LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.6 เปิดสอบพนักงานราชการครู 10 วิชาเอก จำนวน 22 อัตรา สมัคร13-20ธันวาคม2559 10 ธ.ค. 2559สพม.22 เปิดสอบพนักงานราชการครู 28 อัตรา สมัคร 13-19 ธันวาคม 2559 10 ธ.ค. 255910 วิธีทำให้ชีวิตการเป็นครูมีความสุขอยู่ในโรงเรียน.. 10 ธ.ค. 2559สกสค.-ออมสิน ฟ้องครู 2,000 รายจงใจเบี้ยวชำระหนี้ 10 ธ.ค. 25599 มทร.ยันปี’60 กลับไป’เปิด-ปิด’ภาคเรียนตามเดิม จี้หาข้อสรุปรับตรงร่วม-เคลียริ่งเฮ้าส์ 2 ครั้ง 10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก.

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 10/2559 วันที่ 27 ตุลาคม 2559

  • 31 ต.ค. 2559 เวลา 10:54 น.
  • 9,556 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 10/2559 วันที่ 27 ตุลาคม 2559

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 454/2559
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 10/2559

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 10/2559 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559 โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมว่า ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ฯ การคัดเลือกและพัฒนาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ.ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559


>> เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/851 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เพื่อขอปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ซึ่งได้มีการประชุมหารือระหว่างคณะทำงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญฯ ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ดังนี้

 - หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ฯ ให้ใช้คัดเลือกเฉพาะปี 2559 และใช้คัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ
 - ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
 - การคัดเลือกไม่มีการแบ่งกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์
 - ผู้สมัครต้องเลือกสมัคร ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ได้เพียงแห่งเดียว หากสมัครเกินกว่า 1 แห่งจะตัดสิทธิ์การคัดเลือกทั้งหมด
 - หลักสูตรการคัดเลือก แบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และ ภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง
 - ให้ สพฐ. เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบภาค ก และกำหนดตัวชี้วัด องค์ประกอบ และคะแนนการประเมินในภาค ข
 - ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการสอบ ภาค ก และประเมิน ภาค ข
 - ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน ภาค ก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และต้องได้คะแนนภาค ก และภาค ข รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
 - การบรรจุและแต่งตั้ง ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ดำเนินการ หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษใด ยังมีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกที่ยังไม่หมดอายุการขึ้นบัญชี ให้เรียกตัวผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากบัญชีก่อน หากไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่เดิม หรือมีแต่เรียกจนหมดบัญชี หรือบัญชีถูกยกเลิกแล้ว ให้เรียกตัวผู้ได้รับการคัดเลือกจากบัญชี กศจ. หรือ บัญชี อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่ได้ดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ตามลำดับที่ และตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร โดยไม่มีการขึ้นบัญชี
 - ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและผ่านการพัฒนาก่อนบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาแล้ว ตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร
 - ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ต้องได้รับการประเมินการปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามวิธีการ องค์ประกอบ และตัวชี้วัด ที่ สพฐ.กำหนด หากมีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ สพฐ. ดำเนินการตามกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ. 2551 ข้อ 1 (7)
 - ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี ดำเนินการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นการเฉพาะบุคคล เมื่อผู้นั้นมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
     - ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกที่มีอยู่เดิม หรือบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ บัญชีใดบัญชีหนึ่งไปแล้ว
     - ไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด หรือไม่สมัครใจที่จะรับการบรรจุและแต่งตั้ง
     - มารายงานตัวแต่ไม่เลือกสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
     - แจ้งสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง
     - ในวันที่บรรจุและแต่งตั้ง มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและไม่ผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง

>> เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 - การพัฒนา  กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยให้มีการพัฒนาสมรรถนะผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ด้านคุณลักษณะผู้อำนวยการสถานศึกษาที่พึงประสงค์ ภาวะผู้นำ
ทางวิชาการ และการบริหารและจัดการในสถานศึกษา ผู้เข้ารับการพัฒนาต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนา
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาการพัฒนา และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 
หากไม่ผ่านการประเมินต้องเข้ารับการพัฒนาใหม่
 - มาตรฐานการพัฒนา  ให้ สพฐ. ดำเนินการดังนี้
     1) การบริหารจัดการ  จัดทำรายละเอียดหลักสูตรและคู่มือการพัฒนา แผนพัฒนา คัดเลือกวิทยากรและวิทยากรพี่เลี้ยง และดำเนินการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยวิทยากรและวิทยากรพี้เลี้ยงต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพเหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับในทางวิชาการ
     2) สื่อ และนวัตกรรมการพัฒนา ให้จัดทำคู่มือและสื่อประกอบการพัฒนาให้ผู้เข้ารับการพัฒนาทราบ
     3) สถานที่ที่ใช้ในการพัฒนาต้องเหมาะสม
     4) การประเมินผลการพัฒนา ต้องมุ่งเน้นการประเมินตามสภาพจริงอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน
 - หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ให้ สพฐ.ดำเนินการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ ภายใน 1 ปี หากไม่ผ่านจะต้องกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม โดยที่ประชุมมอบ สพฐ. และ ก.ค.ศ. ไปหารือเกี่ยวกับตำแหน่งในอัตราทดแทน
 - หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ให้มีการพัฒนาอีกไม่น้อยกว่า 120 ชั่วโมง สำหรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และให้มีผลย้อนหลังไป ณ วันที่ผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง
 - การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ให้ใช้เฉพาะในการคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ในปี พ.ศ. 2559 เท่านั้น
นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ตามร่างหลักเกณฑ์นี้ในประกาศรับสมัครด้วย โดยเฉพาะผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผู้สมัครจะได้รับทราบก่อนและจะต้องลงนามเพื่อบริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามค่าน้ำหนักตัวชี้วัดตามที่กำหนดอย่างชัดเจน โดยภายใน 6 เดือนจะมีการประเมินรอบแรก และ 6 เดือนถัดไปจะประเมินรอบที่สอง หากผู้ใดไม่ผ่านการประเมินการปฏิบัติงานในหน้าที่จะได้รับการแจ้งล่วงหน้า

>> เห็นชอบให้มีการปรับปรุงกรอบระยะเวลาในการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)

โดยให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาคำร้องขอย้ายของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ไปตำแหน่งที่จะว่างเนื่องจากการเกษียณอายุราชการและตำแหน่งว่างกรณีอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ ภายในวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2559



ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 31 ตุลาคม 2559
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^