LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กศน.อุตรดิตถ์ เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป สมัครตั้งแต่บัดนี้-9ธ.ค.2559 05 ธ.ค. 2559ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60 05 ธ.ค. 2559สทศ.รับสมัครสอบแกต-แพตครั้งที่2 05 ธ.ค. 2559ศธ. ชงเกรด1.00 มีสิทธิกู้ กยศ. 05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา

ถึงเวลาตัดติ่งอุดมศึกษาที่ไร้คุณภาพเสียที

  • 24 ต.ค. 2557 เวลา 08:59 น.
  • 807 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ถึงเวลาตัดติ่งอุดมศึกษาที่ไร้คุณภาพเสียที

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ถึงเวลาตัดติ่งอุดมศึกษาที่ไร้คุณภาพเสียที
 
ที่น่าตกใจเสียยิ่งกว่า นั่นคือ คนในวงการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างก็รู้ซึ้งถึงปัญหานี้อยู่เต็มอก แถมรู้มานานแล้วด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขหรือหาทางออกได้
 
เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนในสังคมมาโดยตลอด ถึงเรื่องผลผลิตจากสถาบันอุดมศึกษาไทย ไล่ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีลามขึ้นไปจนถึงระดับปริญญาเอก ว่า ไม่มีคุณภาพสมกับคุณค่าใบปริญญาที่ได้รับหรือไม่ แถมยังมีข้อกังขาด้วย ว่า มหาวิทยาลัยสอนบัณฑิตอย่างไรให้คุณภาพลดลงเรื่อย ๆ แต่ก็ดูเหมือนมหาวิทยาลัยทั้งหลายจะไม่แยแสกับเสียงบ่น หากแต่ในทางกลับกัน ได้มีการเปิดทั้งมหาวิทยาลัย และคณะวิชาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นราวดอกเห็ด ที่ร้ายยิ่งกว่าเห็นจะเป็นเรื่องการรับนักศึกษาแบบไม่อั้นโดยเฉพาะในสาขายอดฮิต โดยไม่คำนึงว่าบัณฑิตจะมีคุณภาพสามารถออกไปแข่งขันในเวทีต่าง ๆ ได้หรือไม่ หรือสนองต่อตามความต้องการของตลาดแรงงานแค่ไหน และตัวเลขบัณฑิตตกงานเพิ่มขึ้นทวีคูณ
 
ที่น่าตกใจเสียยิ่งกว่า นั่นคือ คนในวงการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างก็รู้ซึ้งถึงปัญหานี้อยู่เต็มอก แถมรู้มานานแล้วด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขหรือหาทางออกได้
 
ล่าสุดมีข่าวสะเทือนวงการอุดมศึกษาขึ้นมาอีกแล้ว และสิ่งที่เกิดก็ถือเป็นการตอกย้ำเรื่องคุณภาพของการอุดมศึกษาบ้านเราได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีมหาวิทยาลัยที่ดีและมีคุณภาพอยู่เป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ ปลาเน่าตัวเดียวทำให้เหม็นไปทั้งข้อง ได้จริง ๆ
 
และสิ่งที่บอกว่าเป็นเรื่องสะเทือนวงการอุดมศึกษาก็คือ การที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เข้าไปตรวจสอบการจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาเอกหรือดุษฎีบัณฑิตด้านกฎหมายของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ถูกร้องเรียนเรื่องคุณภาพ แล้วสิ่งที่พบ คือ มหาวิทยาลัยดังกล่าวไม่มีคุณภาพจริง ๆ แต่คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ผู้ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและดูแลคุณภาพอุดมศึกษา ก็ทำได้เพียงแค่แจ้งเรื่องให้สภามหาวิทยาลัยแห่งนั้นไปพิจารณาตัวเองว่า จะดำเนินการกับเรื่องนี้อย่างไร โดยอ้างแต่เพียง สกอ.ไม่มีอำนาจเด็ดขาดที่จะไปจัดการกับมหาวิทยาลัยที่ออกนอกลู่ ไม่ดำเนินการตามมาตรฐานได้ เพราะกฎหมายได้ให้อิสระและกระจายอำนาจให้สภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไปทำหน้าที่กำกับดูแลสถาบันของตนเองแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าสภามหาวิทยาลัยหลายแห่งก็ไม่ได้เข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองเท่าที่ควร และทำงานไม่เต็มที่ จึงเป็นจุดบอดหนึ่งทำให้การอุดมศึกษาของไทยไร้ประสิทธิภาพ และขาดความรับผิดชอบต่อสังคมเท่าที่ควรจะเป็น
 
กรณีของมหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าว น่าเป็นการส่งสัญญาณให้มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคุณภาพ เร่งปรับปรุงการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานมากขึ้น เพราะคงไม่มีมหาวิทยาลัยนี้เท่านั้นที่จัดการศึกษาได้แบบไม่มีคุณภาพ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มา พบว่า มหาวิทยาลัยรัฐบางแห่งก็มีปัญหาเรื่องคุณภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน เพียงแต่เรื่องยังไม่ปูดออกมาเท่านั้น
 
ถ้าจะมองกันจริง ๆ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็ดีและมีคุณภาพ มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ไม่มีปัญหา หากปล่อยไว้จะส่งผลกระทบในวงกว้าง และเป็นปัญหาจนไม่มีทางออก แต่เมื่อทั้ง กกอ.และ สกอ.ต่างก็ยืนยันว่า ไม่มีอำนาจในการลงดาบหรือลงโทษได้ จึงมีคำถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วใครจะมาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เวลานี้คนอุดมศึกษารอความหวังจาก พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เพราะคิดว่าจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอุดมศึกษา เพราะร่างดังกล่าวมีการระบุและให้อำนาจ กกอ.และ สกอ. สามารถเข้ามาจัดการกับมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาไม่มีคุณภาพได้ทันที ฉะนั้นจึงเป็นการตั้งตารอว่า กฎหมายฉบับนี้จะทำคลอดได้ทันในรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หรือไม่
 
ทางออกของปัญหาการอุดมศึกษาของไทยต้องมีหลายทางเลือก และจัดลำดับความสำคัญเรื่องที่ต้องแก้ก่อนหลังให้ดี ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่า ประเทศไทยมีคนที่จบปริญญาเอกเดินกันเกลื่อนเมือง ทำ
ให้สังคมตั้งคำถามแบบติดตลกแต่หัวเราะไม่ออกว่า ปริญญาเอกบ้านเราจบกันได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ?? และที่แสบกว่าคือ ดอกเตอร์ที่นำหน้าชื่อใครหลายคนนั้นได้แต่ใดมา? จริงหรือปลอม? จึงเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้ กกอ.ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2557 จะขับเคลื่อนการอุดมศึกษาโดยเน้นการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการศึกษาระดับปริญญาเอก เพราะเป็นการศึกษาในระดับสูงที่มีความสำคัญต่อการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง และเป็นปริญญาสูงสุดที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคนในประเทศด้วย
 
เท่าที่ทราบขณะนี้ สกอ.ได้ตัั้งคณะกรรมการที่จะออกไปตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนที่จัดการศึกษาหลักสูตรปริญญาเอกแล้ว ซึ่งจากข้อมูลของ สกอ. พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีหลักสูตรระดับปริญญาเอกถึง 1,316 หลักสูตร ใน 93 สถาบัน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ 1,169 หลักสูตร มหาวิทยาลัยเอกชน 147 หลักสูตร โดยสาขาวิชาที่เปิดสอนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ 2. สาขาวิชาแพทยศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และ 3. สาขาวิชาการบริหารธุรกิจและพาณิชยกรรม แต่คณะที่ถูกร้องเรียนเรื่องคุณภาพมากที่สุด คือ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์
 
จากนี้คงต้องรอดูว่า สกอ.จะจัดการกับปัญหาคุณภาพอุดมศึกษาอย่างไร ดู ๆ แล้วก็น่าเห็นใจ คงไม่สามารถเสกให้ดีขึ้นได้ในฉับพลัน เพราะปัญหาคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องสั่งสมมานาน และนับวันก็จะผุดปัญหาใหม่ ๆ มาให้ปวดหัว แต่เชื่อว่า หากผู้ที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจจัดการได้ลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจัง และจริงใจที่จะแก้ปัญหา ไม่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หรือเลิกเลือกปฏิบัติอย่างที่เคยทำ ๆ กันมาเสียที คุณภาพอุดมศึกษาไทยจะกลับมาประกาศศักดาได้อย่างไม่ยากเกินฝัน…อีกอย่างจะทำอย่างไรให้คนไทยเลิกคลั่ง เลิกบ้าใบปริญญา แล้วหันมามองที่คุณค่าของการแสวงความรู้ให้มากขึ้น ซึ่งถ้าทำได้จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้คุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้นได้ เพราะไม่ต้องไปยึดติดกับใบปริญญา.
 
พูนทรัพย์ ทองทาบ
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ถึงเวลาตัดติ่งอุดมศึกษาที่ไร้คุณภาพเสียที

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^