LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปวส.ขึ้นไป) กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบรับราชการ จำนวน 20 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดสอบรับราชการ จำนวน 15 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรี 15,000 - 16,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดสอบรับราชการ 20 อัตรา 04 ธ.ค. 2559มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนศ.2พัน 04 ธ.ค. 2559สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม 5 อัตรา

หยั่งเสียง...เลิกจับสลาก ม.1 สพฐ.ส่งสัญญาณสอบ 100%

  • 11 เม.ย. 2558 เวลา 22:15 น.
  • 313 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
หยั่งเสียง...เลิกจับสลาก ม.1 สพฐ.ส่งสัญญาณสอบ 100%

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

        เปิดประเด็นทิ้งท้ายเทศกาลรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 ไว้ได้อย่างฮือฮา!! กับแนวคิดยกเลิกการจับสลากคัดเด็กเข้าเรียนของ นายกมล  รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตามจริงเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นใหม่ แต่เคยถูกหยิบยกมาหารือในที่ประชุม กพฐ. แล้วครั้งหนึ่งในช่วงปลายปี 2557

          โดยนายกมล ให้เหตุผลที่เสนอให้ยกเลิกวิธีจับสลากเข้าเรียนว่า เป็นไปตามสภาวะปัจจุบันที่โรงเรียนใช้วิธีจับสลากเข้าเรียนน้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะจำนวนเด็กในบางพื้นที่ลดลง จนสัดส่วนน้อยกว่าอัตราที่เปิดรับ ขณะที่โรงเรียนเองก็อยากจะคัดเด็กเก่งเข้าเรียน เชื่อว่าหากใช้การสอบเข้าเรียนอย่างเดียว จะทำให้เด็กตั้งใจเรียนมากขึ้นเพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ไม่ใช่มาวัดดวงจากการจับสลากเหมือนที่ผ่านมาและที่สำคัญหลายโรงเรียนแม้จะใช้วิธีการจับสลากเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กในพื้นที่บริการได้เข้าเรียน  แต่เด็กก็ยังต้องสอบเพื่อจัดลำดับห้องเรียนอีกรอบ กลายเป็นว่าจะอย่างไรเด็กต้องสอบอยู่ดี

          ดังนั้น การยกเลิกจับสลากและใช้วิธีสอบรอบเดียวน่าจะเป็นประโยชน์ และสามารถคัดเด็กได้ดีที่สุด!!! สอดคล้องกับตัวเลขการรับนักเรียนรอบล่าสุด ที่มีโรงเรียนที่ใช้วิธีจับสลากเหลืออยู่เพียง 22 แห่ง จากโรงเรียนที่มีทั้งหมดทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง โดยหลังจากจับสลากไปแล้ว พบว่าใน 42 เขตพื้นที่ทั่วประเทศยังมีที่นั่งว่างรองรับนักเรียนได้อีกจำนวนมาก เฉพาะโรงเรียนในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กทม. และ สพม. เขต 2 กทม. ก็ยังมีที่นั่งในระดับ ม.1 ว่างถึง 2,034 ที่นั่ง ใน 37 โรงเรียน ส่วนระดับ ม.4 มีโรงเรียนที่ยังรับได้อีกกว่า 1,625 ที่นั่ง เหตุผลทั้งหมดถือเป็นการส่งสัญญาณไฟเขียวให้โรงเรียนทั่วประเทศสามารถรับเด็กโดยวิธีการสอบคัดเลือกได้ 100% ???

          นายสมพงษ์  จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกตัวเป็นเจ้าแรก ว่า เห็นด้วยกับแนวคิดให้ยกเลิกการจับสลาก เพราะระยะยาวอัตราการเกิดของเด็กจะลดลง ดังนั้นจำนวนนักเรียนเข้าเรียน ม.1 และ ม.4 ก็จะลดลง เท่ากับอัตราว่างที่มีหรือน้อยกว่า จึงไม่จำเป็นต้องจับสลาก แต่ สพฐ. ต้องวางหลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนการรับเด็กให้เหมาะสม โดยเน้นการสอบเพื่อรับเด็กที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะเด็กเก่ง ต้องมีสัดส่วนสำหรับเด็กยากจน เด็กที่มีความสามารถพิเศษในพื้นที่ด้วย และถ้า สพฐ.จะดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าว ก็ควรประกาศให้ผู้ปกครองทราบภายใน 2 ปี ขณะเดียวกัน สพฐ. ต้องเร่งพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กและกลางเพื่อรองรับนักเรียนด้วย "การจับสลาก มักทำให้เกิดภาพสะเทือนใจ คนจับสลากได้ก็ดีใจ คนไม่ได้ก็ร้องไห้ อาจทำให้กลายเป็นเรื่องฝังใจเด็กว่าระบบเข้าเรียน ต้องผูกติดกับดวง หรือเครื่องรางของขลังซึ่งไม่ถูกต้อง" นายสมพงษ์ กล่าว

          ขณะที่ นายสำรวย ไชยยศ จากโรงเรียนสตรีวิทยา (ส.ว.) 2 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กรุงเทพฯ ยังแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ระบบการสอบคัดเลือกเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะทำให้โรงเรียนได้นักเรียนเก่ง แต่โรงเรียนยังจำเป็นต้องดูแลชุมชนที่สนับสนุน ดังนั้นการจับสลาก ยังควรต้องมี โดยอาจจะลดสัดส่วนลง โดย ส.ว.2 ปัจจุบันแบ่งสัดส่วนการคัดเลือก โดยสอบ 60% และจับสลากคัดเด็กในพื้นที่บริการอีก 40% โดยปีการศึกษา 2559 ก็ยังคงมีการจับสลากอยู่ แต่อาจจะลดเหลือเพียง 30%

          ส่วน นางเบญญาภา คงรอด ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เลิกใช้วิธีจับสลาก บอกว่า การจับสลาก ควรคงไว้สำหรับโรงเรียนที่ยังมีความต้องการ โดยที่ผ่านมาเขตพื้นที่เองก็พยายามแบ่งสัดส่วนการรับนักเรียนให้เหมาะสม แต่สำหรับโรงเรียนสตรีวิทยา ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ใช้วิธีการจับสลากแล้ว เปลี่ยนมาเป็นการสอบ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นสอบคัดเลือกเด็กในพื้นที่บริการ 60% และสอบทั่วไป 40% และเท่าที่ดูการรับเด็กเข้าเรียนชั้น ม.1 และม.4 ปีนี้ ค่อนข้างกระจาย โดยผู้ปกครองมีแนวโน้มเลือกโรงเรียนใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการที่ สพฐ. พัฒนาโรงเรียนดีใกล้บ้านให้มีคุณภาพ
          ส่วน นางมัณฑนา  ปรียวณิตย์  ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพฯ บอกตรงๆ ว่า เห็นด้วยที่จะยกเลิกการจับสลาก เพราะจะทำให้โรงเรียนสามารถรับเด็กที่มีคุณภาพ มีความรู้ที่เกาะกลุ่มเข้าเรียนได้ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาพรวมและหากเด็กเรียนไม่ดีอยู่แล้ว ถ้าเข้าไปเรียนในโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง อาจจะทำให้เด็กเกิดความกดดัน เรียนไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องออกกลางคัน

          ปิดท้ายที่ความคิดเห็นจาก ว่าที่ร้อยตรีอานนท์ สุขภาคกิจ ผู้อำนวยการ สพม. เขต 1 กรุงเทพฯ ที่บอกว่า ควรยกเลิกการจับสลาก แต่สำหรับโรงเรียนบางแห่ง อาจจำเป็นต้องมีการจับสลากอยู่ เช่นโรงเรียนบางแห่งที่กำหนดให้รับลูกหลานของอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าเรียน แต่หากปีนั้นๆ มีลูกหลานของอาจารย์มากเกินกว่าสัดส่วนที่รับได้ซึ่งเมื่อเด็กทุกคนมีคุณสมบัติเท่าเทียมกัน กรณีนี้ถือว่าอาจจำเป็นต้องจับสลากอยู่ ที่สำคัญยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถใช้แทนวิธีการจับสลาก เช่น ใช้ผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาประกอบการพิจารณาเข้าเรียน หรืออาจพิจารณาจากผลการเรียนหรือพฤติกรรมการทำความดี ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กอยากทำดีและเรียนดี เพราะมีที่เรียน เรียกว่าเด็กดีมีที่เรียน

          ทุกความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องครั้งนี้ล้วนน่าสนใจ แต่คงต้องรอดูกันอีกทีว่าสัญญาณจาก สพฐ. เป็นไฟเขียว หรือไฟแดง แต่ที่แน่ๆ ถ้าจะเดินหน้าเลิกจับสลากต่อไป อย่าลืมหามาตรการปิดช่องโหว่ในเรื่องความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจน และเด็กเรียนไม่เก่ง  ซึ่งยังมีอยู่จำนวนมาก เพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังตามมาภายหลัง!!!

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 10 - 16 เม.ย. 2558
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^