LASTEST NEWS

28 มี.ค. 2560ทบทวนเกณฑ์สอบครูใหม่ 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด...ก.ค.ศ.กำหนดเฉพาะ 25 สาขา ไม่ต้องใช้ตั๋วครู 36 สาขา ต้องใช้ตั๋วครู 28 มี.ค. 2560เช็ครายชื่อ 61 กลุ่มวิชาเอก ที่ใช้เปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560เปิด 10จังหวัด ที่มีอัตราว่างมากที่สุด ใช้สำหรับเปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560ไทยแลนด์4.0เปิดทางคนไม่จบครู-สอบครูได้ 28 มี.ค. 2560โรงเรียนเอกชนร้องสมองไหล"ไม่มีตั๋วสอบครูได้" 27 มี.ค. 2560( ด่วน! เปิดรับ 98 อัตรา ) กรมพลาธิการทหารบก รับสมัครพนักงานราชการ (ชาย-หญิง) ปี 2560 27 มี.ค. 2560ถกด่วน!!แก้ปมให้คนไร้ตั๋วสอบบรรจุครูพรุ่งนี้ 27 มี.ค. 2560สพฐ.เผย4ปี11วิชาเอกไม่มีผู้สอบขึ้นบัญชีได้ 27 มี.ค. 2560สพฐ.เตรียมติว“เทคนิคการสอน-ทำแผน-จัดครูพี่เลี้ยงประกบ” สำหรับ “ผู้ไร้ตั๋ว” สอบครูผู้ช่วยได้

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

  • 29 มิ.ย. 2558 เวลา 12:50 น.
  • 1,736 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยว่า จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก 3 รอบ ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สมศ. พบว่ามี 10 ปัญหาหลักที่เป็นตัวฉุดรั้งการศึกษาไทย ได้แก่

 1. ปัญหาการอ่านและการเขียน 2. ผลสัมฤทธิ์การเรียนอยู่ในระดับต่ำ 3.ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์  คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดสร้างสรรค์ 

4. ผู้เรียนขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  5.สถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียน  6. ครูไม่ครบชั้น  7. ครูยังไม่สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 8. สถานศึกษาขาดการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ

9. สถานศึกษาขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ สนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด  และ 10. ขาดการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ เป็นผลให้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
 
"สมศ.จึงได้ริเริ่มโครงการ “1 ช่วย 9”  โดยสถานศึกษาที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นแกนนำช่วยพัฒนาสถานศึกษาเครือข่ายที่ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีมาก ให้มีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้นอย่างน้อย 9 แห่งต่อ 1 หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 มีสถานศึกษาแกนนำ 207 แห่ง มีสถานศึกษาเครือข่าย 1,863 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาเครือข่าย คาดว่าจะมีสถานศึกษาเครือข่ายเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง"
 
นายชาญณรงค์ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานของโครงการ “1 ช่วย 9” ในระยะแรก พบว่า สถานศึกษาเครือข่ายมีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 93.10 สถานศึกษาแกนนำและสถานศึกษาเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย คิดเป็นร้อยละ 92.10 ผู้บริหาร ครู/อาจารย์และบุคลากรเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษา คิดเป็นร้อยละ  90.30 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษามากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 88.90 และสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมคุณภาพ และนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ในการขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.90 ตามลำดับ   

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 มิถุนายน 2558 เวลา 14.50น.
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^