รัฐบาลสั่งด่วน! ราชการ-รัฐวิสาหกิจ Work from Home ทันที งดดูงาน ตปท. นำร่องประหยัดพลังงาน
สรุปประเด็นด่วน: นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการเตรียมความพร้อมรับมือความผันผวนด้านพลังงานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเริ่มมาตรการ Work from Home ทันที (เฉพาะส่วนที่ไม่กระทบงานบริการประชาชน) และงดการเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ ยืนยันน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ ไม่ต้องตื่นตระหนก

สั่งราชการนำร่องลดใช้พลังงาน ยันน้ำมันสำรองมีพอ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของพลังงานโลก นายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home ในทันที เฉพาะในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งให้งดการเดินทางไปศึกษาดูงานหรืออบรมในต่างประเทศ โดยให้ปรับเปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน
ด้าน นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกฯ ชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่า ปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้จัดตั้งศูนย์ Energy ICS เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมทั้งสิ้นถึง 8,055 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันเฉลี่ยที่ 124 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลจึงขอความร่วมมือภาครัฐให้เป็น "ต้นแบบ" ในการลดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางปฏิบัติด้านการลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ
- การใช้เครื่องปรับอากาศ: ตั้งอุณหภูมิที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส
- การแต่งกาย: อนุญาตให้ใส่เสื้อแขนสั้น และงดการใส่สูทผูกไท (ยกเว้นงานพิธีการ)
- การใช้ไฟฟ้าและอาคาร: ปิดไฟและอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น, ใช้โหมด Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์, ลดการใช้ลิฟต์โดยส่งเสริมการใช้บันไดในระยะใกล้
- การทำงานและการประชุม: ลดการใช้กระดาษ ส่งเสริมระบบ e-Document, ประชุมผ่านระบบออนไลน์ และ Work from Home ตามความเหมาะสม
- การเดินทาง: ตรวจสอบสภาพรถยนต์, ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม, ส่งเสริมการใช้รถร่วมกัน (Car Pool) และวางแผนการเดินทาง
แผนสำรองหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์มีความรุนแรงกระทบต่อการจัดหาพลังงาน โดยอาจเสนอมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น การงดใช้ไฟฟ้าสำหรับป้ายโฆษณา ป้ายชื่อร้านค้า หรือสถานที่ธุรกิจหลังเวลา 22.00 น. รวมถึงอาจกำหนดเวลาปิดสถานีบริการน้ำมันในเวลา 22.00 น. (ยกเว้นสถานีบนทางหลวงหลัก)
เป้าหมายของมาตรการ: หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันลดการใช้น้ำมันและไฟฟ้าลงได้ร้อยละ 5 จะช่วยประเทศประหยัดน้ำมันได้ถึง 3.3 แสนลิตรต่อเดือน (ประหยัดงบประมาณ 10.45 ล้านบาท) และลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 31 ล้านหน่วยต่อเดือน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับคลิกที่นี่

