LASTEST NEWS

21 ก.พ. 2560ข่าวดี! สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เตรียมเปิดรับสมัครนักศึกษาปีการศึกษา 2560 21 ก.พ. 2560คุรุสภาย้ำเกณฑ์ขอใบอนุญาตใหม่ ชี้ต่ออายุ 3 ครั้งได้ตั๋วยาวตลอดชีพ 21 ก.พ. 2560(วุฒิป.ตรีทุกสาขา-ป.โท ทุกสาขา) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 16 อัตรา 20 ก.พ. 2560ด่วนที่สุด! การจัดทำข้อมูลงบประมาณเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูฯ ประจำปี พ.ศ.2560 20 ก.พ. 2560(วุฒิปวส.-ป.ตรีทุกสาขา) สพฐ.เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป (ส่วนกลาง) 10 อัตรา 20 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย ร่นเวลาเร็วขึ้น 10 วันให้แล้วเสร็จเดือนเม.ย. 20 ก.พ. 2560เล็งให้บริษัทประกันดูแลค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ 20 ก.พ. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. 2/2560 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 20 ก.พ. 2560สอศ.บรรจุครูผู้ช่วยอาชีวะรอบที่ 6 20 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.ปรับปฏิทินสอบครูผู้ช่วยสพฐ.เร็วขึ้น

วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

  • 27 มี.ค. 2556 เวลา 09:05 น.
  • 965 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตัวชี้วัดหลักสูตรเคร่งบูรณาการยาก จี้ ศธ.ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
 
นายวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยโครงการวิจัยยุทธศาสตร์การปฏิรูป การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างความรับผิดชอบ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า จากการวิจัยโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาแกนกลางของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่า เนื้อหาหลักสูตรแกนกลางปีการศึกษา 2551 ที่จัดทำขึ้นล่าสุดนั้น มีการสอดแทรกแนวคิดการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เข้าไปมากขึ้น แต่ตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินผลตามตัวชี้วัดในมาตรฐานการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มมีความละเอียดและซ้ำซ้อน ส่งผลให้เนื้อหาหลักสูตรที่เรียนในแต่ละโรงเรียนไม่แตกต่างกัน เพราะจะต้องปฏิบัติตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เช่น วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ป.1-6 ยังอยู่ที่เรื่องการแนะนำ แสดงให้เห็นว่าความซ้ำซ้อนของเนื้อหาว่ามีค่อนข้างมาก ทั้งตัวชี้วัดก็มีความละเอียดมาก ทำให้การสอนเชิงบูรณาการทำได้ยาก
 
แท็บเล็ต ป.1

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
 
“โครงสร้างชั่วโมงเรียนของเด็กไทย พบว่า เด็กประถมเรียนไม่เกิน 1,000 ชั่วโมง ม.ต้นไม่เกิน 1,200 ชั่วโมง ม.ปลาย ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง เทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีชั่วโมงเรียนเฉลี่ยของนักเรียนอยู่ที่ประมาณ 700-800 ชั่วโมงต่อปีเท่านั้น ดังนั้น นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะให้ลดชั่วโมงเรียนของเด็ก จำเป็นต้องพิจารณาเนื้อหาและวิธีการสอนของครูด้วยว่าควรปฏิบัติอย่างไร โดยอาจเน้นเฉพาะการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นจากการเรียนในแต่ละวิชา ควบคู่กับการสอนผ่านโครงงานเพื่อให้เด็กฝึกปฏิบัติจริง และสามารถใช้เวลาในการเรียนรู้นอกห้องเรียนได้มากขึ้น” นายวรพจน์กล่าวและว่า สำหรับเนื้อหาการเรียนผ่านแท็บเล็ตพบว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนยังทำได้ไม่ดี เนื้อหาเน้นการแปลงจากหนังสือเรียนมาเป็นไฟล์พีดีเอฟ ดังนั้น ศธ.ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เช่น เทคนิคเสมือนจริง เพื่อเรียนรู้แผ่นดินไหว ซึ่งเด็กจะเห็นภาพ 3 มิติ หรือภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^