LASTEST NEWS

17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง 17 ส.ค. 2560มอบ ผอ.เขตเป็น CEO จัดระเบียบอบรมครู 17 ส.ค. 2560การตัดโอนตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและเงินอื่นที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ (ครั้งที่ 1) 17 ส.ค. 2560เด็กไทยคว้าแชมป์ 7 ประเภท แข่งหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน 17 ส.ค. 2560ฝาแฝด 13 คู่เข้า โรงเรียนเดียวกัน 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านแช่ช้าง(เทพนานุกูล) รับสมัคร ครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ (มีบ้านพักครู) 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านอากาศ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร15-20ส.ค.2560 17 ส.ค. 2560"สมพงษ์" ชงสลายกรม หวังปฏิรูปแบบพลิกหน้ามือ 16 ส.ค. 2560ข่าวดี! กศจ.สุรินทร์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 224 อัตรา - รายงานตัว 25ส.ค.60

เปลี่ยนแล้ว เด็กได้อะไร

  • 22 มี.ค. 2559 เวลา 00:59 น.
  • 11,194 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เปลี่ยนแล้ว เด็กได้อะไร

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เปลี่ยนแล้ว เด็กได้อะไร

เลาะเลียบคลองผดุงฯ
ตุลย์ ณ ราชดำเนิน tulacom@gmail.com


จะเรียกว่าเป็นการถอยทัพกลับอย่างมีชั้นเชิงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กับแนวคิดที่จะเอาหลักเกณฑ์การสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาให้เป็นไปตามขนาดโรงเรียน เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่พิเศษ เหมือนกับครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ และ ผอ.ร.ร.ในอดีต เพราะปัจจุบันเหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นร.ร.ขนาดไหน

เดิมนั้นร.ร.จะมีผู้บริหารซึ่งดูจากขนาดและยอดจำนวนนักเรียนว่าใครเป็นครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ หรือเป็นผู้อำนวยการ ซึ่งเท่ากับเป็นการถึงความรู้ ความสามารถที่สามารถบ่งบอกได้ถึงสติปัญญาทั้งในการบริหารจัดการในการครองตน ครองคน ครองงาน อันเป็นที่ประจักษ์ได้เป็นอย่างดี

แต่ทุกวันนี้โรงเรียนมีนักเรียนแค่ 10 คนก็ได้เป็น ผอ. นักเรียน 4-5 พันคน ก็ได้เป็น ผอ.แถมยังมีค่าวิทยฐานะตามความสามารถแถมให้ด้วย แล้วจะไม่ให้ประชาชน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ผู้เสียภาษี เขาสับสนได้ไง

ดังนั้น การที่ ศธ.คิดปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ในการสรรหาผู้บริหารร.ร.โดยจัดประเภทและเรียกตามตำแหน่งเดิม หรือจะปรับชื่อเรียกให้ดูขลังอย่างไรก็น่าจะเป็นการเหมาะสมแก่สภาพความเป็นจริงที่ดำเนินอยู่ หากผู้ใดทำได้ถึงเกณฑ์กำหนดแล้วค่อยขยับใหญ่ขึ้น น่าจะเป็นเกียรติยศแก่ตนและวงศ์ตระกูลโดยแท้

การที่สมาพันธ์ครูที่ไหนก็ตามจะมาออกมาทักท้วงว่า ขัดกับหลักการบริหารงานบุคคล ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ตีความไปถึงเกิดการแบ่งชนชั้นของผู้บริหารสถานศึกษา เหมือนอดีต รวมไปถึงจะแตกแยกและแย่งชิงเพื่อให้ได้ก้าวสู่สถานศึกษาที่มีประมาณงานและคุณภาพมากกว่าอย่างแน่นอน

แถมลากตัวเองเข้าไปเทียบเคียงกับตำแหน่งผู้บริหารราชการไทยของหน่วยงาน และองค์กรต่างล้วนเป็นตำแหน่งเดียวกัน เช่น นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ผู้บัญชาการมณฑลทหาร หรือที่อื่นๆ ล้วนไม่ได้กำหนดขึ้นตามจำนวนประชากรแต่อย่างใด

คิดออกมาแบบนี้ได้ เชื่อได้เลยว่า ไม่ใช่เป็นเสียงจากครูที่มีส่วนได้ส่วนเสียแน่นอน

แปลกใจว่า ทำไม "บิ๊กหนุ่ย" พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสมา 1 ทำไมถึงออกอาการถอดใจเอาเสียง่ายๆ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่อง มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการบุคลากรภาครัฐ เพื่อประโยชน์การปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ที่นายกรัฐมนตรีอยากเห็น

ท้ายสุดแล้ว จะเรียกอะไรก็ได้ แต่อยากรู้ว่าเปลี่ยนแล้วจะเกิดผลดีต่อเด็กและการจัดการศึกษาอย่างไร

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 22 มีนาคม 2559
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^