LASTEST NEWS

30 พ.ค. 2560ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสระบุรี เปิดสอบครูอัตราจ้าง สมัครตั้งแต่บัดนี้-12มิ.ย.60 30 พ.ค. 2560โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง เอกคณิตศาสตร์ เงินเดือน15,000.-บาท 30 พ.ค. 2560กศจ.สระบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 56 อัตรา - รายงานตัว 9มิ.ย.60 30 พ.ค. 2560โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา - สมัครตั้งแต่บัดนี้-5มิ.ย.60 30 พ.ค. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 14 อัตรา CAT กสท โทรคมนาคม เปิดรับบุคคลเข้าทำงาน สมัคร1-23มิ.ย.60 30 พ.ค. 2560สำนักงาน ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2560 30 พ.ค. 2560โรงเรียนอนุบาลแม่ขะจาน รับสมัครครูอัตราจ้าง ป.ตรีทางการศึกษา ทุกสาขา 30 พ.ค. 2560ด่วน! โรงเรียนบ้านเหมืองง่า รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา (เอกคอมพิวเตอร์และเอกทั่วไป) 29 พ.ค. 2560โรงเรียนวัดตำหนักเหนือ รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 15,000บาท 29 พ.ค. 2560สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว 10 อัตรา สมัคร 5-11 มิถุนายน 2560

เสมา2ชี้การศึกษาไทยมี2ด้าน

  • 04 พ.ย. 2557 เวลา 06:59 น.
  • 504 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เสมา2ชี้การศึกษาไทยมี2ด้าน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เสมา2ชี้การศึกษาไทยมี2ด้าน
 
“กฤษณพงศ์ ”ไม่เชื่อรายงานการศึกษาไทยห่วยออกจากหน่วยราชการต่างประเทศ ย้ำเดินหน้าใช้ 3 ส่วนหลักดันปฏิรูปอุดมศึกษาไทย จี้มหาวิทยาลัยเปิดข้อมูลสาขาเรียนจบมีงานทำ ให้เด็กรู้ก่อนเลือกเส้นเรียน
 
นนี้ ( 3 พ.ค.)ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพ่รรายงานของชาวต่างชาติทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยวิพากษ์วิจารณ์การศึกษาของไทยมีปัญหาคุณภาพตั้งแต่มัธยมศึกษาถึงมหาวิทยาลัย ว่า ตนเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวไม่น่าจะเป็นข้อมูลของหน่วยต่างประเทศ เพราะการศึกษาของไทย มีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี ถ้าไม่ดีเลยคงขับเคลื่อนสังคมไม่ได้มาจนถึงขนาดนี้ ที่ผ่านมาคนไทยชอบพูดถึงด้านไม่ดี ของที่ดีซึ่งมีอยู่ก็ไม่พูดถึงกัน อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนดูแลการอุดมศึกษา การปฏิรูปการศึกษาที่จะดำเนินการในส่วนของอุดมศึกษานั้นมี 3 ส่วนหลักที่ตนอยากจะผลักดัน คือ 1.ให้มหาวิทยาลัยใช้แผนพัฒนาอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี(พ.ศ.2551- 2565) ซึ่ง ได้ทำไว้ตั้งแต่สมัยตนเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) คิดว่าเป็นแผนที่ดี ไม่ต้องคิดนโยบายใหม่ แต่ให้มหาวิทยาลัยมาดูว่าใน 1 ปีนี้ จะเน้นอะไร ต้องการความช่วยเหลือด้านทรัพยากร หรือ ให้ปลดล็อคอะไร ก็บอกมา
 
รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่ 2.เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบอำนาจให้มหาวิทยาลัยไปจัดการตัว เองได้มากแล้วก็ต้องทำสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นกลไกการดูแลบริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้มีความเข้มแข็ง เช่น ให้สถาบันคลังสมองของชาติ จัดฝึกอบรมกรรมการสภามหาวิทยาลัยให้มากขึ้น ให้มหาวิทยาลัยนำตัวอย่างที่ดีของตนเองมาเผยแพร่และเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัย อื่นส่งคนไปเรียนรู้ หรือนั่งทำงานด้วยได้ ตลอดจนมาทบทวนเรื่องการแชร์ข้อมูลกับต่างประเทศ เป็นต้น
 
"มี แนวคิดว่าจะต้องมีกฎหมายกลางเข้าไปดูแลสภามหาวิทยาลัย อย่างร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ที่จะผลักดันกันนั้น ผมยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่หากจะผลักดันต้องพิจารณาร่วมโดยที่ไม่ได้ใช้อำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง จะไม่เข้าไปตัดสินทุกเรื่อง แต่จะเน้นบางเรื่องอย่าง หลักสูตรการเรียนการสอนที่จบออกมาแล้วไม่มีงานทำอาจจะต้องให้อำนาจส่วนกลาง หรือ สกอ.ไม่อนุมัติให้มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรดังกล่าว ไม่ใช่ว่าเมื่อมหาวิทยาลัยเสนออนุมัติหลักสูตรที่ผ่านความเห็นชอบจากสภา มหาวิทยาลัยมาให้ สกอ.ก็ต้องอนุมัติทั้งหมด เนื่องจากมีการให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ซึ่งโดยหลักแล้วการจะเปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ควรจะต้องดูในภาพรวมทั้งระบบ แต่อย่างไรก็ตามการสร้างสภามหาวิทยาลัยให้เข้มแข็งน่าจะเป็นกลไกที่ดีกว่า ที่จะไปควบคุมดูแลและน่าจะทำได้เร็วกว่า” รมช.ศธ. กล่าว
 
ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวด้วยว่า 3.การเพิ่มความรับผิดรับชอบของมหาวิทยาลัยในการผลิตนักศึกษาออกมาแล้วมีงานทำหรือสร้างงานเองได้ ซึ่งตนอยากให้มหาวิทยาลัยทำรายงานหรือให้ข้อมูลแก่สาธารณะที่ควรจะรับทราบอย่าง เช่น อัตราการมีงานทำของบัณฑิตแต่ละมหาวิทยาลัยที่จบออกไป อัตราเงินเดือนที่ได้รับ และเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนใช้ข้อมูลเหล่านี้ตัดสินใจในการสมัครเข้าเรียนต่อใน มหาวิทยาลัย โดยปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวสกอ.มีเฉพาะในส่วนของการรับ การจบนักศึกษาในแต่ละสาขาวิชาทั่วประเทศ แต่อัตราการมีงานทำ และเงินเดือนจะเป็นข้อมูลของมหาวิทยาลัย ดังนั้น หากมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนนี้ออกมาเป็นเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งตนหวังว่าในช่วงของการสมัครแอดมิชชั่น ปีการศึกษา 2558 น่าจะมีข้อมูลบางส่วนออกมาก่อน อย่างในสาขาวิชาที่มีคนเรียนเยอะในสายสังคม ทั้งนี้ตนจะไปพิจารณาว่าข้อมูลการจบ และการมีงานทำควรจะต้องนำมาพิจารณาเพื่อตั้งงบประมาณภาครัฐในแต่ละ มหาวิทยาลัยหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือเรื่องนี้กับทางที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยแล้ว จากนี้ไปจะไปพูดคุยกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัย ราชภัฏและมหาวิทยาลัยเอกชนเพื่อขอความร่วมมือต่อไป.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เสมา2ชี้การศึกษาไทยมี2ด้าน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^