LASTEST NEWS

20 ต.ค. 2560โรงเรียนชุมชนบ้านบอน รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ 20 ต.ค. 2560โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน) รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา 20 ต.ค. 2560โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูปกครองหอพัก 20 ต.ค. 2560ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท 20 ต.ค. 2560เรื่องพิจารณาหารือของ ศธ. เกี่ยวกับการขึ้นบัญชีผู้สอบผ่านการคัดเลือกครูผู้ช่วย 20 ต.ค. 2560คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1667/2560 เรื่อง การย้ายข้าราชการ 20 ต.ค. 2560เปิดคำสั่งโยกย้ายผู้บริหาร กศน.จังหวัด 86 ราย 20 ต.ค. 2560"ออมสิน"ยอมยกเลิกหักเงินกองทุนช.พ.ค.-ปลดหนี้ครูวินัยดี 20 ต.ค. 2560ประกาศผลสอบความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) 2560 ผลสอบ กพ ภาค ก 2560 เช็คที่นี่ 19 ต.ค. 2560รายชื่อนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2560 ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

  • 29 มิ.ย. 2558 เวลา 12:50 น.
  • 1,826 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยว่า จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก 3 รอบ ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สมศ. พบว่ามี 10 ปัญหาหลักที่เป็นตัวฉุดรั้งการศึกษาไทย ได้แก่

 1. ปัญหาการอ่านและการเขียน 2. ผลสัมฤทธิ์การเรียนอยู่ในระดับต่ำ 3.ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์  คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดสร้างสรรค์ 

4. ผู้เรียนขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  5.สถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียน  6. ครูไม่ครบชั้น  7. ครูยังไม่สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 8. สถานศึกษาขาดการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ

9. สถานศึกษาขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ สนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด  และ 10. ขาดการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ เป็นผลให้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
 
"สมศ.จึงได้ริเริ่มโครงการ “1 ช่วย 9”  โดยสถานศึกษาที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นแกนนำช่วยพัฒนาสถานศึกษาเครือข่ายที่ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีมาก ให้มีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้นอย่างน้อย 9 แห่งต่อ 1 หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 มีสถานศึกษาแกนนำ 207 แห่ง มีสถานศึกษาเครือข่าย 1,863 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาเครือข่าย คาดว่าจะมีสถานศึกษาเครือข่ายเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง"
 
นายชาญณรงค์ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานของโครงการ “1 ช่วย 9” ในระยะแรก พบว่า สถานศึกษาเครือข่ายมีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 93.10 สถานศึกษาแกนนำและสถานศึกษาเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย คิดเป็นร้อยละ 92.10 ผู้บริหาร ครู/อาจารย์และบุคลากรเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษา คิดเป็นร้อยละ  90.30 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษามากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 88.90 และสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมคุณภาพ และนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ในการขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.90 ตามลำดับ   

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 มิถุนายน 2558 เวลา 14.50น.
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^