LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ" 06 ธ.ค. 2559สพป.นครราชสีมา เขต 5 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร8-14ธ.ค.2559 06 ธ.ค. 2559พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี 06 ธ.ค. 2559(ไม่มีวุฒิครู อยากได้วุฒิ) เช็ครายชื่อสถาบันที่เปิดสอน ป.โท วิชาชีพครู ที่ คุรุสภารับรอง 06 ธ.ค. 2559ศธจ.นนทบุรีเผยผลสอบ ผอ.ร.ร. สอบผ่านภาค ก 75% 06 ธ.ค. 2559สคบท.หนุนไม่เพิ่ม ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ดัดหลังครูแห่เรียน ป.โท-เอก ไม่ตรงวิชาที่สอน ทำคุณภาพการศึกษา ปท.ดิ่ง 06 ธ.ค. 2559"อยากเป็นครู" เลือกเรียน หลักสูตรผลิตครู 06 ธ.ค. 2559ด่วนที่สุด การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัด สป.ศธ. 05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา

โจทย์ใหญ่การศึกษาไทย'เลือกเรียนอย่างไร...จบไปไม่ตกงาน'

  • 04 มิ.ย. 2556 เวลา 18:12 น.
  • 1,587 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
โจทย์ใหญ่การศึกษาไทย'เลือกเรียนอย่างไร...จบไปไม่ตกงาน'

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

กนกวรรณ กลินณศักดิ์ ฝ่ายสื่อสารสาธารณะ สสค. ผลการประมวลผลเส้นทางการศึกษาของเด็กไทย โดย "ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์" นักวิชาการ สสค. พบว่า หากเปรียบจำนวนเด็กเยาวชนไทยที่เกิดทุกปี ซึ่งมีจำนวน 8 แสนคน เท่ากับเด็ก 10 คน จะพบว่า มีเด็ก 6 คน อายุ 15-18 ปี หลุดออกจากระบบการศึกษา
 
และก้าวสู่ตลาดแรงงานแบบไม่ตั้งตัว คำถามสำคัญ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่อง “ทักษะ” ที่เพียงพอให้แก่เยาวชนไทยในการประกอบอาชีพได้อย่างไร?
 
          เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 16 จึงเน้นโจทย์สำคัญเพื่อค้นหาคำตอบ "การศึกษาเพื่อทักษะและการทำงานในอนาคต" ผ่าน 2 กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลโคกเจริญ จ.ลพบุรี ที่ใช้ภูมิปัญญาการทอผ้ามาทักทอความร่วมมือกันของนักเรียน ครู พ่อแม่และชุมชน จนยกระดับ “ผ้าทอในรั้วบ้าน-โรงเรียน-ชุมชน” สู่ “ผ้าทอ..คณะรัฐมนตรี” ขณะที่โรงเรียนวัดหนองกบ จ.ราชบุรี ใช้ "ไก่ย่างบางตาล และมะกรูด" ทรัพยากรท้องถิ่นเป็นต้นทุนในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ทักษะอาชีพ โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
 
          นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. กล่าวว่า ความสำเร็จในการจัดการศึกษาของทั้งสองกรณี คือ การเข้าไปสร้างงานสร้างรายได้ในชุมชน แล้วถ่ายทอดองค์ความรู้จนเกิดเครือข่ายสร้างงาน และยกระดับผลิตภัณฑ์ โดยได้สถานศึกษาเป็นเพื่อนร่วมทางสำคัญ สรุปได้ว่า การศึกษาต้องแก้ไขปัญหาในชุมชนก่อน จึงจำเป็นต้องเริ่มจากชุมชน เริ่มที่เด็กเยาวชน กลายเป็นพลังเครือข่ายทางวิชาการ สร้างทุนในชุมชนและโรงเรียน
 
          วินัย ปัจฉิม ครูสอนดีโรงเรียนอนุบาลโคกเจริญ จ.ลพบุรี กล่าวว่า “การทอผ้า ไม่ใช่เรียนจบแล้วต้องทำเป็นอาชีพ แต่สอนให้เด็กฝึกกระบวนการคิดผ่านการทำงาน สามารถพัฒนาต่อยอดและสร้างรายได้ให้ครอบครัว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการประกอบอาชีพให้นักเรียน และการเชื่อมความรู้สู่ชุมชน
 
          ด้าน พัชรินทร์ วัดอักษร ครูสอนดีโรงเรียนวัดหนองกบ จ.ราชบุรี ยอมรับว่า ไม่เก่งการงานอาชีพเลย จึงให้นักเรียนร่วมสำรวจว่า ในชุมชนประกอบอาชีพอะไร เลยเป็นที่มาของมะกรูดและการทำไก่บางตาล ซึ่งนักเรียนจะรู้จักกระบวนการคิด การค้นคว้า สามารถนำทักษะไปใช้ในการเรียนวิชาอื่นๆ ได้
 
          “ไม่ใช่เฉพาะมะกรูด หรือไก่ย่างบางตาล ถึงนักเรียนย้ายไปอยู่ในพื้นที่อื่นก็สามารถใช้การคิดวิเคราะห์ทำผลิตผลอย่างอื่นได้ ส่วนการขายก็ประยุกต์ในชุมชน นักธุรกิจน้อย สอนการบริหาร คิดต้นทุนกำไร มีความซื่อสัตย์ มีมารยาทในการบริการ”

          นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวว่า การฟังกรณีตัวอย่างทั้งสองโรงเรียนนี้ แสดงถึงการศึกษาที่มุ่งแก้ไขปัญหาและสร้างอาชีพให้ชุมชน เป็น "การคืนการศึกษาให้ชีวิต" เช่น ที่ ผอ.นิพนธ์ ตาระกา ร.ร.อนุบาลโคกเจริญ เล่าว่า ให้เด็กเรียนทอผ้าเพื่อแก้ปัญหาความยากจน สิ่งที่ได้คือ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถถ่ายทอดให้ครอบครัวและชุมชนได้

          ขณะที่ ผอ.สุพรรณ สุวรรณ์นัง ร.ร.วัดหนองกบ เชื่อว่า ถ้าเอาเรื่องอาชีพเป็นตัวเดินเรื่องจะสร้างทักษะคืนสู่การศึกษาที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นได้ "การศึกษาจึงจำเป็นต้องเอาปัญหาในพื้นที่เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาโรงเรียนเอาสถาบันเป็นตัวตั้ง เพราะจะสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็งมีพลัง โดยอาจเริ่มจากการทำแม็พพิ้งในพื้นที่ แล้วก็เรียนรู้วิธีขับเคลื่อนกันเป็นจังหวัด”

          ทองอินทร์ เพียภูเขียว ประธานคณะกรรมการคัดเลือกครูสอนดี จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า การสอนอาชีพในโรงเรียนเป็นเรื่องดี เพราะหากเด็กมีงานทำก็จะไม่สร้างปัญหาในสังคม แต่การสร้างความยั่งยืนนั้นต้องเริ่มจากสังคม ปัญหาคือ แม้โรงเรียนจะสอนวิชาชีพ แต่หากเครื่องมือไม่พร้อม เด็กจะขาดการฝึกฝน และหากไม่มีการวางแผนให้นักเรียน ถึงมีอาชีพติดตัว แต่ก็ไม่มีช่องทางการต่อยอดอาชีพได้

          สอดคล้องกับ ศิริ โพธินาม ตัวแทน อบจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ควรเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาเป็นแบบอาชีวศึกษา หรือแบบทวิภาคี คือ โรงเรียนในโรงงาน ซึ่งสอดคล้องว่า ทำไมเราจึงสามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ โดยเน้นการเชื่อมโยงกับท้องถิ่น และทำงานร่วมกับวิทยาลัยอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนทัศนคติที่หวังให้เด็กมุ่งสู่รั้วมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว เป็น “เด็กทุกคนต้องมีอาชีพ” ซึ่งเชื่อว่า อบต.หลายพันแห่งยินดีให้ความร่วมมือด้านการศึกษา

          เพราะคำตอบ การศึกษาไทย มิใช่มุ่งตรงสู่เพียง “ปริญญา” แต่ต้องช่วยแก้ปัญหา “ปากท้อง” ในชุมชน ด้วยการสร้าง “สัมมาชีพ” ให้เต็มแผ่นดิน

          บรรยายใต้ภาพ 
          เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 16
          จากเศษไก่ไร้ค่า สู่ไก่แผ่นกระเทียมพริกไทย 
          เรียนรู้การทอผ้า
          นักเรียนมัดลายผ้าก่อนย้อมสี
          ไก่ย่างบางตาล
 
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : โจทย์ใหญ่การศึกษาไทย'เลือกเรียนอย่างไร...จบไปไม่ตกงาน'

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^