LASTEST NEWS

26 ก.ย. 2561ประกาศแล้ว!! ผลสอบ กพ 2561 ประกาศผลสอบ ก.พ. (ภาค ก) ประจำปี 2561 26 ก.ย. 2561สำนักงาน ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ก.พ. (ภาค ก) ประจำปี 2561 แต่สอบไม่ผ่านวิชาภาษาอังกฤษ 26 ก.ย. 2561เช็คที่นี่!! ผลสอบ กพ 2561 ประกาศผลสอบ ภาค ก.พ. ประจำปี 2561 25 ก.ย. 2561กมว.ยึดรางวัลคุรุสภาครูผิดจรรยาบรรณ 25 ก.ย. 2561โรงเรียนวัดเขาคีรีรมย์ รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล (สมัคร 26 ก.ย.-2ต.ค.61) 25 ก.ย. 2561วิทยาลัยการอาชีพแจ้ห่ม รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา (สมัครบัดนี้-1ต.ค.61) 25 ก.ย. 2561สิ่งที่ครูอัตราจ้าง....ต้องเจอ 25 ก.ย. 2561การคัดเลือกนักเรียนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 25 ก.ย. 2561สถาบันวิทยาลัยชุมชน ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 25 ก.ย. 2561ทปอ.ชี้แจงระบบทีแคส 62 ให้ครูแนะแนวทั่วประเทศ

เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

  • 21 เม.ย. 2556 เวลา 23:56 น.
  • 1,030 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมจัดเวทีเสวนาโต๊ะกลมเกี่ยวกับแนวคิดการปรับทิศทางของห้องเรียนขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยจะนำแนวคิดจากหนังสือ Flip Your Classroom มาเป็นแนวคิดหลักของการเสวนาในครั้งนี้ ซึ่งแนวคิดของหนังสือดังกล่าวเป็นการปรับทิศทางการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ภายใต้บริบทของเทคโนโลยี ระบบไอซีทีที่ความรู้นั้นมีอยู่ทั่วทุกสถานที่ และสามารถเรียนรู้ได้อยู่ตลอดเวลา
 
     แต่ปัจจุบันกระบวนการเรียนการสอนที่โรงเรียนดำเนินการอยู่คือ ช่วงเวลา 5 นาทีแรกจะเป็นการนำเข้าสู่บทเรียน ช่วง 20 นาทีต่อมาเป็นการบรรยาย อีก 10 นาทีต่อมาเป็นเวลาของการสาธิตและ 5 นาทีสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่ครูตั้งคำถามให้เด็กคิดและตอบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เด็กมีส่วนร่วมในชั้นเรียนน้อยมาก
 
     "หลังจากนี้จะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน และใช้เวลาในห้องเรียน โดยใช้เทคโนโลยีที่มีมาช่วยให้เกิดการประโยชน์คล้ายกับวิธีที่จะใช้แท็บเล็ตเป็นเครื่องมือให้นักเรียนใช้ในการสืบหาข้อมูล และต่อไปเด็กจะมาเรียนโดยมีความพร้อมที่จะตั้งคำถามกับครู หรือพร้อมที่จะเสวนาหรือถกแถลงในชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ครูมอบเป็นการบ้าน กลับไปสืบค้นจากเนื้อหาที่มีอยู่ในแท็บเล็ตได้ ไม่ใช่มาเรียนด้วยสมองว่างเปล่า และรอรับความรู้จากครูซึ่งเป็นวิธีการแบบเดิม"
 
     นายชินภัทร กล่าวและว่า หากปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้สำเร็จจะส่งผลดีต่อโรงเรียนที่มีข้อจำกัดได้ค่อนข้างมากอีกด้วย โดยเฉพาะในโรงเรียนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
     เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.เคยเสนอแนวทางดังกล่าวต่อครูและผู้บริหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับดี เพราะหากเราสามารถปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนได้สำเร็จก็จะส่งผลดี คือ เด็กในพื้นที่สามารถใช้เวลาเรียนกับตนเองมากขึ้น เวลาเรียนต่อวันและสัปดาห์จะลดลง
 
     อย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดที่จะทำรูปแบบนี้ให้เป็นผลสำเร็จได้จะต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐาน สื่อการเรียนการสอนตามหัวข้อ ระบบอินเตอร์เน็ต แผนการสอน โดยเบื้องต้น สพฐ.ได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการสำรวจว่า หากจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวในโรงเรียนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโรงเรียนที่มีความพร้อมกี่แห่ง เพื่อจะได้อบรมพัฒนาครูให้มีความพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนในแนวทางใหม่
 
 
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^