LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 08 ธ.ค. 2559ด่วน!! บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดรับสมัครวุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา จำนวนมาก

เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

  • 21 เม.ย. 2556 เวลา 23:56 น.
  • 916 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมจัดเวทีเสวนาโต๊ะกลมเกี่ยวกับแนวคิดการปรับทิศทางของห้องเรียนขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยจะนำแนวคิดจากหนังสือ Flip Your Classroom มาเป็นแนวคิดหลักของการเสวนาในครั้งนี้ ซึ่งแนวคิดของหนังสือดังกล่าวเป็นการปรับทิศทางการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ภายใต้บริบทของเทคโนโลยี ระบบไอซีทีที่ความรู้นั้นมีอยู่ทั่วทุกสถานที่ และสามารถเรียนรู้ได้อยู่ตลอดเวลา
 
     แต่ปัจจุบันกระบวนการเรียนการสอนที่โรงเรียนดำเนินการอยู่คือ ช่วงเวลา 5 นาทีแรกจะเป็นการนำเข้าสู่บทเรียน ช่วง 20 นาทีต่อมาเป็นการบรรยาย อีก 10 นาทีต่อมาเป็นเวลาของการสาธิตและ 5 นาทีสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่ครูตั้งคำถามให้เด็กคิดและตอบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เด็กมีส่วนร่วมในชั้นเรียนน้อยมาก
 
     "หลังจากนี้จะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน และใช้เวลาในห้องเรียน โดยใช้เทคโนโลยีที่มีมาช่วยให้เกิดการประโยชน์คล้ายกับวิธีที่จะใช้แท็บเล็ตเป็นเครื่องมือให้นักเรียนใช้ในการสืบหาข้อมูล และต่อไปเด็กจะมาเรียนโดยมีความพร้อมที่จะตั้งคำถามกับครู หรือพร้อมที่จะเสวนาหรือถกแถลงในชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ครูมอบเป็นการบ้าน กลับไปสืบค้นจากเนื้อหาที่มีอยู่ในแท็บเล็ตได้ ไม่ใช่มาเรียนด้วยสมองว่างเปล่า และรอรับความรู้จากครูซึ่งเป็นวิธีการแบบเดิม"
 
     นายชินภัทร กล่าวและว่า หากปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้สำเร็จจะส่งผลดีต่อโรงเรียนที่มีข้อจำกัดได้ค่อนข้างมากอีกด้วย โดยเฉพาะในโรงเรียนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
     เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.เคยเสนอแนวทางดังกล่าวต่อครูและผู้บริหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับดี เพราะหากเราสามารถปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนได้สำเร็จก็จะส่งผลดี คือ เด็กในพื้นที่สามารถใช้เวลาเรียนกับตนเองมากขึ้น เวลาเรียนต่อวันและสัปดาห์จะลดลง
 
     อย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดที่จะทำรูปแบบนี้ให้เป็นผลสำเร็จได้จะต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐาน สื่อการเรียนการสอนตามหัวข้อ ระบบอินเตอร์เน็ต แผนการสอน โดยเบื้องต้น สพฐ.ได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการสำรวจว่า หากจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวในโรงเรียนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโรงเรียนที่มีความพร้อมกี่แห่ง เพื่อจะได้อบรมพัฒนาครูให้มีความพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนในแนวทางใหม่
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^