LASTEST NEWS

23 ก.ค. 2560รายงานพิเศษ | คูปองพัฒนาครูหัวละ 10,000 เพื่อใคร?? 23 ก.ค. 2560สพม.19 ประกาศผลคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ สพฐ. 12 อัตรา 24 ก.ค.นี้ 23 ก.ค. 2560สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 35 อัตรา - รายงานตัว1ส.ค.60 23 ก.ค. 2560กศจ.เชียงใหม่ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ2 จำนวน 63 อัตรา - รายงานตัว 31ก.ค.60 23 ก.ค. 2560กศจ.นนทบุรี รับสมัครคัดเลือกนักศึกษาทุนฯ เพื่อบรรจุครูผู้ช่วย จำนวน 1 อัตรา 23 ก.ค. 2560โรงเรียนวัดนวลนรดิศ รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 2 อัตรา (วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท) 23 ก.ค. 2560​โรงเรียนปัญญาวรคุณ รับสมัครครูอัตราจ้าง จำนวน 1 อัตรา 23 ก.ค. 2560กศจ.กรุงเทพฯ รับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 13 อัตรา 22 ก.ค. 2560เมืองพัทยา เปิดสอบพนักงานจ้าง 30 อัตรา สมัคร 1-11สิงหาคม 2560 22 ก.ค. 2560โรงเรียนเวียงแหง เปิดสอบครูอัตราจ้างวิชาภาษาอังกฤษ สมัคร 19-24 ก.ค.2560

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

  • 29 มิ.ย. 2558 เวลา 12:50 น.
  • 1,793 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยว่า จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก 3 รอบ ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สมศ. พบว่ามี 10 ปัญหาหลักที่เป็นตัวฉุดรั้งการศึกษาไทย ได้แก่

 1. ปัญหาการอ่านและการเขียน 2. ผลสัมฤทธิ์การเรียนอยู่ในระดับต่ำ 3.ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์  คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดสร้างสรรค์ 

4. ผู้เรียนขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  5.สถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียน  6. ครูไม่ครบชั้น  7. ครูยังไม่สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 8. สถานศึกษาขาดการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ

9. สถานศึกษาขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ สนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด  และ 10. ขาดการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ เป็นผลให้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
 
"สมศ.จึงได้ริเริ่มโครงการ “1 ช่วย 9”  โดยสถานศึกษาที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นแกนนำช่วยพัฒนาสถานศึกษาเครือข่ายที่ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีมาก ให้มีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้นอย่างน้อย 9 แห่งต่อ 1 หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 มีสถานศึกษาแกนนำ 207 แห่ง มีสถานศึกษาเครือข่าย 1,863 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาเครือข่าย คาดว่าจะมีสถานศึกษาเครือข่ายเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง"
 
นายชาญณรงค์ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานของโครงการ “1 ช่วย 9” ในระยะแรก พบว่า สถานศึกษาเครือข่ายมีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 93.10 สถานศึกษาแกนนำและสถานศึกษาเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย คิดเป็นร้อยละ 92.10 ผู้บริหาร ครู/อาจารย์และบุคลากรเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษา คิดเป็นร้อยละ  90.30 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษามากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 88.90 และสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมคุณภาพ และนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ในการขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.90 ตามลำดับ   

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 มิถุนายน 2558 เวลา 14.50น.
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^