LASTEST NEWS

19 ม.ค. 2560ด่วน! สสวท.ประกาศรับสมัคร ทุนสควค ปี2560 จำนวน 601 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-3มีนาคม2560 18 ม.ค. 2560(ร่าง) ปฏิทินสอบครูผู้ช่วย สพฐ. กรณีทั่วไป ปีพ.ศ.2560 รับสมัคร24-30มี.ค.60 18 ม.ค. 2560แชร์แปะไว้เลย! (ร่าง)กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 สมัคร14-20กุมภาพันธ์2560 18 ม.ค. 2560ว่าด้วยเรื่อง ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่กำลังเปิดรับสมัครตอนนี้ 18 ม.ค. 2560สพฐ.รอศาลก่อนคืนสิทธิ์"ครูจอมทรัพย์" 18 ม.ค. 2560"ประยุทธ์" เร่งสอบคดีครูจอมทรัพย์ "เเพะหรือเเกะ" วอนอย่าใช้กระเเสโทษตำรวจ ให้รอการตัดสิน 18 ม.ค. 2560"กรมบัญชีกลาง" จ่ายเงินเดือนตรงสพฐ. ม.ค.นี้ 18 ม.ค. 2560ปฏิรูปล่าช้า "ปนัดดา"เร่งตั้งอกศจ. 18 ม.ค. 2560รับแค่สาขาละ30รับรองครูมีคุณภาพ 18 ม.ค. 2560สำรวจความต้องการบุคลากรสายสนับสนุน และแจ้งอัตราว่างพนักงานราชการ ตามกรอบรอบ 4

"ยุบ-ไม่ยุบ"...สนองใคร?

  • 04 มิ.ย. 2556 เวลา 17:29 น.
  • 956 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"ยุบ-ไม่ยุบ"...สนองใคร?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สั่นสะเทือนไปทั้งวงการหลัง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ออกมาส่งสัญญาณด้วยการเปิดไฟเขียวให้ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย  และช่วยประหยัดงบประมาณชาติ
 
และนั่นย่อมเปรียบเสมือนการ “เริ่มกดสัญญาณเดินเครื่องระเบิดเวลาลูกใหญ่” เพราะก่อนหน้านี้นโยบายการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการเคยถูกต่อต้านจากภาคสังคมมาแล้ว โดยเฉพาะสภาการศึกษาทางเลือกและบรรดาเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็ก ถึงขนาดเคยยกม็อบบุกมาคัดค้านถึงรั้ววังจันทรเกษม จนรัฐมนตรีในสมัยนั้นต้องสั่งชะลอออกไป และที่ผ่านมาก็ไม่มีใครกล้าที่จะแตะเรื่องนี้
 
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อทันทีที่ นายพงศ์เทพ ประกาศให้เดินหน้ายุบโรงเรียนขนาดเล็ก จะก่อให้เกิดกระแสการต่อต้านในสังคมเป็นวงกว้าง และกลายเป็น “ประเด็นร้อน” ที่ลุกลามใหญ่โต จนเจ้ากระทรวงต้องออกเดินสายชี้แจงทั้งทางสื่อ รวมถึงเปิดเวทีประชาคมทุกภาคทั่วประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจ
 
 
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน  หรือ  สพฐ. ภายใต้การบริหารของ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับลูกด้วยการสั่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทำการสำรวจโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในข่ายจะถูกยุบ และให้จัดทำแผนบริหารจัดการเสนอมาท่ามกลางการจับตาของสังคม
 
ล่าสุด แผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ก็ได้คลอดออกมาแล้ว โดย สพฐ. ได้ทำการประมวลภาพรวมจากข้อมูลที่ทาง  สพป. 182 เขตทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานครเสนอมาก่อนที่จะกางแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก “ทีมการศึกษา” ขอทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า โดยปกติโรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. หมายถึงโรงเรียนที่มีขนาดจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 คนลงมา ในจำนวนนี้มีอยู่  14,816  แห่ง จากโรงเรียนทั้งสิ้นกว่า  30,000 โรง ซึ่งเป็นที่มาของกระแสข่าวสั่งยุบโรงเรียนขนาดเล็กหมื่นกว่าโรง แต่สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในแผนการบริหารจัดการ ที่ สพฐ.ชี้เป้าว่าจะยุบรวม หมายถึงโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คนลงมาเท่านั้น
 
ซึ่งเมื่อกางแผนบริหารจัดการฯ ออกมาจะพบว่ามีโรงเรียนที่อยู่ในข่ายดังกล่าว จำนวน  5,949 แห่ง ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละแห่งมีการบริหารจัดการที่หลากหลาย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
 
กลุ่มแรกเป็นกลุ่มโรงเรียนที่มีการบริหารแบบเป็นเครือข่าย โดยได้มีการเคลื่อนย้ายนักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนหลัก จำนวน 2,686 แห่ง กลุ่มต่อมาเป็นกลุ่มโรงเรียนที่ยังจัดการเรียนการสอนในที่ตั้ง ยังไม่ได้ทำการเคลื่อนย้ายนักเรียน จำนวน 2,891 แห่ง ซึ่งกลุ่มนี้มีการระบุว่าเป็นกลุ่มที่เขตพื้นที่การศึกษาต้องกำกับดูแลในเรื่องของคุณภาพ
 
 
พร้อมทั้งต้องจัด “ประชาคม” เพื่อวางแผนในการบริหารจัดการร่วมกับชุมชนให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ อาทิ อยู่บนพื้นที่สูง บนเกาะ พื้นที่ห่างไกล และชายแดน จำนวน 372 แห่ง ซึ่งโรงเรียนในกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายนักเรียนได้ ที่น่าสนใจคือ ในแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กยังระบุข้อมูลอีกว่า มีจำนวนโรงเรียน 118 แห่งจาก 5,949 แห่ง ไม่มีนักเรียนเรียนอยู่เลย
 
แต่ สพฐ.ก็ระบุในแผนว่า แม้จะไม่มีเด็กนักเรียนเป็น “ตัวป้อน” แต่โรงเรียนเหล่านี้ก็จะยังไม่มีการ “ยุบ” หรือ “เลิก” ในทันที เพราะตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวม เลิก สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550 ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งจะต้องมีการบูรณาการร่วมกับท้องถิ่นเพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในอาคารสถานที่ดังกล่าว


 
พร้อมกันนี้ได้มีการตั้ง คณะกรรมการเครือข่ายการศึกษาทางเลือก โรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนชุมชน เพื่อเปิดทางให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ตามข้อเสนอของสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย โดยมี ดร.สิริกร มณีรินทร์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธาน
 
แม้ขณะนี้แผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. ได้ส่งตรงถึงมือของ 2 รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการ “ฟันธง” ว่าในปีนี้จะมีการยุบโรงเรียนขนาดเล็กหรือไม่ และจะยุบจำนวนเท่าไหร่ เพราะมีการระบุชัดว่าจะต้องมีการเปิดเวทีประชาคมให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสิน และต้องมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการภาคีเครือข่ายเพื่อหาคำตอบอีกครั้ง

 
“ทีมข่าวการศึกษา” เห็นด้วยกับแนวทางที่ภาครัฐป่าวประกาศและดำเนินการอยู่ในขณะนี้ว่า เป็นการเดินมาถูกทางแล้ว เพราะหมดยุคสมัยที่ราชการจะเป็นผู้ “ชี้เป็น–ชี้ตาย” ว่าโรงเรียนไหนจะ “คงอยู่” หรือสมควร “ถูกยุบ” แต่ควรจะเป็นการบริหารจัดการแบบมีส่วนรวมจากทุกภาคส่วน เพราะการศึกษาไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นเรื่องของคนทุกคนในสังคม
 
ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ การต้องรับฟังเสียงประชาคมของชุมชน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่ย่อมรู้ความต้องการดีที่สุด
 
ขณะเดียวกันเราก็ต้องขอสะกิดชุมชนและคนไทยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศชาติ ชุมชนเองต้องไม่ละเลยหรือเพิกเฉยที่จะต้อง “แสดงพลัง” และเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันรักษาโรงเรียนของลูกหลานให้คงอยู่คู่กับชุมชน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับเด็กไทยอย่างแท้จริง
 
เพราะคำตอบสุดท้าย “ยุบไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก” น่าจะต้องสนองผลประโยชน์ที่จะตกแก่เด็กและประเทศชาติเป็นหลัก!!!
 
ทีมข่าวการศึกษา
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "ยุบ-ไม่ยุบ"...สนองใคร?

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^