LASTEST NEWS

23 ม.ค. 2560สพป.ชุมพร เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้างแก้ปัญหาขาดแคลนขั้นวิกฤต สมัคร 25-31ม.ค.2560 23 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร 14-22กุมภาพันธ์2560 23 ม.ค. 2560เอามาฝากสำหรับหนูๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อ และสนใจที่จะเป็นครู รับตรงจุฬา 291คน 23 ม.ค. 2560สพม.13 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 8 วิชาเอก จำนวน 12 อัตรา 23 ม.ค. 2560สพม.20 รับสมัครครูอัตราจ้าง (ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน) 10 อัตรา เงินเดือน 17,000 บาท 23 ม.ค. 2560ผลเทียบโอนความรู้ฯ ครั้งที่ 117 23 ม.ค. 2560โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม รับสมัครเจ้าหน้าที่้สำนักงาน วุฒิป.ตรี 15,000บาท 22 ม.ค. 2560เทศบาลตำบลศรีษะเกษ เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร18-26ม.ค.60 22 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูธุรการ 5 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน15,000.- 22 ม.ค. 2560แนวปฏิบัติการดำเนินการทางวินัยพนักงานราชการ

จับ'สอบใหม่'ครูผช.โคราช ทำ 20 ข้อคะแนนไม่ถึงครึ่ง

  • 05 มิ.ย. 2556 เวลา 19:38 น.
  • 1,908 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จับ'สอบใหม่'ครูผช.โคราช ทำ 20 ข้อคะแนนไม่ถึงครึ่ง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จับ'สอบใหม่'ครูผช.โคราช ทำ 20 ข้อคะแนนไม่ถึงครึ่ง
ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน 
 
          ปธ.กก.สอบวินัยร้ายแรงฯ เผย'ชินภัทร'รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ให้ความร่วมมือดี ยันแม้เกษียณการสอบต้องเดินหน้าต่อ ชี้อดบำเหน็จบำนาญจนกว่าคดียุติ
 
          เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายชินภัทรมารับทราบข้อกล่าวหา ฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรงกรณีปัญหาทุจริตครูผู้ช่วยกรณีพิเศษหรือเหตุจำเป็น ว12 ว่า คณะกรรมการสอบสวนจะหาข้อเท็จจริง ทั้งจากผู้ถูกกล่าวหา ตลอดจน หลักฐานจากทั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการจัดสอบครูผู้ช่วย ว12 ชุดนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ซึ่งได้ส่งเอกสารมาแล้วจำนวน 1,444 หน้า รวมถึงเอกสารที่ได้จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อีกจำนวนกว่า 1,000 หน้า หากมีการพาดพิงหรือต้องการข้อมูลข้อเท็จจริงจากผู้ใด ก็จะเชิญคนเหล่านั้นมาให้ข้อเท็จจริง หรือขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป
 
          นายอภิชาติกล่าวว่า กรอบการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนมีเวลารวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดภายใน 60 วัน เพื่อจัดทำบันทึกการแจ้งการรับทราบข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา ส่งให้ผู้ถูกกล่าวหาเพื่อแก้ข้อกล่าวหา หรือพยานหลักฐาน ทั้งเอกสารและพยานบุคคล ที่จะต้องเชิญมาสอบสวนภายใน 60 วัน จากนั้นคณะกรรมการสอบสวนจะพิจารณาว่าคำแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหารับฟังได้หรือไม่ เพื่อทำความเห็นซึ่งอาจจะเสนอทั้งโทษร้ายแรง ไม่ร้ายแรง หรืออาจไม่มีโทษเลยก็ได้ เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณาวินิจฉัยในขั้นตอนสุดท้าย ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนได้นัดหารืออีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า
 
          เลขาธิการ กกอ.กล่าวด้วยว่า ส่วนการยื่นอุทธรณ์ของนายชินภัทรนั้น มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนการอุทธรณ์ แต่สิ่งที่นายชินภัทรสามารถกระทำได้ คือ การทักท้วง หากผู้ถูกกล่าวหาเห็นว่ากรรมการสอบสวน ทั้ง 7 คน เป็นอริแก่ผู้ถูกกล่าวหา แต่กรณีนี้นายชินภัทรไม่ได้ทักท้วงอย่างอย่างใด ส่วนหนังสือที่นายชินภัทรส่งผ่านรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นการแจ้งข้อเท็จจริงบางประการเพิ่มเติมเนื่องจากเห็นว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯอาจจะไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน จึงไม่ใช่เรื่องการอุทธรณ์ ซึ่งตนจะเสนอรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เพื่อขอรับเอกสารที่นายชินภัทรได้ส่งมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการสอบสวน
 
          "การยื่นอุทธรณ์ สามารถทำได้เมื่อผลการสอบสวนออกมาเรียบร้อยแล้ว และผู้ถูกกล่าวหาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคำสั่งลงโทษ ซึ่งตามเวลาที่กำหนคดีนี้จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเกษียณอายุราชการแล้ว กระบวนการสอบสวนก็สามารถเดินต่อไปได้ โดยทางราชการจะไม่จ่ายบำเหน็จบำนาญจนกว่าคดีจะสิ้นสุด" นายอภิชาติกล่าว
          นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาบางแห่ง มีมติให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อนพิจารณาให้ครูผู้ช่วยที่ทุจริตการสอบออกจากราชการ ว่า ไม่เป็นไร หากจะดำเนินการเพื่อความมั่นใจก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่งเมื่อมีการแจ้งข้อมูลในประเด็นเหล่านี้เข้ามา จะต้องนำเข้าหารือและพิจารณาในที่ประชุม ก.ค.ศ.ต่อไป
 
          "ตอนนี้มีแค่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 4 เขตแจ้งข้อมูลเข้ามายัง ก.ค.ศ.จากทั้งหมด 119 เขต ซึ่งข้อมูลที่แจ้งมา มีตั้งแต่การสั่งให้ออก ครูผู้ช่วยบางคนได้ลาออกไปก่อนและได้ไปบรรจุที่อื่นแล้ว รวมทั้งการเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนที่ครูผู้ช่วยไปบรรจุอยู่ มาทำความเข้าใจในเรื่องของมติการให้ออก" เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว และว่า กรณีคนที่ลาออกแล้วไปเป็นครูที่อื่นนั้น ขณะยังไม่ขอให้ความเห็น แต่คิดว่าจะต้องนำเข้าหารือในการประชุม ก.ค.ศ.ต่อไป
 
          วันแดียวกัน ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะเจ้าพนักงานสอบสวน ได้เรียกตัวบุคคลที่สอบครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 51 ราย มาให้ปากคำกรณีทุจริตการสอบครูผู้ช่วยเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา โดยวันนี้เป็นวันแรก มีการเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด 16 ราย และจะทยอยเรียกตัวมาสอบปากคำให้ครบทั้ง 51 ราย จนถึงวันที่ 7 มิถุนายน หลังจากนั้นจะทยอยเรียกผู้ที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงมาสอบปากคำต่อไปจนครบ 344 คน
 
          นายธานินทร์กล่าวว่า ผู้ที่เข้าข่ายทุจริตสอบครูผู้ช่วยในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีจำนวนทั้งสิ้น 51 ราย แบ่งเป็นผู้ที่สอบครูผู้ช่วยได้ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1-7 จำนวน 48 ราย และในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 จำนวน 3 ราย ซึ่งดีเอสไอมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อข้อสอบครูผู้ช่วย ในการสอบปากคำครั้งนี้ก็ได้นำข้อสอบที่เคยทำได้คะแนนสูงมาให้ทดลองทำดูใหม่ด้วย
 
          หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบครูผู้ช่วยจะเข้าข่ายถูกดำเนินคดีอาญาได้เช่นกัน เป็นคนละส่วนกับคำสั่งเพิกถอนการบรรจุครูผู้ช่วยซึ่งเป็นเรื่องทางวินัย สำหรับการเรียกผู้เข้าข่ายทุจริตสอบครูผู้ช่วยทั้ง 51 รายมาให้ปากคำ จะเป็นกลุ่มแรก หากใครไม่ยอมมาจะมีหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนที่กรุงเทพฯ โดยเป็นหมายเรียกในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา
 
          นายธานินทร์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 104 ราย ที่มีคะแนนสูงผิดปกติ ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบครูผู้ช่วยหรือไม่ หากมีข้อมูลและหลักฐานความผิดชัดเจนต้องถูกเพิกถอนบรรจุครูผู้ช่วยเช่นกัน
 
          ส่วนการไล่หาตัวการใหญ่ทุจริตการสอบ นายธานินทร์กล่าวว่า ดีเอสไอได้ทำคู่ขนาน กันไป ระหว่างไล่จากล่างขึ้นบนและบนลงล่าง โดยการไล่จากข้างบนนั้น ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล และหลักฐานว่ามีผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการคนใดบ้างเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนข้างล่างนั้น ต้องมีการเรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 344 ราย มาสอบปากคำ ซึ่งเป็นลำดับล่างสุดที่มีการนำข้อสอบออกมา และทำการสืบสาวไปหาผู้เกี่ยวข้องระดับบนขึ้นไป
 
          "344 รายที่ดีเอสไอเรียกมาสอบปากคำครั้งนี้ ไม่ได้เป็นจุดที่ดีเอสไอให้ความสำคัญมากนัก เนื่องจากมีข้อมูลและหลักฐานชัดเจนว่าทุจริตสอบแน่นอน เพียงแต่ต้องการเปิดโอกาสทั้ง 344 รายมาให้ปากคำเพื่อเป็นพยาน ผู้ที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ดีเอสไอจะกันไว้เป็นพยานโดยไม่แจ้งความในคดีอาญา ส่วนผู้ที่ไม่ยอมมา ต้องแจ้งความในคดีอาญาต่อไป" นายธานินทร์กล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังดีเอสไอสุ่มเอาข้อสอบจำนวน 20 ข้อ มาให้ผู้ถูกเรียกสอบปากคำทั้ง 16 คน ทดลองทำปรากฏว่าทั้งหมดทำได้เพียง 7-8 ข้อเท่านั้น แต่บางคนได้ให้ปากคำที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยเฉพาะในรายของครูผู้ช่วยของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ที่ยอมรับว่าได้ซื้อข้อสอบจากข้าราชการครูคนหนึ่ง ในราคา 4 แสนบาท แต่ไม่รู้ว่าเอาข้อสอบมาจาก ที่ใด โดยครูที่มาติดต่ออ้างว่าทำกันหลายคน
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จับ'สอบใหม่'ครูผช.โคราช ทำ 20 ข้อคะแนนไม่ถึงครึ่ง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^