LASTEST NEWS

25 เม.ย. 2560สั่งปิด56หลักสูตร10ม.เอกชน 25 เม.ย. 2560ดึงอำนาจคืนบอร์ด ก.ค.ศ.จัดสอบครูผู้ช่วย 25 เม.ย. 2560"หมอธี"แจงนโยบายหนังสือยืมเรียน 25 เม.ย. 2560กศน.จังหวัดตราด เปิดสอบครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน (สมัคร24-28เม.ย.2560) 25 เม.ย. 2560กศน.จังหวัดตรัง เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูกศน.ตำบล (สมัคร24-28เม.ย.2560) 25 เม.ย. 2560ดาวน์โหลด แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ (ฉบับสมบูรณ์) ปีที่พิมพ์ : ๒๕๖๐ 25 เม.ย. 2560กศน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป (สมัคร1-9พ.ค.2560) 24 เม.ย. 2560เล็งจัดสอบครูผู้ช่วยแบบใหม่ 24 เม.ย. 2560อาชีวะขอแยกเกณฑ์ทำวิทยฐานะ 24 เม.ย. 2560เล็งหารือ ก.ค.ศ.ปรับแนวทางสอบครูผู้ช่วยใหม่

เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

  • 21 เม.ย. 2556 เวลา 23:56 น.
  • 928 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมจัดเวทีเสวนาโต๊ะกลมเกี่ยวกับแนวคิดการปรับทิศทางของห้องเรียนขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยจะนำแนวคิดจากหนังสือ Flip Your Classroom มาเป็นแนวคิดหลักของการเสวนาในครั้งนี้ ซึ่งแนวคิดของหนังสือดังกล่าวเป็นการปรับทิศทางการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ภายใต้บริบทของเทคโนโลยี ระบบไอซีทีที่ความรู้นั้นมีอยู่ทั่วทุกสถานที่ และสามารถเรียนรู้ได้อยู่ตลอดเวลา
 
     แต่ปัจจุบันกระบวนการเรียนการสอนที่โรงเรียนดำเนินการอยู่คือ ช่วงเวลา 5 นาทีแรกจะเป็นการนำเข้าสู่บทเรียน ช่วง 20 นาทีต่อมาเป็นการบรรยาย อีก 10 นาทีต่อมาเป็นเวลาของการสาธิตและ 5 นาทีสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่ครูตั้งคำถามให้เด็กคิดและตอบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เด็กมีส่วนร่วมในชั้นเรียนน้อยมาก
 
     "หลังจากนี้จะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน และใช้เวลาในห้องเรียน โดยใช้เทคโนโลยีที่มีมาช่วยให้เกิดการประโยชน์คล้ายกับวิธีที่จะใช้แท็บเล็ตเป็นเครื่องมือให้นักเรียนใช้ในการสืบหาข้อมูล และต่อไปเด็กจะมาเรียนโดยมีความพร้อมที่จะตั้งคำถามกับครู หรือพร้อมที่จะเสวนาหรือถกแถลงในชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ครูมอบเป็นการบ้าน กลับไปสืบค้นจากเนื้อหาที่มีอยู่ในแท็บเล็ตได้ ไม่ใช่มาเรียนด้วยสมองว่างเปล่า และรอรับความรู้จากครูซึ่งเป็นวิธีการแบบเดิม"
 
     นายชินภัทร กล่าวและว่า หากปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้สำเร็จจะส่งผลดีต่อโรงเรียนที่มีข้อจำกัดได้ค่อนข้างมากอีกด้วย โดยเฉพาะในโรงเรียนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
     เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.เคยเสนอแนวทางดังกล่าวต่อครูและผู้บริหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับดี เพราะหากเราสามารถปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนได้สำเร็จก็จะส่งผลดี คือ เด็กในพื้นที่สามารถใช้เวลาเรียนกับตนเองมากขึ้น เวลาเรียนต่อวันและสัปดาห์จะลดลง
 
     อย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดที่จะทำรูปแบบนี้ให้เป็นผลสำเร็จได้จะต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐาน สื่อการเรียนการสอนตามหัวข้อ ระบบอินเตอร์เน็ต แผนการสอน โดยเบื้องต้น สพฐ.ได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการสำรวจว่า หากจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวในโรงเรียนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโรงเรียนที่มีความพร้อมกี่แห่ง เพื่อจะได้อบรมพัฒนาครูให้มีความพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนในแนวทางใหม่
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เด็กไทยไม่รอครูเติมสมอง สพฐ.ปรับบริบทเรียนรู้เทคโนโลยีช่วยได้

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^