LASTEST NEWS

17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง 17 ส.ค. 2560มอบ ผอ.เขตเป็น CEO จัดระเบียบอบรมครู 17 ส.ค. 2560การตัดโอนตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและเงินอื่นที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ (ครั้งที่ 1) 17 ส.ค. 2560เด็กไทยคว้าแชมป์ 7 ประเภท แข่งหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน 17 ส.ค. 2560ฝาแฝด 13 คู่เข้า โรงเรียนเดียวกัน 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านแช่ช้าง(เทพนานุกูล) รับสมัคร ครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ (มีบ้านพักครู) 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านอากาศ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร15-20ส.ค.2560 17 ส.ค. 2560"สมพงษ์" ชงสลายกรม หวังปฏิรูปแบบพลิกหน้ามือ 16 ส.ค. 2560ข่าวดี! กศจ.สุรินทร์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 224 อัตรา - รายงานตัว 25ส.ค.60 16 ส.ค. 2560"หมอธี"รับโยกย้าย ศธ.มีคนในใจแล้ว

อยากรู้ไหมว่า คำขวัญวันเด็กตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ปีใดโดนใจเด็กมากที่สุด

  • 10 ม.ค. 2556 เวลา 21:37 น.
  • 2,424 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
อยากรู้ไหมว่า คำขวัญวันเด็กตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ปีใดโดนใจเด็กมากที่สุด

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เอแบคโพล เผยเด็กไทยชื่นชอบคำขวัญวันเด็กปี 16 “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” ของจอมพลถนอมมากสุด ส่วนคำขวัญปี 56 ของ "ยิ่งลักษณ์" รัั้งที่ 2 ซึ่งต่างมองว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้แก้ปัญหาเด็กอย่างจริงจังต่อเนื่อง อยากให้ผู้ใหญ่ทำดีให้เด็กดู ซื่อสัตย์ ไม่โกง และไม่แตกแยก เลิกทะเลาะกัน...
 
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2556 ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง "เด็กๆ ชื่นชอบคำขวัญวันเด็กของนายกรัฐมนตรีคนใดมากที่สุด"

โดยนำคำขวัญวันเด็กตั้งแต่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปี พ.ศ.2499 จนถึงยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ในปี 2556 มาให้เลือกว่าชื่นชอบหรือไม่ โดยไม่มีการระบุชื่อว่าเป็นคำขวัญวันเด็กของนายกรัฐมนตรีท่านใด

พบว่า คำขวัญวันเด็กในปี 2516 ของจอมพลถนอม กิตติขจร ที่ระบุว่า

“เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ”


ได้รับความชื่นชอบมากที่สุดคือ ร้อยละ 89.6

รองลงมาคือคำขวัญวันเด็กของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในปี 2556 ที่ระบุว่า

"รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน"

ได้ร้อยละ 88.9 
 
ส่วนคำขวัญวันเด็กของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในปี 2555 ที่ระบุว่า

"สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี"

ได้ร้อยละ 88.0

รองลงมาคำขวัญวันเด็กในปี 2539 ของนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ว่า

"มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด"

และคำขวัญวันเด็กในปี 2520 ของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ที่ระบุว่า

"รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย"

ตามลำดับ 
 
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.0 ระบุว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้แก้ปัญหาเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง และไม่ต่อเนื่อง

ในขณะที่ร้อยละ 44.0 ระบุว่ารัฐบาลได้แก้ปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่องแล้ว

นอกจากนี้ เด็กๆ ยังได้ระบุสิ่งที่อยากขอจากผู้ใหญ่ในประเทศในโอกาสวันเด็กที่จะมาถึงนี้ ซึ่งตอบได้มากกว่า 1 ข้อ
- โดยร้อยละ 60.0 ระบุทำดีให้เด็กดูก่อน อย่าโทษแต่เด็ก
- รองลงมาร้อยละ 57.9 ระบุขอให้ผู้ใหญ่มีความซื่อสัตย์ เลิกคดโกง
- ร้อยละ 56.2 ระบุช่วยกันพัฒนาประเทศ ไม่แบ่งฝ่าย ไม่แตกแยก
- ร้อยละ 56.0 ระบุช่วยกันทำให้สังคมไทยสงบสุข
- ร้อยละ 55.2 ขอให้รับฟังและเข้าใจเด็กมากขึ้น และ
- ร้อยละ 54.4 อยากให้ผู้ใหญ่เลิกทะเลาะกัน เลิกใช้ความรุนแรงตามลำดับ
 
ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า สำหรับคำขวัญวันเด็กของจอมพลถนอม ที่ได้รับความชื่นชอบมากที่สุด

เพราะมีความหมายลึกซึ้ง ทั้งความรู้ คุณธรรม และให้ความสำคัญต่อชาติ มาเป็นอันดับแรก

ซึ่งมักจะขาดไปในจิตใจของคนไทยจำนวนมาก ที่มักจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง

ดังนั้น รัฐบาลน่าจะรณรงค์เข้มข้นและหามาตรการส่งเสริมพฤติกรรมของประชาชนว่า ถึงแม้ตัวเองและครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ แต่ประเทศชาติต้องมาก่อนชุมชนและองค์กรบริษัททั้งหลาย

จึงเสนอให้รัฐบาลทำโครงการทำดีให้เด็กดู

ทั้งระดับครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องซื่อสัตย์ต่อกันก่อนที่จะรณรงค์ให้ คนในชาติซื่อสัตย์สุจริต ผู้ใหญ่ในชุมชนและสังคมน่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองหันมาให้ความเมตตากรุณา รู้จักให้อภัยรู้จักยับยั้งชั่งใจ หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ที่รุนแรงต่อเด็ก ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน และระดับชาติ.
 



สำหรับคำขวัญวันเด็ก ของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2499 - 2556 ดูได้ที่
http://www.kruwandee.com/news-id4803.html

 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : อยากรู้ไหมว่า คำขวัญวันเด็กตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ปีใดโดนใจเด็กมากที่สุด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^