LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ระนอง ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 10/2559 วันที่ 27 ตุลาคม 2559

  • 31 ต.ค. 2559 เวลา 10:54 น.
  • 9,609 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 10/2559 วันที่ 27 ตุลาคม 2559

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 454/2559
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 10/2559

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 10/2559 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559 โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมว่า ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ฯ การคัดเลือกและพัฒนาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ.ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559


>> เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/851 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เพื่อขอปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ซึ่งได้มีการประชุมหารือระหว่างคณะทำงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญฯ ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ดังนี้

 - หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ฯ ให้ใช้คัดเลือกเฉพาะปี 2559 และใช้คัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ
 - ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
 - การคัดเลือกไม่มีการแบ่งกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์
 - ผู้สมัครต้องเลือกสมัคร ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ได้เพียงแห่งเดียว หากสมัครเกินกว่า 1 แห่งจะตัดสิทธิ์การคัดเลือกทั้งหมด
 - หลักสูตรการคัดเลือก แบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และ ภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง
 - ให้ สพฐ. เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบภาค ก และกำหนดตัวชี้วัด องค์ประกอบ และคะแนนการประเมินในภาค ข
 - ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการสอบ ภาค ก และประเมิน ภาค ข
 - ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน ภาค ก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และต้องได้คะแนนภาค ก และภาค ข รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
 - การบรรจุและแต่งตั้ง ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ดำเนินการ หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษใด ยังมีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกที่ยังไม่หมดอายุการขึ้นบัญชี ให้เรียกตัวผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากบัญชีก่อน หากไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่เดิม หรือมีแต่เรียกจนหมดบัญชี หรือบัญชีถูกยกเลิกแล้ว ให้เรียกตัวผู้ได้รับการคัดเลือกจากบัญชี กศจ. หรือ บัญชี อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่ได้ดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ตามลำดับที่ และตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร โดยไม่มีการขึ้นบัญชี
 - ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและผ่านการพัฒนาก่อนบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาแล้ว ตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร
 - ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ต้องได้รับการประเมินการปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามวิธีการ องค์ประกอบ และตัวชี้วัด ที่ สพฐ.กำหนด หากมีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ สพฐ. ดำเนินการตามกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ. 2551 ข้อ 1 (7)
 - ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี ดำเนินการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นการเฉพาะบุคคล เมื่อผู้นั้นมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
     - ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกที่มีอยู่เดิม หรือบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ บัญชีใดบัญชีหนึ่งไปแล้ว
     - ไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด หรือไม่สมัครใจที่จะรับการบรรจุและแต่งตั้ง
     - มารายงานตัวแต่ไม่เลือกสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
     - แจ้งสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง
     - ในวันที่บรรจุและแต่งตั้ง มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและไม่ผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง

>> เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 - การพัฒนา  กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยให้มีการพัฒนาสมรรถนะผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ด้านคุณลักษณะผู้อำนวยการสถานศึกษาที่พึงประสงค์ ภาวะผู้นำ
ทางวิชาการ และการบริหารและจัดการในสถานศึกษา ผู้เข้ารับการพัฒนาต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนา
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาการพัฒนา และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 
หากไม่ผ่านการประเมินต้องเข้ารับการพัฒนาใหม่
 - มาตรฐานการพัฒนา  ให้ สพฐ. ดำเนินการดังนี้
     1) การบริหารจัดการ  จัดทำรายละเอียดหลักสูตรและคู่มือการพัฒนา แผนพัฒนา คัดเลือกวิทยากรและวิทยากรพี่เลี้ยง และดำเนินการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยวิทยากรและวิทยากรพี้เลี้ยงต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพเหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับในทางวิชาการ
     2) สื่อ และนวัตกรรมการพัฒนา ให้จัดทำคู่มือและสื่อประกอบการพัฒนาให้ผู้เข้ารับการพัฒนาทราบ
     3) สถานที่ที่ใช้ในการพัฒนาต้องเหมาะสม
     4) การประเมินผลการพัฒนา ต้องมุ่งเน้นการประเมินตามสภาพจริงอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน
 - หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ให้ สพฐ.ดำเนินการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ ภายใน 1 ปี หากไม่ผ่านจะต้องกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม โดยที่ประชุมมอบ สพฐ. และ ก.ค.ศ. ไปหารือเกี่ยวกับตำแหน่งในอัตราทดแทน
 - หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ให้มีการพัฒนาอีกไม่น้อยกว่า 120 ชั่วโมง สำหรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และให้มีผลย้อนหลังไป ณ วันที่ผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง
 - การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ให้ใช้เฉพาะในการคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ในปี พ.ศ. 2559 เท่านั้น
นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ตามร่างหลักเกณฑ์นี้ในประกาศรับสมัครด้วย โดยเฉพาะผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผู้สมัครจะได้รับทราบก่อนและจะต้องลงนามเพื่อบริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามค่าน้ำหนักตัวชี้วัดตามที่กำหนดอย่างชัดเจน โดยภายใน 6 เดือนจะมีการประเมินรอบแรก และ 6 เดือนถัดไปจะประเมินรอบที่สอง หากผู้ใดไม่ผ่านการประเมินการปฏิบัติงานในหน้าที่จะได้รับการแจ้งล่วงหน้า

>> เห็นชอบให้มีการปรับปรุงกรอบระยะเวลาในการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)

โดยให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาคำร้องขอย้ายของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ไปตำแหน่งที่จะว่างเนื่องจากการเกษียณอายุราชการและตำแหน่งว่างกรณีอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ ภายในวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2559



ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 31 ตุลาคม 2559
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^