประจำปี 2558 (เพิ่มเติม 28ก.ค.2558) 04 ก.ย. 2558ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 291/2558 ผลการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2558 04 ก.ย. 2558โรงเรียนชุมชนบ้านากัน เปิดสอบพนักงานราชการครู สมัครตั้งแต่บัดนี้-8กันยายน2558 04 ก.ย. 2558"นพ.เกษม วัฒนชัย" องคมนตรี แนะศธ.ทำวิจัย ก่อนสั่งลดการบ้าน ชี้เด็ก-ครูไทย สบายสุดเมื่อเทียบปท.อื่น 04 ก.ย. 2558สพม.34 เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รายงานตัว 17 ก.ย.2558 04 ก.ย. 2558นักเรียนบุกศธ.ยื่นข้อเสนอลดเวลาเรียน

หลักสูตรใหม่คืบหน้า80%ทดลองใช้ปี57

  • 10 มิ.ย. 2556 เวลา 19:41 น.
  • 1,746 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
หลักสูตรใหม่คืบหน้า80%ทดลองใช้ปี57

Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

“ภาวิช”ย้ำหลักสูตรใหม่ไม่ได้เน้นสอน แต่เอื้อให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น เผยหลักสูตรใหม่ 6 กลุ่มการเรียนรู้ทำเสร็จแล้วกว่า80% คาดเริ่มต้นนำร่องใช้ปีการศึกษาหน้า ใน 3,000 โรงเรียน
 
วันนี้ (10 มิ.ย.)ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้จัดประชุมสัมนาวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติประจำปี 2556 โดยศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง พลิกโฉมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน: หลากหลายเส้นทางสู่การปฎิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21ว่า ขณะนี้ศธ.กำลังปรับปรุงหลักสูตร เนื่องจากแต่ละหลักสูตรต้องมีการปรับปรุงตลอด เพื่อความทันสมัย เช่น หลักสูตรอุดมศึกษาต้องปรับทุก 5 ปี หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วโลกจะปรับทุก10 ปี แต่หลักสูตรพื้นฐานของไทยที่ใช้อยู่ 12 ปีแล้ว แต่มีการปรับเพียงเล็กน้อย หรือเป็นหลักสูตรสั้น ย่อเกินไป จนอาจเรียกว่าหลักสูตรพิกลพิการก็ได้ อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรแบบปลายเปิดที่เหมาะสมกับครูที่มีความสามารถ ขณะที่ครูไทยไม่ได้มีความสามารถเท่าเทียมกัน หลักสูตรเป็นการเรียนแบบหน้ากระดาน ทั้งที่มนุษย์จะมีพัฒนาการทางสมองไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเวลา ถ้าจะจัดการศึกษาก็ต้องคำนึงถึงการพัฒนาทางสมอง สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้ที่แท้จริงและมีความยั่งยืน โดยที่ผู้เรียนสามารถใช้ได้หลากหลายวิธี เพื่อให้เกิดความรู้ไม่ใช่การสอนจากครู และให้ได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น
 
ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช กล่าวต่อไปว่า เด็กไทยเข้าระบบการศึกษาปีละ 8 แสนคน แต่หลักสูตรที่ใช้กันอยู่รองรับเด็กเข้าอุดมศึกษาได้เพียง 3 แสนคน ที่เหลือ 5 แสนคนไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน เพราะหลักสูตรไม่ได้สร้างศักยภาพให้แก่เด็ก จึงทำให้คนของประเทศไม่มีคุณภาพ ดังนั้นหลักสูตรใหม่ 6 กลุ่มการเรียนรู้จะเน้นการเตรียมคนยุคใหม่ให้อยู่ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีวิธีคิดใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดวิเคราะห์ สามารถแก้ปัญหาได้ มีวิธีทำงานแบบใหม่ สามารถสื่อสาร และทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้ รู้จักใช้เครื่องมือในการทำงาน หรือการใช้เทคโนโลยีสื่อสารสนเทศ และต้องมีความเป็นพลเมืองโลก การมีชีวิตและอาชีพที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม นอกจากนี้การเรียนการสอนคนยุคใหม่นั้น ต้องสำนึกว่าการเรียนต้องมีความสำคัญและมีน้ำหนักมากกว่าการสอน การศึกษาต้องเริ่มต้นด้วยความรู้และกระบวนการ ครูต้องกลายเป็นผู้เสนอแนะ ผู้ทำให้เด็กได้คิด ครูต้องไม่คิดว่าเด็กออกนอกห้องเรียนและหมดหน้าที่ของตนเอง แต่ต้องสร้างความท้าทายให้แก่ตนเองว่าจะลดเวลาในห้องเรียนและเพิ่มเวลานอกห้องเรียน โดยเรียนในห้องเรียน 600 ชม. นอกห้องเรียน 400 ชม. การสอนนอกห้องเรียนต้องจัดให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละบุคคล
 
ร่างหลักสูตรใหม่เสร็จไปแล้ว 80 % ปลายเดือนมิถุนายนนี้จะมีการประชุมรวมทั้ง 6 กลุ่มการเรียนรู้ก่อนจะสรุปรวบรวมอีกครั้ง ซึ่งหลักสูตรใหม่น่าจะเสร็จก่อน 8 เดือน ที่รมว.ศึกษาธิการกำหนดไว้ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ในปีการศึกษาหน้า โดยจะทดลองนำร่องในโรงเรียนเครือข่ายของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย 30 สถาบัน รวมประมาณ 3,000 โรงเรียน และเริ่มใช้กับนักเรียนป.1 ป. 4 ม.1 และม.4 ก่อนที่จะขยายไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ทั้งนี้การปรับหลักสูตรใหม่นั้นจะค่อยเป็นค่อยไปจะไม่ปรับทั้งระบบพร้อมกันทันที”ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช กล่าว
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : หลักสูตรใหม่คืบหน้า80%ทดลองใช้ปี57

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

^