LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2560เตือนแม่พิมพ์อย่าลืมต่อ “ตั๋วครู” 24 พ.ค. 2560คุรุสภารับรองหลักสูตรครูม.กรุงเทพธนบุรีแล้ว 24 พ.ค. 2560สิ้นสุดการรอคอย! ก กลางท้องถิ่น เห็นชอบแล้ว เปิดสอบบรรจุ ขรก.-พนง.ส่วนท้องถิ่น ปี2560 24 พ.ค. 2560สพม.38 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 2 อัตรา สมัคร27-31พ.ค.60 24 พ.ค. 2560เงินเดือนสูง 20,000 - 500,000บาท สำนักงานประกันสังคม รับสมัครบุคคลเข้าเป็นพนักงาน 22 อัตรา 24 พ.ค. 2560แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัด 76 ราย 23 พ.ค. 2560โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูผู้สอนวิชาเอกคณิตศาสตร์ (ไม่มีวุฒิครูก็สมัครได้) 23 พ.ค. 2560โรงเรียนจิตพิมล รับสมัครครูผู้สอน 6 อัตรา สมัครด้วยตนเอง/ทางอีเมล์ 23 พ.ค. 2560โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 เปิดสอบพนักงานราชการครู 3 อัตรา สมัคร22-28พ.ค.60 23 พ.ค. 2560ด่วน!เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูพี่เลี้ยง วุฒิม.6-ปริญญาตรี ไม่ต้องมีวุฒิครู เงินเดือน 10,430 บาท

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

  • 29 มิ.ย. 2558 เวลา 12:50 น.
  • 1,761 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยว่า จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก 3 รอบ ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สมศ. พบว่ามี 10 ปัญหาหลักที่เป็นตัวฉุดรั้งการศึกษาไทย ได้แก่

 1. ปัญหาการอ่านและการเขียน 2. ผลสัมฤทธิ์การเรียนอยู่ในระดับต่ำ 3.ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์  คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดสร้างสรรค์ 

4. ผู้เรียนขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  5.สถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียน  6. ครูไม่ครบชั้น  7. ครูยังไม่สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 8. สถานศึกษาขาดการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ

9. สถานศึกษาขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ สนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด  และ 10. ขาดการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ เป็นผลให้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
 
"สมศ.จึงได้ริเริ่มโครงการ “1 ช่วย 9”  โดยสถานศึกษาที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นแกนนำช่วยพัฒนาสถานศึกษาเครือข่ายที่ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีมาก ให้มีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้นอย่างน้อย 9 แห่งต่อ 1 หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 มีสถานศึกษาแกนนำ 207 แห่ง มีสถานศึกษาเครือข่าย 1,863 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาเครือข่าย คาดว่าจะมีสถานศึกษาเครือข่ายเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง"
 
นายชาญณรงค์ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานของโครงการ “1 ช่วย 9” ในระยะแรก พบว่า สถานศึกษาเครือข่ายมีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 93.10 สถานศึกษาแกนนำและสถานศึกษาเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย คิดเป็นร้อยละ 92.10 ผู้บริหาร ครู/อาจารย์และบุคลากรเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษา คิดเป็นร้อยละ  90.30 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษามากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 88.90 และสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมคุณภาพ และนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ในการขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.90 ตามลำดับ   

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 มิถุนายน 2558 เวลา 14.50น.
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^