LASTEST NEWS

23 ก.พ. 2560คุรุสภาเร่งออกตั๋วครู ยื่นเอกสารครบรอแค่ 20 วัน 23 ก.พ. 2560สพฐ.ปรับปฏิทินสอบครูผู้ช่วยเสร็จแล้ว 23 ก.พ. 2560"หมอธี"ลั่นไม่ยุบเขตพื้นที่ฯ-ไม่ย้าย "การุณ" 23 ก.พ. 2560กศจ.สระบุรี เปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย 22 วิชาเอก 64 อัตรา 23 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.อนุมัติตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 3,492 อัตรา 23 ก.พ. 2560การประชุมขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ICU 22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู

จ่อฟันธง! "รับตรง-แอดมิชชัน" ระบบไหน นศ.คุณภาพกว่า

  • 07 พ.ย. 2557 เวลา 10:00 น.
  • 456 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จ่อฟันธง! "รับตรง-แอดมิชชัน" ระบบไหน นศ.คุณภาพกว่า

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จ่อฟันธง! "รับตรง-แอดมิชชัน" ระบบไหน นศ.คุณภาพกว่า
 
มหา’ลัยเห็นด้วยกับ รมว.ศึกษาฯ กำหนดสัดส่วนแอดมิชชัน-รับตรง ให้ชัด เผยที่ผ่านมา ทปอ.พยายามขอความร่วมมือให้อยู่ที่ 50:50 แต่ที่ผ่านมารับตรงมักจะเกินกว่า พร้อมให้ มศว ทำวิจัยเปรียบเทียบเด็กเข้าศึกษาในทั้ง 2 ระบบว่าระบบใดมีคุณภาพมากกว่ากัน รวมทั้งชี้แจง ทปอ.ไม่ได้บังคับให้ทั้ง 27 มหา’ลัยสอบรับตรงกลางทุกแห่ง แค่ขอความร่วมมือ และสมัครใจ
 
        ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยถึงกรณีที่ กมธ.ศึกษาฯ ได้หารือร่วมกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ถึงเรื่องการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาและมีความเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรกำหนดสัดส่วนการรับให้ชัดเจน เช่น ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ แอดมิชชัน มีสัดส่วน 30% และที่เหลือเป็นระบบรับตรงและโควตาพิเศษ นั้น ว่า ในการหารือเห็นสอดคล้องกันว่า ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ควรเป็นระบบที่มีความหลากหลาย เหมาะสม และสามารถคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนได้ตรงตามที่คณะ/สาขาต้องการ เป็นระบบที่มีความเป็นธรรม และไม่สร้างภาระให้กับเด็กและผู้ปกครอง ดังนั้น ระบบแอดมิชชัน และระบบรับตรง จึงจะตอบโจทย์ในข้างต้นได้ โดยระบบแอดมิชชัน จะตอบโจทย์ในเรื่องความเป็นธรรมและไม่สร้างภาระให้กับเด็กและผู้ปกครอง ส่วนระบบรับตรง ก็อาจจะคัดเลือกเด็กได้ตรงตามความต้องการมากกว่า แต่สร้างภาระ ซึ่งในส่วนนี้ ที่ผ่านมาที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติขอความร่วมมือ มหาวิทยาลัยในสังกัด 27 แห่งขอให้ลดการสอบตรงลง มาใช้ข้อสอบกลางมากขึ้น
       
       “ขณะเดียวกันยังมอบให้ มศว ทำวิจัยระบบการเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา โดยศึกษาเปรียบเทียบเด็กที่เข้าเรียนระบบรับตรง กับระบบแอดมิชชันว่าเด็กที่มา ผ่านระบบใดมีคุณภาพมากกว่ากัน ซึ่งหากผลวิจัยออกมาว่า เด็กที่เข้าศึกษาในระบบใด มีคุณภาพ ต่อไปมหาวิทยาลัยก็ควรเพิ่มสัดส่วนการรับเด็กเข้าเรียนในระบบดังกล่าวให้มากขึ้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ ทปอ. สนับสนุนให้ทำวิจัยเรื่องดังกล่าว เพราะอยากให้มีงานวิชาการมาสนับสนุนแนวทางการทำงานในอนาคต จะได้ไม้เกิดข้อถกเถียงอย่างที่ผ่านมา”ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวและว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าควรจะจัดสัดส่วนการรับเด็กเข้าเรียนในระบบใดมากกว่ากัน และหากผลวิจัยมีความชัดเจนจะเสนอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป
       
       ด้าน ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับ รมว.ศึกษาธิการ ที่จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนระหว่างการแอดมิชชันและการรับตรงให้ชัดเจน โดยที่ผ่านมา ทปอ. ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้กำหนดสัดส่วนรับตรงและแอดมิชชันอยู่ที่ 50:50 แต่บางแห่งก็ยังมีการรับตรงเกินกว่า 50% ไปบ้าง ซึ่งตรงนี้ตนไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนว่าจะถึง 70% หรือไม่ ทั้งนี้คงไม่สามารถบอกได้ว่า สัดส่วนการรับตรงทุกมหาวิทยาลัยจะเพิ่มขึ้นเหมือนกันหมด เพราะธรรมชาติของแต่ละแห่ง หรือแต่ละคณะ/สาขา แตกต่างกัน แต่ก็ยอมรับว่าปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบ ยังเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งทปอ.พยายามหาทางแก้ไข โดยเมื่อเร็ว ๆ ทปอ. มีมติขอความร่วมมือ ให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาใช้ข้อสอบกลาง ซึ่งจะมีทั้ง วิชาสามัญ 9 วิชา การทดสอบความถนัดทั่วไปหรือGAT และวิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือPAT โดยจะเริ่มในปีการศึกษา 2559 เพื่อไม่ให้นักเรียนต้องวิ่งสอบหลายที่
       
       “มติดังกล่าว ไม่ใช่การบังคับให้มหาวิทยาลัยทุกแห่ง ไปใช้ข้อสอบกลางทั้งหมด เพราะบางคณะ/สาขาก็ไม่สามารถใช้ข้อสอบกลางร่วมกันคณะ/สาขาอื่น ๆ ได้ อาทิ คณะนิติศาสตร์ ของมธ. ที่จะต้องดูการเขียนย่อความ เพราะในการเรียนการสอนต้องใช้ทักษะในเรื่องการเรียงความเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเน้นวิชาสามัญเหมือนคณะ/สาขาอื่น ๆ ดังนั้น มติดังกล่าวจึงเป็นการขอความร่วมมือ ไม่ใช่ว่าต่อไปทุกคณะ/สาขา จะไปเปิดรับตรงเองไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย แต่ก็ให้เป็นความสมัครใจของแต่ละแห่ง”ศ.ดร.สมคิด กล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จ่อฟันธง! "รับตรง-แอดมิชชัน" ระบบไหน นศ.คุณภาพกว่า

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^