LASTEST NEWS

22 ม.ค. 2561คุรุสภาประกาศแนวทาง ส่งเสริมเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครู 22 ม.ค. 2561ขู่ตัดงบฯ"หลักสูตรห่วย"ฝืนเปิดรับนศ. 22 ม.ค. 2561ตะลึง! ศธ.ปล่อยครูกู้ยาวถึงอายุ 126 ปี ผ่อนชำระหนี้ 519 งวด 22 ม.ค. 2561วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร22-26มกราคม2561 22 ม.ค. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีไทย - เอเชีย รับสมัครครู 7 อัตรา (สมัครบัดนี้-31ม.ค.61) 22 ม.ค. 2561โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ (สมัคร25-31ม.ค.61) 22 ม.ค. 2561"บิ๊กตู่"วางระบบขรก.ใหม่ ให้ผู้น้อยประเมินงานเจ้านาย 21 ม.ค. 2561ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครพนักงาน วุฒิป.ตรีทุกสาขา(เงินเดือน28,500++บาท) 21 ม.ค. 2561อัดเกณฑ์ย้ายครู สพฐ.ทำศึกษาชาติดิ่งเหว 21 ม.ค. 2561สพป.นราธิวาส เขต 1 เปิดสอบบุคลากรคณิตศาสตร์ จำนวน 4 อัตรา

วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

  • 27 มี.ค. 2556 เวลา 09:05 น.
  • 1,007 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตัวชี้วัดหลักสูตรเคร่งบูรณาการยาก จี้ ศธ.ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
 
นายวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยโครงการวิจัยยุทธศาสตร์การปฏิรูป การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างความรับผิดชอบ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า จากการวิจัยโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาแกนกลางของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่า เนื้อหาหลักสูตรแกนกลางปีการศึกษา 2551 ที่จัดทำขึ้นล่าสุดนั้น มีการสอดแทรกแนวคิดการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เข้าไปมากขึ้น แต่ตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินผลตามตัวชี้วัดในมาตรฐานการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มมีความละเอียดและซ้ำซ้อน ส่งผลให้เนื้อหาหลักสูตรที่เรียนในแต่ละโรงเรียนไม่แตกต่างกัน เพราะจะต้องปฏิบัติตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เช่น วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ป.1-6 ยังอยู่ที่เรื่องการแนะนำ แสดงให้เห็นว่าความซ้ำซ้อนของเนื้อหาว่ามีค่อนข้างมาก ทั้งตัวชี้วัดก็มีความละเอียดมาก ทำให้การสอนเชิงบูรณาการทำได้ยาก
 
แท็บเล็ต ป.1

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
 
“โครงสร้างชั่วโมงเรียนของเด็กไทย พบว่า เด็กประถมเรียนไม่เกิน 1,000 ชั่วโมง ม.ต้นไม่เกิน 1,200 ชั่วโมง ม.ปลาย ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง เทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีชั่วโมงเรียนเฉลี่ยของนักเรียนอยู่ที่ประมาณ 700-800 ชั่วโมงต่อปีเท่านั้น ดังนั้น นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะให้ลดชั่วโมงเรียนของเด็ก จำเป็นต้องพิจารณาเนื้อหาและวิธีการสอนของครูด้วยว่าควรปฏิบัติอย่างไร โดยอาจเน้นเฉพาะการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นจากการเรียนในแต่ละวิชา ควบคู่กับการสอนผ่านโครงงานเพื่อให้เด็กฝึกปฏิบัติจริง และสามารถใช้เวลาในการเรียนรู้นอกห้องเรียนได้มากขึ้น” นายวรพจน์กล่าวและว่า สำหรับเนื้อหาการเรียนผ่านแท็บเล็ตพบว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนยังทำได้ไม่ดี เนื้อหาเน้นการแปลงจากหนังสือเรียนมาเป็นไฟล์พีดีเอฟ ดังนั้น ศธ.ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เช่น เทคนิคเสมือนจริง เพื่อเรียนรู้แผ่นดินไหว ซึ่งเด็กจะเห็นภาพ 3 มิติ หรือภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น.
 
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^