LASTEST NEWS

18 ม.ค. 2560(ร่าง) ปฏิทินสอบครูผู้ช่วย สพฐ. กรณีทั่วไป ปีพ.ศ.2560 รับสมัคร24-30มี.ค.60 18 ม.ค. 2560แชร์แปะไว้เลย! (ร่าง)กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 สมัคร14-20กุมภาพันธ์2560 18 ม.ค. 2560ว่าด้วยเรื่อง ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่กำลังเปิดรับสมัครตอนนี้ 18 ม.ค. 2560สพฐ.รอศาลก่อนคืนสิทธิ์"ครูจอมทรัพย์" 18 ม.ค. 2560"ประยุทธ์" เร่งสอบคดีครูจอมทรัพย์ "เเพะหรือเเกะ" วอนอย่าใช้กระเเสโทษตำรวจ ให้รอการตัดสิน 18 ม.ค. 2560"กรมบัญชีกลาง" จ่ายเงินเดือนตรงสพฐ. ม.ค.นี้ 18 ม.ค. 2560ปฏิรูปล่าช้า "ปนัดดา"เร่งตั้งอกศจ. 18 ม.ค. 2560รับแค่สาขาละ30รับรองครูมีคุณภาพ 18 ม.ค. 2560สำรวจความต้องการบุคลากรสายสนับสนุน และแจ้งอัตราว่างพนักงานราชการ ตามกรอบรอบ 4 18 ม.ค. 2560เปิดรายชื่อสาขาวิชาเอกตัวเต็ง สอบเข้ารับราชการครูผู้ช่วย ท้องถิ่น ปี2560

แยกหลักสูตร ป.1-2 เตรียมความพร้อมเด็ก

  • 24 เม.ย. 2556 เวลา 21:42 น.
  • 1,873 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แยกหลักสูตร ป.1-2 เตรียมความพร้อมเด็ก

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตั้งกรรมการ 6 คณะ ศึกษารายละเอียด 6 กลุ่มการเรียนรู้ใหม่
 
     นายภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรฯ ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปที่ค่อนข้างลงตัวเกี่ยวกับโครงสร้างหลักสูตร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มและแต่งตั้งคณะทำงานศึกษารายละเอียด โดยหลอมรวม 8 กลุ่มสาระและเรียกใหม่ว่า 6 กลุ่มการเรียนรู้ ได้แก่
 
     1.ภาษาและวัฒนธรรม (Language and Culture) มี ผศ.ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน
     2.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ประธานคือ นายวิชัย ริ้วตระกูล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ
     3.การดำรงชีวิตและโลกของงาน (Work Life) ประธานคือ ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค.
     4.ทักษะสื่อและการสื่อสาร (Media Skill and Communication) ประธาน คือ นายเชาวเลิศ เลิศชโรฬาร จากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ
     5.สังคมและมนุษยศาสตร์ (Society and Humanity) ประธานคือ นายสมพงษ์ จิตระดับ คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ
     และ 6.อาเซียน ภูมิภาคและโลก (Asean Region and World) มีนายพินิติ รตะนานุกูล ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน 
 
     "ส่วนระยะเวลาเรียนในเบื้องต้น ป.1 - 2 -3 เรียนในห้องเรียน 790 ชั่วโมง, ป.4-5-6 เรียน 800 ชั่วโมง, ม.1-2-3 เรียน 900 ชั่วโมงแต่มีแนวโน้มลดลงได้อีก ซึ่งเดิมทุกช่วงชั้นจะเรียนประมาณ 1,000 ชั่วโมง แต่การปรับหลักสูตรใหม่จะให้เรียนในห้องเรียนลดลง ที่เหลือเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนแต่ก็ยังอยู่ในโรงเรียน ซึ่งจะให้ปรับเป็นลักษณะโครงงานโดยบูรณาการหลายๆวิชาเข้าด้วยกัน อาทิ โครงงานวิทย์ โครงงานศาสนา โครงงานด้านสังคมจิตอาสา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมทักษะตามความสนใจของเด็กทั้งเด็กเก่งและเด็กอ่อน เพื่อเสริมในวิชาที่อ่อนในลักษณะคลินิกรักษาวิชาที่อ่อน เช่น คลินิกภาษา คลินิกคณิต เป็นต้น" 
 
     ที่ปรึกษา รมว.ศธ. กล่าวและว่า สำหรับหลักสูตรชั้น ม.ปลาย อยู่ในระหว่างพิจารณาเพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องยกเครื่องใหญ่ ซึ่งต้องวางหลักสูตรให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้น โดยเพิ่มวิชาชีพเข้ามาให้มากขึ้น เพราะหลักสูตรเดิมรองรับเด็กที่จะเข้าสู่มหาวิทยาลัย ขณะที่เด็ก ม.6 ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยทั้งหมด จึงต้องเพิ่มทักษะวิชาชีพให้เด็ก ม.6 มีทักษะการทำงานเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ เช่น การปรับปรุงวิชาคหกรรม ให้เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งโรงเรียนก็มีอุปกรณ์อยู่แล้ว เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องกลึง เป็นต้น ทั้งนี้ หลักสูตร ม.ปลาย จะต้องจัดเส้นทางให้ชัดเจน เช่น เน้นภาษา วิทย์ วิชาชีพ  
 
     "เราต้องหาทางให้เด็กรู้จักตนเองว่าจะมุ่งเส้นทางสายสามัญหรือสายวิชาชีพตั้งแต่จบ ม.ต้น เพราะการเรียนรู้ในชั้น ม.ปลาย ต้องแก้ไขทั้งการปรับปรุงหลักสูตร และการบริหารจัดการควบคู่กันไป โดยเฉพาะปัญหาการแบ่งชิงเด็กระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพ ทั้งนี้ เด็ก ป.1-2  จะจัดการเรียนรู้เป็นพิเศษ ซึ่งวิชาพื้นฐานที่จะเข้าไปสู่บทเรียน ป.1 ป.2 จะมีวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ส่วนวิชาอื่นจะจับมายำรวมกัน แตกออกเป็น 4 วิชาที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก เช่นวิชาเด็กในวิถีประชาธิปไตย วิชาชีวิตกับการเรียนรู้ วิชาบ้านของเราโลกของเรา และวิชาสุขภาพและศิลปะเพื่อชีวิต ซึ่งทั้ง 4 วิชานี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมในความเป็นเด็ก ซึ่งจะแตกออกมาเฉพาะชั้น ป.1 และชั้น ป.2" นายภาวิช กล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แยกหลักสูตร ป.1-2 เตรียมความพร้อมเด็ก

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^