LASTEST NEWS

26 พ.ค. 2561โครงการอบรมหลักสูตร การพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐด้าน Data Analytics และ Big Data โดยใช้เทคโนโลยีโอเพนซอร์ส 26 พ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินบ้านค่าย(วัดหวายกรอง) รับสมัครครูภาษาอังกฤษ 26 พ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเมืองเสลภูมิ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา (สมัคร25-31พ.ค.61) 26 พ.ค. 2561แนะครูฟังเด็กคิดสอนให้วิเคราะห์ 26 พ.ค. 2561โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ รับสมัคร รองผู้อำนวยการ โรงเรียนนานาชาติ 26 พ.ค. 2561กรมบัญชีกลางแจงเงินเดือนพนักงาน – ลูกจ้างไม่ได้ใช้กับ กระทรวงสาธารณสุข 25 พ.ค. 2561กรุงเทพมหานคร รับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆ จำนวน 41 อัตรา สมัคร 1-15 มิ.ย.2561 25 พ.ค. 2561แถลงชี้แจงระเบียบ ก.คลังจ้างพนักงานหรือลูกจ้างจากเงินนอกงบประมาณ 25 พ.ค. 2561ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือยังคะ? - หมดอายุเกิน 5 ปี หมดสิทธิ์ต่ออายุนะ 25 พ.ค. 2561ผอ.รร.แจงสังคม เงินเดือนครูอัตราจ้างน้อยจริง

สถานี ก.ค.ศ. เรื่อง การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการจะเกิดผลอย่างไร

  • 22 ก.ย. 2558 เวลา 13:23 น.
  • 3,065 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สถานี ก.ค.ศ. เรื่อง การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการจะเกิดผลอย่างไร
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สถานี ก.ค.ศ. เรื่อง การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการจะเกิดผลอย่างไร

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องตรงเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันควรมิได้ โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาแล้ว ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ และกระทำโดยปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยในสัปดาห์นี้จะขอนำความผิดกรณีที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาแล้วไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่กลับมาลงเวลาปฏิบัติราชการย้อนหลัง ซึ่งได้มีการพิจารณาลงโทษแล้วมานำเสนอเป็นกรณีตัวอย่าง ดังนี้

นาย พ. ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน วิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยอ้างว่าไปประชม สัมมนา หรือไปศึกษาดูงานโรงเรียนในเครือข่าย โดยผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาต แต่กลับมาลงเวลาปฏิบัติราชการย้อนหลังหลายครั้ง และดื่มสุราในเวลาราชการ ทำให้คณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครองเกิดความไม่พอใจที่ผู้อำนวยการไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ทำหน้าที่ในการพัฒนาโรงเรียน หรือดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการครูในโรงเรียน จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่า นาย พ. ได้กระทำผิดจริง จึงสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้น และรายงาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาแล้ว เห็นชอบ และรายงาน ก.ค.ศ. ตามลำดับ

ในเรื่องดังกล่าว อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ ที่ทำการแทน ก.ค.ศ.พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของนาย พ. เป็นความผิดวินัยตามมาตรา 85 วรรคหนึ่ง มาตรา 87 วรรคหนึ่ง และมาตรา 94 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ กรณีละทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และกรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว จึงมีมติรับทราบการลงโทษลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้น และให้ติดตามความประพฤติเป็นเวลา 1 ปีด้วย 

จากกรณีตัวอย่างที่นำมาเผยแพร่เป็นความรู้ในวันนี้ หวังว่าจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้กับผู้บริหารสถานศึกษาที่กำลังกระทำเช่นนี้และยังไม่ถูกร้องเรียน ขอให้ประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เพื่อช่วยกันพัฒนาการศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ



ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก : คอลัมน์ สถานี ก.ค.ศ. หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 21 กันยายน 2558
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^