LASTEST NEWS

25 ก.ย. 2560สถานี ก.ค.ศ: ก.ค.ศ. จัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2560 25 ก.ย. 2560"อธิบดีสถ." เผยสอบท้องถิ่นภาพรวมเรียบร้อย 24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560

ผลประชุม คกก.อำนวยการโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน 1/2558

  • 17 เม.ย. 2558 เวลา 11:17 น.
  • 14,283 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลประชุม คกก.อำนวยการโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน 1/2558

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 129/2558
ผลประชุม คกก.อำนวยการโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน 1/2558

พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2558 ที่ห้องประชุมจันทรเกษม


รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษารองรับนโยบายการปฏิรูปการศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดให้มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานำร่อง 20 เขต โดยแต่ละเขตมีโรงเรียนนำร่อง 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 300 โรงเรียน และมีการเตรียมการดำเนินการล่วงหน้ามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 แล้วจึงเริ่มต้นดำเนินการในโรงเรียนนำร่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 เป็นต้นมา


ผลการดำเนินโครงการในระยะแรกช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-มีนาคม 2558) พบว่า ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมมากนัก เนื่องจากในช่วงแรกเป็นช่วงของการเตรียมการและเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมชี้แจงต่างๆ การนำ Coaching Team ลงไปทำความเข้าใจกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียน ประกอบกับมีการสอบปลายภาคและปิดภาคเรียนตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม จากการรายงานผลการดำเนินงานทำให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 20 เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากร ทั้งงานธุรการ นักการภารโรง และการขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน ตลอดจนอาคารเรียนและห้องเรียน เช่น ห้องแล็บ ห้องวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าความขาดแคลนบางด้าน เช่น ห้องแล็บ อาจจะยังไม่มีความจำเป็นมากนักสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก จึงได้มอบให้ สพฐ.กลับไปสำรวจใหม่อีกครั้งว่ามีความขาดแคลนจริงหรือไม่ ประกอบกับที่ผ่านมา สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์พื้นฐานเบื้องต้นอยู่แล้ว เช่น โครงการขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ที่จะช่วยในเรื่องการเรียนการสอนในวิชาที่ขาดแคลนครู เช่นเดียวกับในเรื่องของอาคารเรียนต่างๆ ที่รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณโดยเฉพาะงบกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับซ่อมแซมปรับปรุงสถานศึกษา จำนวนกว่า 8,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบให้ สพฐ.ไปทำความเข้าใจกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เข้าร่วมโครงการว่า กระทรวงศึกษาธิการต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาในเชิงการบริหารจัดการเสียก่อน เพราะหลายอย่างสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ อาทิ การเสนอของบประมาณในการจัดจ้างนักการภารโรง โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างเต็มที่นั้น ที่ประชุมเห็นว่าน่าจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพราะการทำความสะอาดห้องเรียนจะทำหลังเลิกเรียน และหากมีการบริหารจัดการโดยจัดเวรให้นักเรียนทำความสะอาดห้องเรียนก็เป็นการฝึกวินัย ให้เด็กรู้จักการเสียสละ รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบ และมีจิตอาสา

ดังนั้น หากโรงเรียนใดได้ทบทวนแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องใช้งบประมาณในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานหรือการจัดจ้างบุคลากร ให้ สพฐ.นำเสนอต่อที่ประชุมได้พิจารณาครั้งต่อไปในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2558 ซึ่งจะได้พิจารณาถึงการขยายการดำเนินงานโครงการรุ่นที่ 2 ไปยังอีก 40 เขตพื้นที่การศึกษาตามที่ได้ประกาศไว้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า เร็วๆ นี้ ตนจะได้หารือกับ สพฐ. เกี่ยวกับการผ่อนคลายการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นการปรับกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษานำไปปรับใช้ให้เกิดความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนการสอน โดยจะเปลี่ยนเป็นการกำหนดเป้าหมายในแต่ละชั้นเรียนแทน เช่น จบชั้น ป.1 ควรจะต้องอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น ทั้งนี้เพื่อให้โรงเรียนสามารถออกแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนได้เอง แต่จะต้องตอบสนองกับเป้าหมายที่กำหนดไว้


ทั้งนี้ โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ในปัจจุบัน  ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนรวม สำหรับระดับประถมศึกษาไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมงต่อปี ดังนี้

รายวิชาพื้นฐาน 840 ชั่วโมงต่อปี แบ่งเป็น 
>> ภาษาไทย ป.1 - 3 จำนวน 200 ชั่วโมงต่อปี ป.4 - 6 จำนวน 160 ชั่วโมงต่อปี  
>> คณิตศาสตร์ ป.1 - 3 จำนวน 200 ชั่วโมงต่อปี ป.4 - 6 จำนวน 160 ชั่วโมงต่อปี  
>> วิทยาศาสตร์ ป.1 - 6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี  
>> สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.1 - 6 จำนวน 120 ต่อปี  
>> สุขศึกษาและพลศึกษา ป.1 - 6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี  
>> ศิลปะ ป.1 - 6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี  
>> การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.1 - 3 จำนวน 40 ชั่วโมงต่อปี ป.4 - 6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี และ
>> ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ป.1 - 3 จำนวน 40 ชั่วโมงต่อปี ป.4 - 6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี  
>> กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมงต่อปี  

รายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี

ที่มาของข่าว : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 16 เมษายน 2558
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^