LASTEST NEWS

19 ก.ย. 2560ครม.ตั้งผู้บริหารศธ.ระดับ 10 ใน 6 ตำแหน่ง 19 ก.ย. 2560ถกปมอำนาจโยกย้ายผู้บริหาร-ครู 22ก.ย.นี้ 19 ก.ย. 2560กสถ. พบเบาะแสนายหน้าวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งสอบบรรจุ อปท. 19 ก.ย. 2560วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษิณอาชีวศึกษา รับสมัครครู10อัตรา/เจ้าหน้าที่ธุรการ1อัตรา(ปวส.ทุกสาขา) 19 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดคุ้งยาง รับสมัครครูอัตราจ้างรายเดือนแก้ปัญหาขาดแคลนครู (15-25ก.ย.60) 19 ก.ย. 2560หลักสูตรครูเก่า เข้าสู่กระบวนการขอใบประกอบวิชาชีพครู ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 -ปัจจุบัน ไม่ทัน ทำอย่างไร 19 ก.ย. 2560(ไม่ต้องผ่านภาค ก ) 19 อัตรา กรมสุขภาพจิต เปิดสอบพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (สมัคร18-29ก.ย.60) 18 ก.ย. 2560ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กพิการ วุฒิ ม.3 เงินเดือน 9,000 บาท 18 ก.ย. 2560(วุฒิป.ตรีทุกสาขา+วุฒิครู) ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 เปิดสอบพนักงานราชการครู 18 ก.ย. 2560(วุฒิป.ตรีทุกสาขา) ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 รับสมัครครูอัตราจ้าง

ปฏิรูปหลักสูตรหวังเด็กคิดเป็น-ทำได้ ไม่เกียจคร้าน มีทักษะทำงานดี

  • 03 มิ.ย. 2556 เวลา 22:24 น.
  • 1,498 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ปฏิรูปหลักสูตรหวังเด็กคิดเป็น-ทำได้ ไม่เกียจคร้าน มีทักษะทำงานดี

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดทำหลักสูตรใหม่ว่า ที่ประชุมได้นำข้อมูลจากการวิจัยสำรวจและค้นพบคุณลักษณะของเด็กไทย 3 ประการในปัจจุบัน ที่น่าเป็นห่วงและต้องแก้ไข และจัดหลักสูตรการศึกษาให้เปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของเด็กไทยให้ดีขึ้น คือ
 
     1.การที่เด็กไทยยอมรับการคอร์รัปชั่น
 
     2.การสำรวจพบว่า เด็กไทย 12% เท่านั้นที่คิดเป็นคิดได้และกล้าแสดงความคิดเห็น และ 63% เป็นกลุ่มเด็กที่คิดได้แต่เงียบ ไม่แสดงออก สุดท้ายก็คล้องตามผู้อื่น และที่เหลืออีก 25% เป็นเด็กที่คิดไม่ได้ แสดงออกก็ไม่ได้ ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยไม่มีความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่มีวิธีคิด ดังนั้นการจัดการสอนต้องปรับจากเดิม ที่ครูเขียนข้อมูลบนกระดานแล้วให้เด็กแสดงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากเด็กไม่เห็นด้วยครูก็จะพยายามชักจูงให้เด็กเห็นด้วยกับครู แต่การสอนในปัจจุบัน ครูจะต้องถามว่านักเรียนคนใดที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากครู แล้วนำเสนอเพื่ออภิปราย ซึ่งจะส่งเสริมให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออก ไม่เช่นนั้นสังคมไทยจะคิดเห็นคล้อยกันไปทั้งประเทศ
 
     และ 3.การที่เด็กไทยทำงานไม่เป็น ทำให้เกียจคร้าน
 
     นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มการเรียนรู้ 6 กลุ่ม ในส่วนของกลุ่มการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม ที่ประชุมมีมติให้เปลี่ยนแปลงเป็นกลุ่มการเรียนรู้ภาษาและวรรณกรรม เพราะเห็นว่าภาษาไม่ใช่แค่การสื่อสาร แต่เป็นอัตลักษณ์ สุนทรียศาสตร์ ส่วนการจัดหลักสูตรระดับประถมและมัธยมนั้น ระดับประถมเดิมกำหนดว่าควรเรียนในห้องเรียน 800 ชั่วโมง แต่ที่ประชุมเห็นว่ายังมากเกินไป น่าจะจัดการเรียนในห้องให้ไม่เกิน 600 ชั่วโมง และเพิ่มการเรียนรู้นอกห้องเรียน แต่อยู่ภายในโรงเรียน และเรียนรู้นอกสถานที่กับชุมชน
 
     "ในส่วนของชั้น ป.1-3 จะเน้น 3 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เนื่องจากมีงานวิจัยระบุชัดเจนว่า หากเด็กเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่ง จะส่งผลให้เรียนเก่งในทุกวิชา และควรให้เด็กเรียนคณิต ตั้งแต่แรก ส่วนเรียนรู้โครงงานเป็นส่วนเสริม ทั้งด้านโครงงานวิทย์ สังคมและชุมชน โครงงานสุนทรียะ คุณธรรมและวิถีประชาธิปไตย ส่วนระดับมัธยม จะเรียนลักษณะบูรณาการลดลง และเพิ่มการเรียนเป็นรายวิชามากขึ้น และตั้งแต่ชั้น ม.1 จะเรียนรู้ทักษะชีวิตและโลกของงาน เพื่อให้เด็กทำงานเป็น ไม่ว่าจะจบชั้นไหนก็สามารถทำงานได้ ประกอบกับขณะนี้ตลาดแรงงาน ต้องการแรงงานด้านอาชีวะ ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้เด็กเห็นช่องทางการมีงานทำ และอาจทำให้ค่านิยมเรียนเพื่อปริญญาลดลงได้" นายสมพงษ์ กล่าว
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ปฏิรูปหลักสูตรหวังเด็กคิดเป็น-ทำได้ ไม่เกียจคร้าน มีทักษะทำงานดี

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^