LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง

"เสมา2" ไม่เชื่อการศึกษาไทยสุดห่วย

  • 05 พ.ย. 2557 เวลา 15:20 น.
  • 615 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"เสมา2" ไม่เชื่อการศึกษาไทยสุดห่วย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"เสมา2" ไม่เชื่อการศึกษาไทยสุดห่วย 
 
          ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่รายงานของชาวต่างชาติทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยวิพากษ์วิจารณ์การศึกษาของไทยมีปัญหาคุณภาพตั้งแต่มัธยมศึกษาถึงมหาวิทยาลัย ว่า ตนเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวไม่น่าจะเป็นข้อมูลของหน่วยงานต่างประเทศ เพราะการศึกษาของไทย มีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี ถ้าไม่ดีเลยคงขับเคลื่อนสังคมไม่ได้มาจนถึงขนาดนี้ ที่ผ่านมาคนไทยชอบพูดถึงด้านไม่ดี  ของที่ดีซึ่งมีอยู่ก็ไม่พูดถึงกัน อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนดูแลการอุดมศึกษา การปฏิรูปการศึกษาที่จะดำเนินการในส่วนของอุดมศึกษานั้นมี 3 ส่วนหลักที่ตนอยากจะผลักดัน คือ 1.ให้มหาวิทยาลัยใช้แผนพัฒนาอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี (พ.ศ. 2551- 2565) ซึ่งได้ทำไว้ตั้งแต่สมัยตนเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) โดยให้มหาวิทยาลัยไปดูว่าใน 1 ปีนี้ จะเน้นจุดใด ต้องการความช่วยเหลืออะไร ก็บอกมา
 
          รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องที่ 2. เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบอำนาจให้มหาวิทยาลัยไปจัดการตัวเองได้มากแล้วก็ต้องทำสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นกลไกการดูแลบริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้มีความเข้มแข็ง เป็นสถาบันคลังสมองของชาติ  และ  3. การเพิ่มความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยในการผลิตนักศึกษาออกมาแล้วมีงานทำหรือสร้างงานเองได้ ซึ่งอยากให้มหาวิทยาลัยทำรายงานหรือให้ข้อมูลสาธารณะควรทราบ เช่น อัตราการมีงานทำของบัณฑิตแต่ละมหาวิทยาลัย อัตราเงินเดือนที่ได้รับ และเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพนั้น ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจสมัครเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
 
          "ปัจจุบัน สกอ.มีเฉพาะข้อมูลการรับ การจบของนิสิต นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชาทั่วประเทศ แต่อัตราการมีงานทำ และเงินเดือนจะเป็นข้อมูลของมหาวิทยาลัย ดังนั้น หากมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนนี้ออกมาจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งผมหวังว่าในการสมัครแอดมิชชั่น ปีการศึกษา 2558 น่าจะมีข้อมูลบางส่วนออกมาได้" ดร.กฤษณพงศ์กล่าว
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "เสมา2" ไม่เชื่อการศึกษาไทยสุดห่วย

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^