LASTEST NEWS

21 ส.ค. 2560ศธ.ปลดล็อกโยกย้าย ขรก.ไม่ต้องถึงมือกศจ. 21 ส.ค. 2560เตรียมให้อำนาจเบ็ดเสร็จอกศจ.โยกย้ายในจังหวัด 21 ส.ค. 2560ด่วนเลย! สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดสอบรับราชการ 715อัตรา สมัคร28ส.ค.-15ก.ย.60 21 ส.ค. 2560‘กยศ.-กรอ.’ ฟ้องลูกหนี้เพิ่ม 1.4 แสน ค้างจ่าย 1.5 หมื่นล.เผยผู้กู้ผิดนัดพุ่ง 2.1 ล้านราย 21 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว5151 ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือน/ค่าจ้าง/ค่าตอบแทน ครั้งที่ 2 (1ตุลาคม 2560) 21 ส.ค. 2560บรรจุครั้งแรก 100 อัตรา กรมทางหลวง เปิดสอบแข่งขันบรรจุเข้ารับราชการ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 21 ส.ค. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก 85 อัตรา มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย 21 ส.ค. 2560กรมการขนส่งทหารบก เปิดสอบพนักงานราชการ 40 อัตรา (สมัคร28-31ส.ค.60) 20 ส.ค. 2560ทปอ.ยื้อสรุปเปิด-ปิดตามอาเซียน 20 ส.ค. 2560กยศ. เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงาน 16 อัตรา (วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,750บ.)

ชงหลักสูตรปริญญาอาชีวะ 10 เม.ย.บอร์ดใหญ่พิจารณา / คาดหวังแรงงานฝีมือชั้นเลิศ

  • 28 มี.ค. 2556 เวลา 07:58 น.
  • 948 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ชงหลักสูตรปริญญาอาชีวะ 10 เม.ย.บอร์ดใหญ่พิจารณา / คาดหวังแรงงานฝีมือชั้นเลิศ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"พงศ์เทพ" งัดแผนพีอาร์เรียนจบแล้วมีงานทำ 100%
 
     ที่โรงแรมเอเชีย กทม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวมอบนโยบายการดำเนินงานขับเคลื่อนสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งมีคณะกรรมการสภาสถาบันการอาชีวศึกษา 19 สถาบัน ผู้แทนสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร 4 แห่ง และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการชีวศึกษา (สอศ.) เข้าร่วมตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา 36% และสายสามัญศึกษา 64% แต่รัฐบาลวางแนวทางไว้จะต้องยกระดับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาต่อสามัญศึกษา เป็น 50:50 จึงต้องตั้งเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้คนหันมาเรียนสายอาชีพได้
 
     ซึ่งขณะนี้กำลังมีความต้องการบุคลากรด้านสายอาชีพที่มีความสามารถทำงานได้จำนวนมาก ดังนั้นเมื่อวิทยาลัยยกฐานะเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา เปิดสอนระดับปริญญาตรีแล้ว จะต้องวางรากฐานตอนแรกให้ดี ซึ่งจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสภาสถาบันฯ และผู้บริหารว่าจะจัดโครงสร้างและระบบดีหรือไม่ ไม่ใช่จัดสอนไปแล้วกลายมาเป็นการจัดการศึกษาแบบสายสามัญฯ เพราะหากเป็นแบบนั้นไม่ต้องตั้งสถาบันฯ ก็ได้
 
     "จากที่ได้คุยกับนักลงทุนจากต่างประเทศ พบว่าไทยมีพร้อมทุกด้าน แต่มีคำถามว่ามีบุคลากรที่มีฝีมือรองรับเพียงพอหรือไม่ และที่ผ่านมากว่าเด็กจะทำงานได้สถานประกอบการก็ต้องมาเริ่มฝึกงานเองใหม่ ดังนั้น สถาบันฯ จะต้องดึงดูดนักเรียนและผู้ปกครองว่ามาเรียนแล้วจะมีอนาคตที่ดี มีรายได้ไม่น้อยไปกว่าสายสามัญ และมีงานทำทันที 100% ซึ่งนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของประเทศ ไม่ใช่ผลิตตามความต้องการของตนเอง เพราะไม่อยากให้สูญเสียทรัพยากรของชาติโดยเปล่าประโยชน์"รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
 
     นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอให้คณะกรรมการสภาสถาบันฯ ศึกษาข้อกฎหมายใน พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 ให้ดีว่ามีอำนาจหน้าที่อย่างไรบ้าง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่มีได้อย่างถูกต้อง
 
     ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า หลังจากนี้คณะกรรมการสภาสถาบันฯ แต่ละแห่งจะต้องไปพิจารณาหลักสูตรที่ได้มีการยกร่างไว้แล้ว และนำเสนอต่อที่บอร์ด กอศ. ในวันที่ 10 เม.ย.56 เพื่อให้ความเห็นชอบ และเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2556 ทั้งนี้ในปีแรกมีแผนที่จะเปิดรับปริญญาตรี 85 วิทยาลัยใน 19 สถาบันฯ จำนวน 16 สาขาวิชา รับวิทยาลัยละประมาณ 20 คน รวม 1,720 คน โดยแต่ละวิทยาลัยจะเปิดสอน 1 สาขาในวิชาที่พร้อมที่สุด ซึ่งการรับนักศึกษาจะเปิดรับนักศึกษาระดับ ปวส. จากทุกสังกัด และเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ชงหลักสูตรปริญญาอาชีวะ 10 เม.ย.บอร์ดใหญ่พิจารณา / คาดหวังแรงงานฝีมือชั้นเลิศ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^