LASTEST NEWS

24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโคนพิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกพลศึกษา

รับฟังสรุปผลสัมมนาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานเขตพื้นที่การศึกษา

  • 24 ก.ย. 2558 เวลา 12:38 น.
  • 1,318 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รับฟังสรุปผลสัมมนาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานเขตพื้นที่การศึกษา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 323/2558
รับฟังสรุปผลสัมมนาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานเขตพื้นที่การศึกษา

 โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ - พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยพลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พันเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมรับฟังข้อสรุปจากการประชุมสัมมนาการกำหนดแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน 2558
 
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่ได้มอบให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษาใน 5 ประเด็น ที่จะช่วยเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาระบบบริหารงานให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1) การแก้ปัญหาทุจริตในการโยกย้ายครูเขตพื้นที่การศึกษาและการจัดซื้อจัดจ้าง

- สร้างคนให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความละอายเกรงกลัวต่อการกระทำผิดทุกรูปแบบ นอกจากจะสร้างเด็กให้เป็นคนดีแล้ว ครูต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้เด็กด้วย
- มีระเบียบกฎเกณฑ์ที่รองรับจากส่วนกลาง มีองค์คณะบุคคลที่ถ่วงดุลอำนาจอย่างแท้จริง
- ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่การศึกษา ในเรื่องระเบียบ กฎเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง และมีการตรวจสอบที่เป็นระบบ
- มีมาตรการลงโทษที่เด็ดขาด เพื่อสร้างให้เกิดความเกรงกลัว
- สร้างขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ

2) การขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

- การสร้างความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง โดยมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นประธาน
- ตั้งคณะทำงานบูรณาการหลักสูตรและเนื้อหา แต่ละกลุ่มสาระในทุกระดับชั้น
- กำหนดแนวทางจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
- กำหนดแนวทางการวัดและประเมินผล
- กำหนดแนวทางการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล
- มีระบบวิจัย รายงาน ปรับปรุง และพัฒนางาน
- สื่อสารให้ผู้บริหารรับทราบนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทำให้ครูเข้าใจวิชาการ และรู้บทบาทของตัวเอง

3) การมอบหมายงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

- ภาระงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องมอบหมายตามกรอบภารกิจ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านความรู้ความสามารถ ความถนัด มีคุณธรรมจริยธรรม ความสามารถในการตัดสินใจ การมุ่งประโยชน์ส่วนรวมหรือเพื่อประชาชน ตลอดจนคำนึงถึงมาตรฐานตำแหน่ง การทำงานทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประสบการณ์ในงานที่รับผิดชอบ และวุฒิภาวะ
- ควรมีรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจำนวนที่เหมาะสมอย่างน้อย 3 คน
- ควรแบ่งภาระงานให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ใน 3 ลักษณะ ได้แก่ งานในหน้าที่ งานเชิงพื้นที่ และงานตามนโยบาย เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
- การมอบหมายงานให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ควรมีเวลาให้รับผิดชอบอย่างน้อยวาระละ 2 ปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และควรให้อำนาจพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ

4) การลดภาระครู ต้องมีการปรับปรุงการดำเนินงานใน 3 มิติ คือ

- มิติที่ 1 ด้านนโยบาย มีการเกลี่ยอัตรากำลังครูและบุคลากรให้เหมาะสมกับหลักเกณฑ์ มีการเพิ่มครูธุรการให้ครบทุกโรงเรียน รวมทั้งจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับท้องถิ่นในเรื่องการจ้างครู
- มิติที่ 2 ด้านการเชื่อมโยง มีการลดภาระงานของหน่วยงาน ลดกิจกรรมการประกวด การประเมิน ให้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาครู ปรับระบบรายงานข้อมูลโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนส่งเสริมโรงเรียนขนาดเล็กได้พัฒนาและสร้างเครือข่ายการพัฒนา และเพิ่มมาตรการกำกับติดตาม
- มิติที่ 3 ด้านการส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ (วิทยฐานะ) ลดการทำผลงานเอกสาร ข้อมูล ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับครู สร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงในวิชาชีพแก่ครูธุรการ และสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนชานเมือง ควรขยายฐานงบประมาณสนับสนุนเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถพัฒนาตัวเองได้

5) การประเมินผลงานครู สถานศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษา

- ผลงานครู ควรมีหลักเกณฑ์ใหม่ เช่น การให้ระดับคะแนนการประเมินตามกลุ่มโรงเรียน-ระดับชาติ พิจารณาอายุราชการและผลงานเชิงประจักษ์ ความรู้เชิงทฤษฎี (PA) โดยคิดคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้าน และควรเขียนระดับวิทยฐานะไว้ในโครงสร้างของตำแหน่ง
- ประเมินสถานศึกษา ควรเป็นการประเมินแบบออนไลน์ ประเมินเอกสาร โดยไม่ต้องไปที่โรงเรียน มีการประเมินตามความสามารถของแต่ละโรงเรียน ซึ่งผู้ประเมินควรมาจากบุคคล 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ปกครอง ครู และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก
- ประเมินเขตพื้นที่การศึกษา ควรใช้การประเมินมาตรฐานของเขตพื้นที่การศึกษาเพียงอย่างเดียว โดยยกเลิกประเมินคำรับรอง และใช้หลักเกณฑ์ประเมิน 3 เรื่อง คือ ยึดความก้าวหน้า (การพัฒนา) อิงเกณฑ์ (ผ่าน/ไม่ผ่าน) และอิงกลุ่ม (เพื่อดูลำดับ)

นอกจากนี้ นายจำเริญ พรหมมาศ นายกสมาคมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใน 5 ประเด็น คือ 1) รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรได้วิทยฐานะเชี่ยวชาญทุกคนก่อนเกษียณอายุราชการ 2) ควรได้สายสะพาย 3) พัฒนาเขตพื้นที่การศึกษาจิ๋วแต่แจ๋ว โดยขยายเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงในกรณีเขตพื้นที่ใหญ่ที่มีโรงเรียนหลายร้อยโรง 4) ปราบปรามทุจริต ตั้ง CEO กระทรวงศึกษาธิการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ 5) สพฐ.ส่งโครงการให้เขตพื้นที่การศึกษามากเกินไป ควรให้เขตพื้นที่การศึกษามีอิสระในการจัดกิจกรรม
 
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงประเด็นข้อเสนอการบริหารงานของเขตพื้นที่การศึกษาว่า ทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่ดีและมีประโยชน์ กระทรวงศึกษาธิการจะนำไปผลักดันสู่การปฏิบัติให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะข้อเสนอที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็ก การประเมินผลงานครู สถานศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษา การประกวดแข่งขันต่างๆ ที่จะต้องปรับให้ตรงตามทิศทางของนโยบายที่กำลังขับเคลื่อน การสร้างเครือข่ายครูดีที่ได้รับรางวัลยอดครูผู้มีอุดมการณ์

 ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทุจริตนั้น ขอให้มองปัญหาโดยละเอียด ดูไปถึงสาเหตุของปัญหา จากนั้นจัดกลุ่มปัญหาและลำดับความสำคัญในแต่ละเรื่อง ตลอดจนแปลงเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป หากทำเช่นนี้ได้ก็จะสามารถแก้ได้ตรงจุด

นอกจากนี้ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับข้อเสนอในการมอบหมายงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่จะต้องมีการแบ่งงานหลายๆ ลักษณะ ทั้งงานในหน้าที่ งานเชิงพื้นที่ และงานตามนโยบายพิเศษ รวมทั้งการประเมินต่างๆ ซึ่งให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และจะต้องมีการนำข้อมูลจากการประเมินผลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาให้มากขึ้นด้วย

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลจาก : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 23 กันยายน 2558
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^