LASTEST NEWS

27 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ระนอง ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.สมุทรปราการ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560แชร์ด่วน! กรมสรรพากร เปิดสอบแข่งขันเข้ารับราชการ 515 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 5-30 พฤษภาคม 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.สิงห์บุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.กาฬสินธุ์ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560หจก.เอส วี ดี คอมฯ เชิญร่วมงานสัมมนา เชิงปฏิบัติการบริหารจัดการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วย iBSG

ประเดิมลงดาบครูผช.โฉ่ เด้ง-สอบ7ราย "ผอ.-รอง" เขตขอนแก่น ปรับผัง-แก้บัตรอุตลุด ส่อเปิดช่องเอื้อ "มือยิง"

  • 13 มี.ค. 2556 เวลา 06:38 น.
  • 2,349 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ประเดิมลงดาบครูผช.โฉ่ เด้ง-สอบ7ราย "ผอ.-รอง" เขตขอนแก่น ปรับผัง-แก้บัตรอุตลุด ส่อเปิดช่องเอื้อ "มือยิง"

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

(ที่มา:ข่าวหน้า 1 มติชนรายวัน 12 มี.ค.2556) 
 
"ดีเอสไอ"ลุยซัก กก.คุมห้องสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยโซนอีสาน หาหลักฐานล่า"มือยิงคำตอบ" ระบุ"อุดรฯ-ยโสธร-ชัยภูมิ-ขอนแก่น"โกงชัด เตรียมชง ศธ.ยกเลิกรายเขตพื้นที่ "ชินภัทร"เด้ง"ผอ.-รอง ผอ." สพป.ขอนแก่น เขต 3
 
ความคืบหน้ากรณีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ส่งเอกสาร "ลับ" ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ว12 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีความเชื่อมโยงของขบวนการตั้งแต่ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการสำนักในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เครือข่ายทุจริตในพื้นที่ ที่มีทั้งระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) นักการเมืองท้องถิ่น ไปจนถึงนักการเมืองระดับชาตินั้น
 
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าขบวนการทุจริตชุดดังกล่าวเตรียมแก้มือในการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีทั่วไปในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยอาจมีการทุจริตครั้งใหญ่เพื่อให้พนักงานราชการที่จ่ายเงินแล้ว แต่สอบตก ได้สอบคัดเลือกผ่านนั้น จากการหารือกับนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รวมทั้งเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ตนได้ให้นโยบายแนวทางการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยครั้งใหม่ ว่าควรให้สถาบันวิชาการหรือมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อสอบ ตรวจข้อสอบ และจัดส่งข้อสอบ เพื่อทุกฝ่ายจะได้สบายใจ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยให้สถาบันเหล่านี้ดำเนินการ และมีปัญหาน้อยกว่า จึงมอบให้เลขาธิการ กพฐ.ไปติดต่อ ว่าจะมีสถาบันหรือมหาวิทยาลัยใดรับดำเนินการได้ เพื่อให้การจัดสอบไม่ล่าช้า เพราะจะกระทบกับโรงเรียนเอกชนได้ ฉะนั้น ต้องพยายามจัดสอบให้เร็ว โรงเรียนเอกชนจะได้หาครูมาทดแทนที่ลาออกมาสอบครูผู้ช่วยได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน
 
นายพงศ์เทพกล่าวต่อว่า ส่วนการสมัครสอบคัดเลือกนั้น เบื้องต้นได้ให้แนวทางว่าจะให้สมัครสอบได้หลายแห่ง แต่เมื่อปิดรับสมัครต้องแจ้งว่าจะสอบที่ไหน เมื่อแจ้งข้อมูลแล้วจะถูกตัดชื่อในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่ได้เลือกออก เหลือชื่อเข้าสอบเพียงเขตพื้นที่ฯเดียว วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริตเข้าสอบแทนกันอีก อย่างไรก็ตาม แนวทางทั้งหมดนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุม ก.ค.ศ.ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาวาระการยกเลิกผลการสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมาด้วย
 
"สำหรับกรณีที่ดีเอสไอจะเรียกสอบสวนผู้สอบติดครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมาที่มีคะแนนสูงผิดปกติ จำนวน 486 รายนั้น สมควรต้องเรียกสอบ เพราะบางคนได้เกือบเต็ม ซึ่งปกติแล้วไม่มีใครได้คะแนนแบบนี้ เพราะนอกจากคะแนนผิดปกติแล้ว ยังมีความผิดปกติอื่นๆ ที่ดีเอสโอจะต้องไปสอบด้วย เช่น ผู้สอบมีถิ่นฐานบ้านอยู่อีกเขตพื้นที่หนึ่งและเก่งขนาดนี้ ทำไมต้องไปสมัครสอบในเขตพื้นที่ที่ไกลออกไปถึง 300-400 กิโลเมตร ซึ่งเห็นอยู่ว่าผิดปกติ ไม่น่าจะเก่ง และสอบได้เอง ทั้งนี้ ผู้มีคะแนนสูงผิดปกติทั้ง 486 ราย จะต้องไปตรวจสอบดูคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การรับสมัครคัดเลือกว่ายังสามารถสมัครได้หรือไม่ด้วย โดยจะให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาอย่างรัดกุม" นายพงศ์เทพกล่าว
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเอกสารลับของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่มีนายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน ระบุว่ามีการแอบอ้างของขบวนการทุจริตว่า จะหาเงินส่งรัฐมนตรี ศธ.นั้น นายพงศ์เทพกล่าวว่า ต้องตรวจสอบให้หมดว่าเป็นรัฐมนตรีคนไหน เพราะตนและนายเสริมศักดิ์บอกชัดเจนว่า เรื่องนี้ต้องเอาจริง และทำอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ยืนยันได้ว่าตนและนายเสริมศักดิ์ไม่ไปยุ่งเกี่ยว ฉะนั้น ถ้าแอบอ้างรัฐมนตรีคนไหนก็จะตรวจสอบให้เต็มที่ และข้าราชการคนไหนที่แอบอ้างจะถูกดำเนินการด้วย ซึ่งใครที่ทุจริตนำข้อสอบไปเผยแพร่และเรียกเงินจากผู้สมัครสอบ จะต้องถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรง และผิดอาญาด้วย
 
เมื่อถามว่า กรณีมีกระแสข่าวกล่าวหามีนักการเมืองระดับชาติใน จ.ขอนแก่น ถูกเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตครั้งนี้ ถ้าเป็นนักการเมืองที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย (พท.) จะต้องถูกดำเนินการหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า จะต้องตรวจสอบทั้งหมด โดยดีเอสไอจะต้องไปตรวจสอบว่าเป็นใคร และเมื่อส่งข้อมูลผลการสอบสวนมาให้ ศธ.จะดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีอาญาอยู่ที่ดีเอสไอ ไม่ใช่อยู่ที่ ศธ. ตนอยากให้ดีเอสไอ รวมทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาดำเนินการอย่างเต็มที่ ใครที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาและวินัย
 
ด้านนายชินภัทรกล่าวว่า สพฐ.ได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตการสอบครูผู้ช่วยจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดที่ สพฐ.แต่งตั้งแล้ว ซึ่งข้อมูลชัดเจนมากขึ้นกรณีมีการทุจริตสอบที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 3 ที่มีกรณีของผู้เข้าสอบแทนกัน 2 ราย โดยผลการตรวจสอบพบความผิดปกติมากขึ้น แสดงว่าการตรวจตราผู้เข้าสอบไม่ได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ชัดเจนให้คณะกรรมการกำกับห้องสอบตรวจสอบว่าผู้เข้าสอบเป็นบุคคลเดียวกับผู้สมัครสอบ โดยดูรูปถ่ายจากบัตรประจำตัวผู้สอบ และลายมือชื่อของผู้เข้าสอบ ดังนั้น การตรวจสอบโดยกรรมการคุมสอบไม่ได้ทำตามแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ ทั้งยังตรวจพบว่าในบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบทั้ง 2 รายที่มีผู้เข้าไปสอบแทน มีรอยประทับตราของ สพป.ขอนแก่น เขต 3 ซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง จึงพบพิรุธเกี่ยวกับรูปถ่ายและตราประทับของเขตพื้นที่ฯ โดยนำรูปถ่ายมาติดในบัตรผู้สมัครสอบเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำให้รอยประทับไม่ซ้ำที่รอยเดิม
 
นายชินภัทรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบพิรุธการจัดที่นั่งสอบ ซึ่งปกติต้องจัดแบบวนลูกศรในทิศทางจากหน้าห้องไปหลังห้อง และสลับหลังห้องมาด้านหน้า แต่ทางเขตพื้นที่ฯจัดผังที่นั่งใหม่โดยเรียงหน้ากระดานจากซ้ายไปขวา ซึ่งไม่เป็นไปตามแบบแผนที่กำหนด ฉะนั้น ต้องไปตรวจสอบให้ละเอียดว่า เป็นคำสั่งจากใคร ทั้งนี้ จากหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมได้ มีข้อมูลเพียงพอที่จะโยงใยระหว่างบุคคลในเขตพื้นที่ฯกับบุคคลที่ปลอมตัวเข้าสอบแทนกัน จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ สพฐ.เสนอแนวทางดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ และตนเห็นชอบตามที่เสนอ 
 
"คือผมได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง 7 ราย ได้แก่ ผู้อำนวยการ สพป.ขอนแก่น เขต 3, รองผู้อำนวยการ สพป.ขอนแก่น เขต 3 ที่รับผิดชอบการบริหารงานบุคคล, ผู้อำนวยการกลุ่มบุคคลประจำ สพป.ขอนแก่น เขต 3 และผู้ที่ทำหน้าที่กรรมการคุมสอบอีก 4 คน และในระหว่างนี้จะออกคำสั่งให้ย้ายผู้อำนวยการ สพป.ขอนแก่น เขต 3 และรองผู้อำนวยการ สพป.ขอนแก่น เขต 3 ออกจากพื้นที่มาช่วยราชการที่ สพฐ. เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้สอบหาข้อมูลอย่างครบถ้วนจากบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ จากผลการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ออกมาเบื้องต้นพบว่า บุคคลทั้ง 7 คน ส่อว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับการทุจริตที่เกิดขึ้น จึงต้องตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง" นายชินภัทรกล่าว
 
นายชินภัทรกล่าวอีกว่า ผู้ที่อยู่ในเขตพื้นที่ฯใดก็ตาม หากมีข้อมูลหรือเบาะแสการทุจริตเกี่ยวข้องกับผู้บริหารหรือบุคลากรในเขตพื้นที่ฯใด หรือเกี่ยวข้องกับบุคลากรในส่วนกลาง ขอให้แจ้งข้อมูลและเบาะแสมายัง สพฐ. หรือแจ้งมาที่นายสุเทพ ชิตยวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง สพฐ.พร้อมจะตรวจสอบโดยจะไม่ยกเว้นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงอยากให้ทุกคนให้ความร่วมมือ เพราะการดำเนินการครั้งนี้ต้องการให้เกิดความสุจริตเกิดขึ้นในระบบการบริหารงานบุคคล ซึ่งต้องอาศัยทุกฝ่ายร่วมกันขจัดการทุจริตให้หมดสิ้นไป
 
นายชินภัทรกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่พบว่าการสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมามีผู้เข้าสอบเพียง 9,000 กว่าคน จากยอดสมัครกว่า 18,000 คนนั้น เป็นข้อมูลที่ปรากฏในระดับเขตพื้นที่ฯทาง สพฐ.ไม่ได้รับรายงานข้อมูลในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้สละสิทธิไม่เข้าสอบครั้งนี้ อาจเป็นไปตามที่อ้างว่าเป็นการสมัครเผื่อไว้ เพื่อจะดูว่าที่ไหนอัตราการแข่งขันน้อยกว่าก็จะไปสอบที่นั่นแทน
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า สพฐ.จะตรวจสอบกรณีเอกสารลับของ ศธ.พบความเชื่อมโยงของผู้บริหารระดับผู้อำนวยการสำนักใน สพฐ. กับผู้อำนวยการโรงเรียนในเขตพื้นที่ฯหรือไม่ นายชินภัทรกล่าวว่า ขอให้มีข้อมูลหลักฐานที่พอระบุความเชื่อมโยง หากยังไม่มี สพฐ.จะดูเฉพาะความรับผิดชอบที่ดูแล แต่หากสุดท้ายมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับใคร ก็จะดำเนินการโดยไม่ยกเว้น
 
นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนการทุจริตการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ชุดสอบสวนอยู่ระหว่างการลงพื้นที่สอบปากคำกรรมการคุมห้องสอบในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อยืนยันว่ามีบุคคลที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่า เป็นมือยิงคำตอบมาเข้าสอบแทนผู้สมัครสอบรายอื่นจริงหรือไม่ จะได้ปิดประเด็นต้องสงสัยเป็นรายไป ส่วนจังหวัดที่พบปัญหามีการทุจริตชัดเจน เช่น อุดรธานี ยโสธร ชัยภูมิ และขอนแก่น ดีเอสไอจะเสนอให้ทาง ศธ.พิจารณายกเลิกการสอบเป็นรายเขตพื้นที่การศึกษาไป 
 
วันเดียวกัน ในการประชุมวุฒิสภา มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เป็นประธาน โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช อดีตประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้ขอหารือว่า ตามที่รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ได้ส่งเรื่องให้ดีเอสไอตรวจสอบการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย ตนมีความห่วงใยและขอเสนอแนะต่อรัฐบาลว่า จะต้องเอาจริงเอาจังและเร่งหาคนทุจริตมาลงโทษอย่างเฉียบขาด ต้องสาวไปให้ถึงคนที่อยู่ในขบวนการ และต้องนำตัวการใหญ่มาลงโทษให้ได้ ทั้งนี้ ต้องจำแนกตัวบุคคลและเขตพื้นที่การศึกษา หากบุคคลใดหรือเขตพื้นที่ใดไม่ได้กระทำทุจริตก็ต้องให้ความคุ้มครองด้วย
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ประเดิมลงดาบครูผช.โฉ่ เด้ง-สอบ7ราย "ผอ.-รอง" เขตขอนแก่น ปรับผัง-แก้บัตรอุตลุด ส่อเปิดช่องเอื้อ "มือยิง"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^