LASTEST NEWS

22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ (ต่อ) 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ 22 มิ.ย. 2560รับเยอะ 12 อัตรา สพม.19 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูวิทย์คณิต ครูขั้นวิกฤต ครูพักนอน ครูธุรการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสวนอนันต์ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนวัดราชบพิธ รับสมัครบรรณารักษ์ เงินเดือน 15,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม รับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงาน (ไม่ใช้วุฒิครู) เงินเดือน 15,000บาท 22 มิ.ย. 2560"ชัยพฤกษ์" ดูแลครูรับผลกระทบวิทยฐานะใหม่ 22 มิ.ย. 2560ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 317/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 20 มิถุนายน 2560 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านหนองยาง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขาวิชาเอก 21 มิ.ย. 2560(วุฒิม.6 ขึ้นไป) ไม่ต้องมีวุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการ ครูพี่เลี้ยง เงินเดือน10,430บาท

วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

  • 27 มี.ค. 2556 เวลา 09:05 น.
  • 978 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตัวชี้วัดหลักสูตรเคร่งบูรณาการยาก จี้ ศธ.ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
 
นายวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยโครงการวิจัยยุทธศาสตร์การปฏิรูป การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างความรับผิดชอบ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า จากการวิจัยโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาแกนกลางของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่า เนื้อหาหลักสูตรแกนกลางปีการศึกษา 2551 ที่จัดทำขึ้นล่าสุดนั้น มีการสอดแทรกแนวคิดการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เข้าไปมากขึ้น แต่ตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินผลตามตัวชี้วัดในมาตรฐานการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มมีความละเอียดและซ้ำซ้อน ส่งผลให้เนื้อหาหลักสูตรที่เรียนในแต่ละโรงเรียนไม่แตกต่างกัน เพราะจะต้องปฏิบัติตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เช่น วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ป.1-6 ยังอยู่ที่เรื่องการแนะนำ แสดงให้เห็นว่าความซ้ำซ้อนของเนื้อหาว่ามีค่อนข้างมาก ทั้งตัวชี้วัดก็มีความละเอียดมาก ทำให้การสอนเชิงบูรณาการทำได้ยาก
 
แท็บเล็ต ป.1

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
 
“โครงสร้างชั่วโมงเรียนของเด็กไทย พบว่า เด็กประถมเรียนไม่เกิน 1,000 ชั่วโมง ม.ต้นไม่เกิน 1,200 ชั่วโมง ม.ปลาย ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง เทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีชั่วโมงเรียนเฉลี่ยของนักเรียนอยู่ที่ประมาณ 700-800 ชั่วโมงต่อปีเท่านั้น ดังนั้น นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะให้ลดชั่วโมงเรียนของเด็ก จำเป็นต้องพิจารณาเนื้อหาและวิธีการสอนของครูด้วยว่าควรปฏิบัติอย่างไร โดยอาจเน้นเฉพาะการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นจากการเรียนในแต่ละวิชา ควบคู่กับการสอนผ่านโครงงานเพื่อให้เด็กฝึกปฏิบัติจริง และสามารถใช้เวลาในการเรียนรู้นอกห้องเรียนได้มากขึ้น” นายวรพจน์กล่าวและว่า สำหรับเนื้อหาการเรียนผ่านแท็บเล็ตพบว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนยังทำได้ไม่ดี เนื้อหาเน้นการแปลงจากหนังสือเรียนมาเป็นไฟล์พีดีเอฟ ดังนั้น ศธ.ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เช่น เทคนิคเสมือนจริง เพื่อเรียนรู้แผ่นดินไหว ซึ่งเด็กจะเห็นภาพ 3 มิติ หรือภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : วิจัยพบเนื้อหาแท็บเล็ตไม่หนุนการสอน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^