LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี

'ครูยุ่น'แนะ ศธ.รื้อระเบียบลงโทษ ป้องเหตุรุนแรงในเด็ก

  • 14 มี.ค. 2556 เวลา 12:27 น.
  • 1,052 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
'ครูยุ่น'แนะ ศธ.รื้อระเบียบลงโทษ ป้องเหตุรุนแรงในเด็ก

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"ครูยุ่น" แนะ ก.ศึกษา รื้อระเบียบลงโทษ ป้องกันเหตุความรุนแรงในเด็ก หลังเกิดเหตุเด็ก ป.1 ทำร้ายอนุบาลสาหัส ชี้ผู้ปกครอง 2 ฝ่ายควรได้รับคำแนะนำจากจิตแพทย์เด็กมาใช้ฟื้นฟูจิตใจ ส่วนบทลงโทษควรมีการกำหนดช่วงอายุวัย เน้นเชิญผู้ปกครองรับทราบปัญหา และมีการประเมินผล 
 
"ครูยุ่น" นายมนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก กล่าวถึง กรณีเด็ก ป.1 ทำร้ายเด็กอนุบาลจนสาหัสกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า สิ่งที่เด็กทำลงไป ส่วนตัวมองว่าเด็กไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ ​แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจจะซึมซับมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน การเลียนแบบจากสิ่งที่เห็น ซึ่งสิ่งที่ทำให้เด็กซึมซับได้มากที่สุด ก็คือชีวิตจริงของเด็ก ซึ่งตรงนี้มองว่าอาจจะเป็นเป็นค่านิยม การเป็นผู้ชนะ ชนะแล้วมีความสุข การกดขี่คนอื่นให้ต่ำกว่า ส่วนเรื่องการเลียนแบบจากทีวีนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่สาเหตุหลัก
 
นายมนตรี กล่าวต่อว่า ค่านิยมความรุนแรง มันเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรา เช่น ในโรงเรียน ที่บ้าน สังคมใกล้บ้าน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มาจากตัวเด็ก แต่มาจากผู้ใหญ่ทำให้เห็น อีกทั้งความเหลื่อมล้ำทางสังคมก็มีผลทำให้เด็กสะท้อนมาในรูปแบบความรุนแรง สิ่งที่ควรทำคือก่อนอื่นต้องทำให้เด็กทุกคนอยู่ในสถานะเท่าเทียมกันก่อน 
 
"สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สภาพจิตใจของเด็กทั้งสองคน คนที่เป็นผู้กระทำเชื่อว่าสภาพจิตใจ ณ ตอนนี้ก็คงย่ำแย่ เพราะเชื่อว่าอาจจะถูกคำพิพากษาจากสังคมใกล้บ้านหรือสังคมโรงเรียน มองว่าเป็นคนโหดร้ายไปแล้ว ซึ่งเด็กๆ มีสังคมไม่มากเหมือนกับผู้ใหญ่ ดังนั้น สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องทำคือการเข้าไปดูแลจิตใจ ขณะเดียวกันผู้ถูกกระทำ ก็อาจจะเกิดการหวาดผวากับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ทางครอบครัวต้องเข้ามาช่วย โดยเด็กทั้งสองฝ่าย ควรจะไปปรึกษาหาคำแนะนำจากจิตแพทย์เด็กเพื่อมาดูแลบุตรหลานฟื้นฟูจิตใจให้หายป่วยให้ได้ ซึ่งโรคทางจิตใจอาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า" ครูยุ่น กล่าว
 
นอกจากนี้ ครูยุ่น ยังกล่าวถึงบทลงโทษ หากเด็กกระทำผิดว่า สำหรับบทลงโทษนั้น ในทางกฎหมายอายุต่ำกว่า 7 ปี ก็ถือว่าไม่ผิด อย่างไรก็ตาม การลงโทษในสถานศึกษานั้น ทาง ก.ศึกษาฯ ก็มีการกำหนดไว้ คือ การกล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ หรือ ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่วนตัวมองว่า ยังเป็นการเขียนที่กว้าง ทางที่ดี ควรจะมีการกำหนดการลงโทษตามอายุและวัยของเด็กด้วย ซึ่งการลงโทษแต่ละอย่างบางครั้งช่วงวัยมันก็มีผลกับความรู้สึก เช่น การตัดคะแนน เด็กมัธยมอาจจะมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกัน เด็กอนุบาล ก็อาจจะมีความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคำนึงถึง แต่ทั้งนี้ การลงโทษควรจะมีการเชิญผู้ปกครองมารับทราบปัญหาด้วย โดยเฉพาะหากเรื่องเกิดขึ้นกับเด็ก และหลังการลงโทษแล้วควรจะมีการประเมินผลด้วย เพื่อจะได้มีการนำมาปรับใช้ 
 
"อีกเรื่องที่สำคัญคือ อยากให้รัฐบาล โดย ก.วัฒนธรรม มีการรณรงค์ที่จริงจังเกี่ยวกับการไม่ใช้ความรุนแรง ที่ผ่านมา เคยเห็นการรณรงค์เข้าคิว รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ แต่เรื่องความรุนแรงมันไม่ใช่วัฒนธรรมของไทย ก.วัฒนธรรม ต้องทำให้เห็นว่าความรุนแรงมันเป็นเรื่องเลวร้าย" ครูยุ่น กล่าว.
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : 'ครูยุ่น'แนะ ศธ.รื้อระเบียบลงโทษ ป้องเหตุรุนแรงในเด็ก

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^